Tuesday, 9 August 2016

#ficmbrehab | 03 Finalé




03 Finalé





หาย..


หายไปไหน…


หาไม่เจอ..


อยู่ไหนกันนะ…


หัวใจของเรา
ที่ฝากเขาไว้
พอคนนั้นหายไป
ต้องไปหาที่ใดกัน



“มาร์ค… มาร์ค…”


ร่ำร้องเท่าไหร่อีกคนก็ไม่มีวันได้ยิน
ตอนนั้นใกล้เท่าใดแต่ตอนนี้ไกลเหลือเกิน



ทำไมล่ะ ทำไม
ทำไมถึงหนีเราไป

เพราะอะไรกัน

เพราะวันนั้นเราจากมางั้นหรือ
เปล่าเลย เราไม่ได้ตั้งใจนะ

เราไม่ได้หนีมาร์คนะ
เราไม่ได้หนี
เราไม่ได้หนี ได้ยินไหม

เราไม่เคยหนี!!!



“กลับมา.. กลับมาเถอะนะมาร์ค.. ฮึก”


เราต้องร้องไห้อีกแค่ไหน
น้ำตาต้องหลั่งอีกเท่าใด
แค่ไหนหรอ แค่ไหนจึงจะพอ

แค่ไหนที่เขาต้องการ



“I’ll give you all…this… And… Heaven too”



เราเจ็บ
เราเจ็บ
เราเจ็บ
เราเจ็บได้ยินไหมมาร์คว่าเราเจ็บ



“ฮึก.. มาหา… กลับมาหาแบม…”



ทั้งปวด
ทั้งรวดร้าว
ยังปวด
และยังรวดร้าว


เจ็บเหมือนกันบ้างไหม
เจ็บปวดเหมือนแบมรึเปล่า
แผลเก่ามันตกสะเก็ดหรือยัง
แผลเก่าได้เปิดบ้างหรือเปล่า



“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!!”



แผดเสียงอย่างไร้จุดหมาย
ไม่สนใจว่าใครจะได้ยินหรือไม่
ไม่สนใจนอกจากเขาคนเดียว


I'm begging you to keep on haunting
I'm begging you to keep on haunting me
I'm begging you to keep on haunting
I know you're gonna keep on haunting me

[Haunting: Halsey]


เขาคนนั้นที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หัวใจ
แต่เป็นจิตวิญญาณ
เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เป็นร่างกาย
เป็นอากาศ

แม้มองไม่เห็นก็รู้สึกได้


“จะกลับมาแล้วใช่ไหม… ฮิๆ จะกลับมาใช่ไหม!!”



ร่างบางนอนเหยียดตัวอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดทั้งสีสดและเข้มแห้งกรังบนข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้าง ใบหน้าหวานแต่ทรุดโทรมอมยิ้มหลับตาพริ้มเสมือนกำลังฝันหวาน

ภาพนั้นเด่นชัดอยู่ในจอมอนิเตอร์ของห้องถัดมา หัวหน้าแผนกบำบัดขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเครียดอีกครั้ง เธอไม่รู้จะจัดการและรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรเสียแล้ว


ความรักที่ไม่สามารถพรากจากกันได้น่ะ
เธอจะไปขัดขวางได้อย่างไร…


ที่แบมแบมพยศหนักกว่าเดิมทวีคูณเพราะหนึ่งปีเต็มหลังจากมาร์คเข้าร่วมบำบัดที่นี่ อาการของชายหนุ่มนั้นดีขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ในระดับที่ว่ามาร์คสามารถย้ายออกไปบำบัดในที่ๆตึงเครียดน้อยกว่านี้ได้แล้ว

หรืออีกนัยหนึ่งคือมาร์คได้จากที่นี่ไปเป็นเวลาสามวัน
และนั่นก็ทำให้คนรักของเขาคลั่งได้อย่างน่าขนลุก

แบมแบมเริ่มจากการทำลายข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้า
ถัดมาก็ทำร้ายคนรอบข้าง ไม่ว่าใครก็ตาม
สุดท้ายร่างบางที่เหมือนจะไร้แรงก็วกเข้าทำร้ายตัวเอง
อาการหลอนของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นส่วนหนึ่งเพราะเจ้าตัวมีนิสัยชอบซ่อนยาหรือเอาไปทิ้ง


