Friday, 9 October 2015

#ฟิคง่วง 01



หลังจากหลับไปได้ไม่รู้นานเท่าไหร่เพราะจำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหน นาฬิกาปลุกก็สั่นในมือและเสียงดังขึ้นในหูฟังสองข้างจนทำให้ต้องลืมตาขึ้นมา


ด้วยความเคยชินและความงัวเงียทำให้มือคลำเอายาประจำออกมากินได้โดยยังหลับตาอยู่ อยากจะฟุบนอนอีกรอบเพราะหนักหัวเสียเหลือเกิน


แต่ texture ของคีย์บอร์ดแมคบุ๊คทำให้คิดได้ว่าต้องลุกขึ้นมาปั่นงานที่จะส่งในไม่ช้า



"แหวนนี่ เท่าไหร่ครับ"

เสียงไม่แตกมากของผู้ชาย(ซึ่งคิดว่าไม่รู้จัก)ดังมาจากข้างๆ ผมยกศีรษะตัวเองขึ้นจากแล็ปท็อป ภาพเบลอๆหมุนๆต้อนรับการตื่น สูดออกซิเจนไปทดแทนที่ขาดไปนิดหน่อยแล้วตาก็เริ่มปรับสภาพได้


ผู้ชายผิวแทนนิดๆ เส้นผมสีโทนร้อนเข้มและอ่อนตามการกระทบของแสงไฟและแสงธรรมชาติในร้าน ดวงตาสองชั้นกลมโตจ้องมองมาที่ผมอย่างต้องการจะรู้คำตอบของคำถามที่เอ่ยมา 



"ห๊ะ"

ไม่สิ ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะ แต่คนมันเพิ่งตื่นและผมกำลังงงมากที่มีคนมานั่งจ้องหน้าถามราคาแหวน


"ผมถามว่า แหวนในจอคอมคุณเนี่ย เท่าไหร่ครับ"

ผมหันหน้าไปมองแหวนที่ตัวเองดีไซน์แล้วก็ร้องอ๋อในใจ ที่แท้ก็ชอบดีไซน์ 


"มันเป็นงานสั่งน่ะคุณ ราคาแหวนอะกลางๆ ห้าหมื่นไรงี้มั้งครับ"

ชายตรงหน้าเงียบไปพักนึงก่อนริมฝีปากบวมๆจะเอ่ยถามต่อ


"แล้วค่าดีไซน์ล่ะคุณ"


นั่นสิ นี่ผมเก็บเท่าไหร่วะ


"อืมม จำไม่ได้ว่ะคุณ เอาเป็นว่าไม่เกินสาม"

ร่างกายต้องการกาแฟมากครับตอนนี้ ผมเดินไปเคาท์เตอร์สั่งกาแฟและกลับมานั่งเพื่อจะพบว่าชายนิรนามยังคงนั่งจ้องแหวนราวกับว่ามันจะ 3D print ออกมาจากคอมเสียเดี๋ยวนั้น



"คุณครับ"

เจ้าตัวสะดุ้งนิดหน่อยตอนถูกเรียก สงสัยกำลังฝันกลางวันล่ะมั้งนั่น



"อ๋อ ผมจะถามคุณว่าถ้าผมอยากจ้างคุณนี้ผมต้องทำยังไง"

ร่างเล็กละล่ำละลักถามอย่างดูตื่นเต้นทำให้มาร์คแอบขำและสงสัยในใจ




นี่จะไปขอหญิงแต่งงานล่ะสิ...




"ตอนนี้จริงๆหมดคิวนี้ก็จองต่อได้เลยนะ ผมจะลดให้ละกันเพราะคุณไม่ได้ติดต่อผ่านบริษัทใหญ่"



"จริงหรอ งั้นโอเคเลย คือผมน่ะจะไปขอแฟนแต่งงาน เขาดูเป็นไสตล์เรียบๆน่ะ..."



"หยุดก่อนคุณ ขอช่วงแนะนำตัวก่อนได้ไหม"

ผมจิบกาแฟที่มาเสิร์ฟแล้วหยิบมือถือออกมาวางไว้บนโต๊ะ โดยปกติแล้วผมจะทำความรู้จักกับลูกค้ารายย่อยเช่นเดียวกับเคสนี้(ในกรณีที่ไม่ได้จ้างผ่านบริษัทใหญ่)เพื่อจะได้สนองความต้องการลูกค้าได้อย่างตรงจุด


ต้องรู้ก่อนว่าไลฟ์สไตล์ของเขาเป็นอย่างไร จะได้รู้ว่าคุณแฟนของเขาเป็นคนยังไง เวลาออกแบบจะได้ไม่ต้องมี scope ที่กว้างเกินไป ง่ายขึ้นเท่าตัวเลย



"เออ ผมลืม ผมชื่อกันต์พิมุกต์ เรียกแบมแบมก็ได้ อายุ 25 เปิดบริษัทออร์กาไนเซอร์รับจัดอีเว้นท์ไรแบบนั้นครับ"



โห อายุ 25 แต่เป็นเจ้าของบริษัท ท่าทางทำงานเก่งใช่เล่น ละมีแฟนจะแต่งงานแล้วด้วย ดูผมสิ ตอนนี้สาวก็ไม่มี งานก็ขึ้นๆลงๆ ชีวิตหนอ...