‘เพราะถ้าเรากินยานี่ เราจะไม่เจอมาร์ค ไม่เห็นมาร์ค เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราอยากเจอมาร์ค อยากเห็นมาร์ค ...แม้จะสัมผัสไม่ได้ก็ตาม’


เหตุผลที่เจ้าตัวให้พร้อมน้ำตาหยดใสหลายต่อหลายหยดต่อกันเป็นทางยาวแนบแก้มซึ่งตอบลงทุกวันทำให้เจ้าหน้าที่บำบัดหลายคนไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร

โทรศัพท์ส่วนตัวของหัวหน้าแผนกสั่นกระทบโต๊ะทำงาน เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายสำคัญ


“ค่ะท่าน”


เมื่อได้ยินข้อความจากปลายสายก็ยิ่งตกใจ


“เมื่อไหร่คะท่าน”


กันต์พิมุกต์…


“ได้ค่ะ อ่า ใช่ค่ะ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้น่ะค่ะ โอเคค่ะดิฉันจะจัดการทุกอย่างภายในหกโมงเย็นวันนี้ค่ะ ค่ะ รับทราบค่ะท่าน สวัสดีค่ะ”


หันหน้ากลับไปมองผู้ป่วยในการดูแลซึ่งกำลังยกมือกอดอากาศแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ


ยินดีด้วยนะแบมแบม…
ยินดีกับความรักของเธอด้วย

คราวนี้ทั้งฉันหรือคนอื่นๆจะไม่เข้าไปกีดกันแล้ว
เบื้องบนสั่งให้ลองเอาเขากับเธอมาอยู่ด้วยกัน
จะไม่มีการบำบัดอีกแล้ว มีแต่การให้ยา

ยินดีด้วยอีกครั้ง..



คนรักของเธอกลับมาแล้ว











I know you, I walked with you once upon a dream
I know you, that look in your eyes is so familiar a gleam
And I know it's true that visions are seldom all they seem
But if I know you, I know what you'll do
You'll love me at once, the way you did once upon a dream

[Once Upon A Dream: Lana Del Rey]




ตึกตัก


ตึกตัก


ตึกตัก




Ah-ah, ah-ah, ah-aah mmh
Ah-ah, ah-ah, ah-aah mmh


หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยามเท้าก้าวเดินใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยามเสียงย่างก้าวใกล้ขึ้นเรื่อยๆ





ตึกตัก


ตึกตัก


ตึกตัก



แบมแบมอยู่ในนั้นใช่ไหม
แบมแบมของเรา

มาร์คกำลังมาหาเราใช่ไหม
มาร์คของเรา



ตึกตัก


ตึกตัก



แกร๊ก



กลอนประตูถูกปลดแล้ว
ดวงตากลมโตหันไปมองด้วยความหวัง
ความหวังว่าพื้นที่ว่างข้างห้องจะไม่ว่างอีกต่อไป

แต่แล้วก็ต้องสับสนเมื่อคนที่ตามหาก้าวเข้ามา
เอ๊ะ นี่ห้องของแบมแบมนะ คุณพยาบาลเข้าผิดรึเปล่า
สงสัยได้ไม่นานความปิติยินดีก็รื้นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว


These brown eyes I love
This dark brown hair of yours
These lips I adore
Oh how I miss you. I'm sure


“Honey, I'm home”


รอยยิ้มนี้ที่เพรียกหา
เสียงวาจาที่เอื้อนเอ่ย
แววตารักใคร่ที่ไม่เคย
ไม่เคยจะจางหายไป


“Welcome home, darling. Hehehe”


โผเข้ากอดอย่างไม่ยั้งมือ
เรารักกัน ใครจะทำไม!
โซ่ที่ล่ามเท้าไว้ก็ไม่อาจห้ามได้


กริ๊ก

คุณพยาบาลเอาเราล็อคไว้ห่างจากแบมแบมเพียงนิดเดียว โซ่ยาวแต่เส้นบางทำให้สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ง่าย แต่ตอนนี้เราไม่สนใจอะไรนอกจากแบมแบม


“แบมแบม… แบมแบมของเรา”


“มาร์คคิดถึงแบมมั้ย”


“คิดถึงมาก มากที่สุด คิดถึง คิดถึง”

ว่าพลางกระชับอ้อมกอดก่อนจะพรมจูบอ่อนโยนทั่วใบหน้ามนอย่างแสนรักใคร่


เขาเอาเราไป
ไปที่ไหนไม่รู้
ไม่ชอบ
ไม่ชอบเลย
ไม่ชอบเพราะที่นั่นไม่มีแบมแบม


แต่เรากลับมา
และตอนนี้ไม่มีอีกแล้วทั้งกระจกทั้งลูกกรงกั้นระหว่างเรา


“ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเราอีกแล้วที่รัก”