"โอเค ผมมาร์ค มาร์คต้วน ลูกครึ่งไต้หวัน อายุ 27 เป็นฟรีแลนซ์ออกแบบเครื่องประดับครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ งั้นเล่าเรื่องราวของคุณกับแฟนคร่าวๆได้มั้ย"



"เอางั้นหรอ ต้องรู้ด้วยหรอ เขินนะคุณ"

แก้มบวมๆของลูกค้ารายใหม่ขึ้นสีเล็กน้อย เจ้าตัวกัดริมฝีปากล่างของตนเองอย่างขัดเขิน ผมมองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะออกมา เขาเป็นลูกค้ารายแรกที่เขินได้น่าเอ็นดูขนาดนี้



"เล่าสิ ผมต้องใช้มันออกแบบนะ"

ทันทีที่ผมพูดจบคนตัวเล็กกว่าก็เหลือบมองด้านบนราวกับจะรื้อฟื้นความทรงจำดีๆ



"อืมม แฟนผม เอ่อ... ภาพฝันน่ะอายุเท่าผม ไว้ผมสั้นประบ่าสีเข้ม แต่งหน้าไม่จัด ไม่ค่อยแต่งตัวฉูดฉาด ผมกับภาพฝันเจอกันตอนเรียนอยู่ที่นิวยอร์คน่ะ ผมต่อโทด้าน communication design ส่วนเธอเรียน marketing จริงๆมหาลัยไม่ได้ใกล้กันเท่าไหร่แต่คุณนึกออกปะ พวก thai society ในเมืองนอกจะนัดกันทานข้าวบ้างกินเลี้ยงบ้างตามเรื่องตามราว..."



เสียงเล็กเล่าไปเรื่อยๆผมก็เห็นรอยยิ้มในนัยน์ตาสีน้ำตาลของเขามีประกายขึ้นมาเมื่อถึงลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจนในจิตใจ

เช่นตอนที่เขาเล่าว่าทั้งคู่บินไปเที่ยวทะเลหน้าหนาวไกลถึงออสเตรเลียแต่กลับทำเมมกล้องหายระหว่างทางไปอัดรูปที่ร้าน หรือตอนที่ภาพฝันเซอร์ไพรส์วันเกิดกลางป่า



ภาพฝันเหมือนจะเป็นผู้หญิงเรียบง่ายคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นพวกติดหรูหราไฮโซอะไรเท่าไหร่ แบมแบมบอกว่าเธอชอบใส่เสื้อผ้าสีจำพวกเอิร์ธโทน แต่ละเครื่องประดับที่ใส่ก็จะเล็กๆ ออกแนวจำพวกคลาสสิคของแบรนด์ต่างๆที่ไม่ได้แพงหูฉี่แต่ก็มีระดับ




"โอเคครับงั้นผมจะติดต่อกลับไปตอนวาดดราฟแรกเสร็จนะ ถ้ามีแบบในนิตยสารที่ชอบหรืออะไรก็ส่งมาได้ในไลน์นะครับ"

ทำเสียงเป็นทางการขึ้นมานิดนึงเพราะลูกค้าคนนี้ดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ แบมแบมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากร้าน ผมจ้องหน้าคอมพิวเตอร์แล้วยิ้มกับตัวเองหน่อยๆก่อนจะกดเปลี่ยนชื่อไฟล์บันทึกเสียงของบทสนทนาเมื่อครู่เป็นชื่อแบมแบม





"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เดี๋ยวนี้มีแฟนละหรอ"

เสียงเจื้อยแจ้วอันคุ้นเคยของพี่พริมสาวสวยเจ้าของร้านกาแฟที่ผมนั่งอยู่ทุกวี่ทุกวันดังขึ้น ผมหันไปทำหน้างงใส่พี่พริมยกใหญ่กับประโยคเมื่อครู่


"อะไร ใคร พี่ชอบมั่วนะเนี่ย"


"โหย ก็หนุ่มหน้าหวานหน้าตาจิ้มลิ้มเมื่อกี๊ไง เห็นคุยกันซะนาน แฟนจะแวะมาหาก็ไม่บอกจะได้ชงกาแฟให้ฟรี"


ผมถึงกับหัวเราะน้ำตาแทบเล็ดเมื่อได้ยินประโยคถัดมา ไม่คิดว่าจะมีคนจินตนาการได้ไวขนาดนี้


"ก็แย่ละพี่ นั่นลูกค้าใหม่เลยนะ จะไปขอแฟนแต่งงานเลยมาจ้างออกแบบแหวน"


"โห จริงดิแก หน้าหวานขนาดนั้นนึกว่าแฟนใหม่แกซะอีก เสียดายจัง ว่าแต่เขาดูทุ่มนะ รักแรกหรอ"


ผมไม่แปลกใจที่พี่พริมจะสนิทกับลูกค้าเกือบทุกราย ดูพี่แกสิครับ ใส่ใจสนใจเรื่องคนอื่นยิ่งกว่าการชงกาแฟเสียอีกเนี่ย



"เท่าที่ฟังเขาเล่าก็เหมือนจะใช่นะ"



ใส่หูฟังและเริ่มลุยกับโปรแกรม photoshop อีกรอบก่อนพี่พริมจะยิงคำถามอะไรอีก มือขยับก็นึกถึงเงินเข้าไว้ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ลูกค้ามาเพิ่ม แม้ไม่ได้อดอยากและครอบครัวมีพื้นฐานการเงินพอสมควรแต่ผมก็อยากจะเลี้ยงตัวเองให้ได้ ให้สมกับค่าเทอมที่เรียนมาซะนมนาน




นั่งทำงานจนฟ้าเริ่มมืด ตามมาด้วยเมฆครึ้มฝน เห็นทีจะได้ฤกษ์กลับไปทำงานต่อที่บ้านซะแล้ว 
เก็บกระเป๋าและแล็ปท็อปเครื่องสำคัญก่อนจะเดินไปขึ้นรถ 








ซ่า








เสียงฝนกระทบกัยพื้นคอนกรีต ใบไม้ กระจกและหลังคารถดังขึ้นทันทีที่ปิดประตู ถือว่าหวุดหวิดทันเวลาพอดีเลยทีเดียว


ผมต่อสาย aux จากมือถือเข้าที่วิทยุรถและเปิดเพลง แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อแทนที่จะมีเสียงเพลงดังขึ้น กลับกลายเป็นเสียงหวานติดแหบนิดๆของลูกค้ารายล่าสุด มือคงจิ้มผิดไปที่แอพพลิเคชั่นอัดเสียงแน่ๆ


ไม่รู้ทำไมผมจึงไม่กดเปลี่ยนเป็นเสียงเพลง
น่าจะเพราะต้องการทำความเข้าใจลูกค้าคนนี้ให้มากขึ้น เป็นเคสที่ไม่แปลกแต่ไม่ค่อยได้ทำ


ภาพแหวนเรียบๆหนึ่งวง เพชรไม่กี่กะรัต ทองคำขาวสีสวย ดีไซน์เรียบเก๋ ไม่แหวนแนวแต่ก็ไม่เกลื่อนตลาด 


เสียงยังคงดำเนินต่อไป ผมคิดออกว่าคนเล่าทำหน้าอย่างไรเวลาพูด ด้วยความที่ทำแหวนแต่งงานมาไม่ต่ำกว่าสิบวง ฟังเรื่องรักๆมาไม่ต่ำกว่าสิบเรื่อง ผมคิดว่าครั้งนี้ดูจะเรียบง่ายกว่าทุกครั้งที่เคยทำมา



ภาพฝัน... เป็นชื่อที่เพราะดี
ยิ่งเวลาแบมแบมพูดมัน ทำให้ผมนึกถึงภาพฝันของเขา ภาพฝันของแบมแบม







แต่นั่นก็ไม่ค่อยดี
เพราะมันทำให้ผมอยากมีภาพฝันของตัวเองเช่นกัน



ไม่ค่อยจะดี
เพราะสายฝนบวกเสียงที่กำลังเล่าเรื่องความรัก
ทำให้ผมแอบเหงาในใจอย่างช่วยไม่ได้

3 comments:

  1. ขนาดเราเป็นคนอ่านยังรู้สึกเหงาตามไปด้วยเลย 555

    ReplyDelete
  2. งื้ออออ แล้วแบมจะสมหวังไหมอะ แต่แบมดูทุ่มเทกับแฟนมาก กระตือรือร้นดีจริง ๆ
    แต่นี่อยากทีมพี่ร้านกาแฟ ชงมาร์คแบมซะเลย 555555

    ReplyDelete
  3. งื้ออออ แล้วแบมจะสมหวังไหมอะ แต่แบมดูทุ่มเทกับแฟนมาก กระตือรือร้นดีจริง ๆ
    แต่นี่อยากทีมพี่ร้านกาแฟ ชงมาร์คแบมซะเลย 555555

    ReplyDelete