มือบางผลักมาร์คให้นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กเย็นเฉียบก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมอยู่บนหน้าตัก เล็บจิกกลุ่มผมบริเวณท้ายทอยให้อีกฝ่ายเงยหน้าสบตา

ริมฝีปากสองคู่ประกบกันทันที
ร้อนแรงและรุมเร้า
โหยหาและลึกซึ้งให้เท่ากับความคิดถึง


“Ah… Someone has been naughty”

เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมยกยิ้มกว้างด้วยแววตาซุกซน
ลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากที่เริ่มขึ้นสีของตนเอง

มาร์คน่ะกบฎทุกทีสิน่า
ฮิๆ
ที่อยู่ใต้ลิ้นของมาร์คน่ะ
แบมแบมรู้นะ


“You don’t like the fun? Hmm?”


Then he got his tongue out
A substance so familiar on it
Ooh… A time-release one
Ooh, baby we’re having some fun


“Let me taste it again. The same way I did before”



แกร๊ง


โซ่เล็กบนข้อมือกระทบกับลูกกรงกลางห้อง 
หลังบางแนบชิดกับเหล็กซี่อุณหภูมิต่ำ
แต่ร่างกายของทั้งคู่กำลังร้อนรุ่ม


Let me taste all of your LSD
Let me see what I have never seen
Take me where I’ve never been
And we’ll go places full of fantasies


We kissed and we kiss and we are kissing
His hands all over me, it’s exciting
My heart pounds faster, still rising
My leg on his hips, attaching



“อ๊า… อืม… ฮื่อ”



Down and down his lips go
Down my neck, my shoulder and way down low
I feel everything intensely. Yes! I do so
This moment, we promised, to never let go



“ได้เวลาสนุกแล้ว ที่รัก”



รอยยิ้มกว้างจนน่าสะพรึงของเราทั้งหมด
แววตาบ้าคลั่งกลับมาอีกครั้ง
เสียงหัวเราะหลอนประสาทดังขึ้นอีกครา




เพล้ง!


กระจกในห้องน้ำรวมถึงบริเวณโต๊ะถูกแกะออกและเขวี้ยงลงบนพื้นกลางห้อง เศษคมกระจัดกระจายไปทั่ว 
เสียงหัวเราะดังขึ้นไม่หยุดหย่อน สภาพห้องไม่ต่างจากสงครามเมื่อแบมแบมควักปืนที่เจ้าตัวขโมยมาซ่อนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ออกมาไล่ยิ่งอีกคน


All the chains have broken
Hallelujah, we’re free 




ปัง!

ปัง!

ปัง!

ปัง!




กระสุนหลายนัดถูกส่งผ่านอากาศติดต่อกัน 
หนึ่งคนไล่ยิง กับอีกหนึ่งคนวิ่งหลบ
ไม่มีความกลัว ไม่มีความเคียดแค้น
มีแต่ความสนุกและความสุขเปี่ยมล้น



“I'm here, darling!”


“ฮ่าๆๆ ฮะ ฮะๆๆๆ ฮิๆ”


“ฮี่ ฮิๆๆๆ”


“มาาาาาร์คคคคคคคคค”

กระสุนนัดสุดท้ายกับกระบอกปืนซึ่งกำลังหันกลับมาจ่อตนเอง ลิ้นเล็กเลียกระบอกปืนก่อนจะส่งวัตถุโลหะเข้าไปในริมฝีปากสีอ่อน


“หึๆๆ ฮะๆๆ แบมของมาร์ค”

ฉับพลันแขนแกร่งโอบรอบเอวคอด มือหนากำรอบคอของอีกฝ่ายก่อนจะแทนที่กระบอกปืนด้วยสองนิ้วของเขา ส่วนมืออีกข้างที่ว่างแย่งปืนมายิงขึ้นเพดานขณะริมฝีปากหยักขบกัดต้นคอซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น


I've got a burning desire for you, baby
I've got a burning desire
(Come on, tell me boy)
I've got a burning desire for you, baby
I've got a burning desire
(Come on, tell me boy)

[Burning Desire: Lana Del Rey]


พลิกกายบางเข้าหาก่อนจะมอบจูบอันลุ่มหลงให้อีกครา 
แบมแบมหย่อนกายลงบนเศษกระจกที่แตก
ดวงตาล่องลอยทอดสายตามาที่มาร์คอย่างเชื้อเชิญ
เท่านั้นคนตัวสูงกว่าก็โยนเสื้อคนป่วยขาดๆออกจากร่างกาย ขึ้นคร่อมคนรักก่อนจะขบเข้าที่ซอกคออีกครั้ง


Sharp pieces stab me
It ain’t hurting
It ain’t hurting
Nothing can hurt me as much as your departure

You bite my lips
Caress my thighs
You scratch my back
Our kisses make me feel high

Pounding into me
Your muscles clench
Releasing into me
Our overwhelming love



“อ๊าาา! ฮะๆๆ ฮะ ฮะ ฮ่าๆ”



หวีดร้องออกมาให้พอ
ให้พอกับสายเลือดที่รินไหล
ให้พอกับจิตใจอันบิดเบี้ยว

กระจกคมจรดบนคอของอีกฝ่าย
เชือดเฉือนผิวอ่อนจนเปิดออก
เลือดของเราไหลรวมกัน


อา… หรือนี่สินะ…
คือการเป็นหนึ่งเดียว



“This feels good, baby. This feels so fucking good!”


สองร่างบนเศษกระจกแตก
สองร่างกับโลหิตสีแดงฉาน

หนึ่งคู่รักกับรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะ
หนึ่งคู่รักกับความรักอันล้นเอ่อ

แล้วจู่ๆโลกทั้งใบก็มืดลง
จดจำได้เพียงแค่ใบหน้าของอีกคน

ที่รัก… ถึงเราจะตื่นหรือไม่
เราจะได้เจอกันอยู่ดี
นี่คือคำมั่นสัญญาเดียว
ที่จะรักษาไปตลอดกาล






Say my name
And every color illuminates
We are shining
And we will never be afraid again

Say my name
As every color illuminates
We are shining
And we will never be afraid again

[Spectrum: Florence+the machine]





แสงอ่อนๆยามเช้าสอดส่องเข้ามาในห้องสีขาวโล่ง
มีเพียงเตียงคนไข้สองเตียงติดกันอยู่กลางห้อง
มือและเท้าของพวกเขาถูกมัดแน่น ทั้งยังมีผ้าพันแผลอยู่เต็มตัวไปหมด รอยแผลเป็นยังคงไม่จางหาย


แต่พวกเขากำลังยิ้ม
ยิ้มที่มาจากใจ
แต่เป็นยิ้มซึ่งมากจนเกินไป
ในหัวใจที่รักท่วมเอ่อ



“รักแบมไหมมาร์ค… รักแบมไหม”


“มาร์ครักแบม รักแบม ฮิ รักมาร์คไหม”


“แบมก็รักมาร์ค รักมากที่สุดเลย ฮะๆ รักแค่มาร์ค”


“ฮิๆๆ ฮะๆๆ ดีจัง ดีจัง”


“ได้อยู่ด้วยกันเสียที… คิกคิก ดีจัง”



เรามีเพียงกันและกัน
มีแค่รัก
มีแค่รัก
มีแค่รักเท่านั้น


รอยยิ้มหวานค้างไว้ตลอดเวลา
ดวงตาคู่สวยทั้งสองหลับพริ้ม


จงไป...
ไปในวันเวลาที่ดี
ที่ๆจะไม่มีใครพรากเราได้


Nothing but our love
Nothing but our love
Nothing but this love of ours

We see nothing
We feel nothing
We know nothing




We need nothing but this love of ours

Sunday, 7 August 2016

#ficmbrehab | 02 Never again



02 



เสียงกริ่งดั่งขึ้นเมื่อถึงเวลาของการนำผู้ป่วยเซ็ตสุดท้ายไปห้องบำบัดจิต ทางสถาบันจะแบ่งเวลาการบำบัดคล้ายการปล่อยนักเรียนพักกลางวันโดยการจัดจำแนกตามอาการและระดับความรุนแรงของผู้ป่วย ระดับหนักเบาจะสลับกันไปเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เหนื่อยมาก

รอบนี้เป็นรอบที่สามของวัน
รอบของมาร์คและแบมแบม

อ่า… ผู้ป่วยระดับวีไอพี


“ตามเอกสารที่ฉันได้แจกพวกคุณไปก่อนหน้านี้ ขอให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หวังว่าพวกคุณคงอ่านอย่างละเอียดแล้ว”

หัวหน้าฝ่ายบำบัดเอ่ยขึ้นเสียงเคร่งเครียดต่างจากเคสอื่นค่อนข้างมาก เธอรู้ดีว่าถ้ามีการผิดพลาดขึ้นเรื่องราวจะยุ่งยากมากทีเดียวเชียว


“แกๆ ทำไมรอบนี้ต้องเคร่งขนาดนี้วะ มีแค่สองคนเองใช้คนเป็นสิบเลย”

พนักงานใหม่กระซิบเพื่อนข้างตัวอย่างไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่ ดูจากรูปการณ์แล้วก็แค่ผู้ชายผอมๆสองคนเท่านั้น 


“เขาลือกันมาว่าฤทธิ์เยอะว่ะ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำงานมานานแต่เพิ่งเคยถูกย้ายมากะสาม”


“มีคำถามอะไรหรือคะ”

หญิงวัยย่างสี่สิบปีเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ เธอยังคงกังวลกับการบำบัดรอบนี้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดได้


“คือ… หนูสงสัยน่ะค่ะพี่ว่าคนไข้สองคนในกะสามนี่รุนแรงมากเลยหรอคะ ทำไมเราต้องใช้ตั้งสิบคน”

หัวหน้าฝ่ายบำบัดแค่นหัวเราะในใจ
ไม่ใช่แค่รุนแรง แต่เคสนี้เรียกว่าเลวร้ายจะเหมาะกว่า


“เพราะเป็นระดับสูงสุด แต่ก่อนแบมแบมบำบัดคนเดียวด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาร์คย้ายมาจึงต้องบำบัดด้วยกัน ส่วนเหตุผลว่าทำไมเราต้องใช้คนจำนวนมากสู้กับผู้ป่วยแค่สองคน นั่นเพราะว่าในกะนี้เคยมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าราย”


“...”

ทุกเสียงในห้องอบรมเงียบลง


“สถิติสูงสุดคือเสียชีวิตสี่รายภายในหนึ่งชั่วโมง 
และนั่น… เป็นฝีมือแบมแบมแค่คนเดียว”


สิ้นการบอกเล่า ไม่มีใครคิดจะตั้งคำถามอีกเลย







*






“Hmmmm...hmm..hm.. Hmmm”



Electric blue

Blood red

Dark purple



“La… La la la… La la”



I painted the sky

I painted the sea

I painted you and me



“ฮ้าา… ฮะ ฮะๆ … ฮึก”



Where did you go?

What did you do?

Why would you go?

What would you do?



“They will pay the price. They will pay…”


ริมฝีปากแห้งผาก
ทำเพียงแค่กระซิบกระซาบกับผืนผ้าใบ
มือซีดเซียวดูไร้เรี่ยวแรง
แต่กลับกำพู่กันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน


“มาร์ควาดอะไรหรอ”


เสียงจากด้านข้างทำให้หันไปมอง
ผู้บำบัด? จำหน้าไม่ได้หรอก
มีคนเข้ามาพยายามจะเอาความบ้าคลั่งนี้ออกไป
โดยที่เราไม่เต็มใจเลยสักนิด


ได้ยินไหมว่าเราไม่เต็มใจ!


“แบมแบม”


ที่รัก…
แบมแบมผู้เป็นที่รักของเรา

ทำไมจึงทิ้งเราไปกันนะ
ทำไมจึงหายไปแบบนั้น
ทำไมกันนะ

ทำไม!


“ใครพรากคุณไปกันนะที่รักของผม”


นิ้วไล้ไปตามสีหนาๆบนผ้าใบ
ปนเปและสับสน
สับสนและวนเวียน

คุณเหมือนการผสมกันของทุกสี
เป็นศิลปะอันล้ำค่า
เป็นศิลปะอันสวยงาม
เป็นผลงาน…


ของความพังพินาศ



“วาดแบมแบมหรอ”


เธอพยายามจะคุยกับเราอีกแล้วนะมาร์ค
...เสียงในหัวก็พูดคุยกับเราเช่นกัน


“นี่แบมแบม คิกคิก”


“แบมแบมอยู่นู่นไง ลองวาดอีกรอบไหม”


มือขาวสุขภาพดีเฉกเช่นคนทั่วไปหยิบแคนวาสมาอีกใบและเตรียมอุปกรณ์ให้ใหม่ เก้าอี้ถูกจับหันไปอีกทางเมื่อคนที่นั่งอยู่สามารถขยับได้แค่แขนและมือเนื่องจากส่วนอื่นได้ถูกมัดตรึงไว้กับพนักพิง


มองไปตามที่เธอชี้

อ๊ะ.. นั่นแบมแบมจริงๆด้วย

คิกคิกคิก

ที่รักของเรากำลังดีดเปียโน



อีกฝั่งหนึ่งของห้องปรากฎร่างบางในชุดหลวมสีเขียวอ่อนนั่งอยู่บริเวณเปียโนแกรนด์หลังใหญ่ นิ้วเรียวไล่ไปตามตัวโน้ตต่างๆแต่ยังไม่กดน้ำหนักลง

ทั้งห้องเงียบสนิท 
แบมแบมหันหลังให้ห้องของมาร์ค
เหมือนที่ตอนแรกมาร์คหันหลังให้ห้องของแบมแบม
พวกเขาแค่ถูกกั้นโดยกระจกและลูกกรง
และเจ้าหน้าที่บำบัดสิบหกชีวิต



“สวัสดี ฮิๆ สวัสดี”


เสียงเล็กดังขึ้นในระดับเบาพร้อมกับศีรษะทุยโน้มเข้าใกล้แป้นสีขาวสลับดำมากกว่าเดิม



“วันนี้แบมแบมอยากเล่นเพลงอะไรคะ”


นั่นสิ...แบมแบมอยากเล่นเพลงอะไรหรอ
เพื่อนคนแรกในหัวถามขึ้น

นายจะเล่นหรอ ฮิ จะเล่นหรอ
เพื่อนคนที่สองหัวร่อต่อกระซิกเช่นเคย



“เราจะเล่นเพลงอะไรกันดีเพื่อนๆ”



เพลงนั้นไง…
เพลงแห่งความทรงจำ…
เพลงที่จะปลดปล่อยพวกเรา



“เรากลัว.. เพลงนั้น… เราไม่เล่นหรอก!”


มือสองข้างฟาดลงบนแป้นอย่างจัง เสียงเพี้ยนๆดังก้องไปทั่วห้อง กำแพงกระจกไม่ได้กันเสียงมากนัก มาร์คจากอีกฝั่งจึงสามารถได้ยินไปด้วย

คนที่นั่งวาดรูปอยู่หัวเราะเบาๆ
...ที่รักของเราจะเล่นเพลงนั้นหรือ คิกคิก 


“ทำไมกลัวล่ะหืม เราต้องเอาชนะความกลัวรู้มั้ย”

เจ้าหน้าที่บำบัดผู้ไม่ทราบถึงเบื้องลึกเบื้องหลังแต่อย่างใดเอ่ยขึ้นด้วยความหวังดี


ตัวตนใดตัวตนหนึ่งของกันต์พิมุกต์เหยียดยิ้ม


“ฮิ คุณว่างั้นหรอ งั้นแบมแบมจะเล่น”


“ดีแล้วนะคะ เล่นเลยค่ะฉันรอฟังอยู่”


“คิกๆ จะเล่นแล้วน้าา”


เพลงคลาสสิคระดับกลางถูกบรรเลงขึ้นในห้องสีเหลี่ยมติดลูกกรงและกระจก เสียงนั้นไพเราะและกังวานไปทั่ว
ดวงตากลมโตพริ้มหลับ ใบหน้าหวานเงยขึ้น ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มอ่อนโยน

เสียงสะท้อนทุกมุมห้องรวมไปถึงห้องข้างๆ
สะท้อนเข้าไปถึงจิตใจ
ลึกลงไป
ลึกลงอีกสิ

ไหน… เจออะไรบ้างไหมคนดี…




“มาร์ค ผิดแล้ว แบบนี้ๆ”

ปากอิ่มอมชมพูเปิดขึ้นเพื่อชี้ข้อบกพร่องของอีกฝ่ายยามนิ้วยาวกดลงผิดที่ผิดทางทำให้เสียงแปร่งเพี้ยน


“มาร์คจำไม่ได้อะแบม”

คนตัวหนากว่ายอมรับออกมาอย่างไม่อาย 
เขาไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์ทางการเล่นเปียโนเสียหน่อย 


“นักเรียนคนนี้ขี้ลืมจริงๆ แก่แล้วก็งี้”


“ว่าได้ว่าไปนะ”


“โอ๋ๆ ล้อเล่นนิดเดียวเอง มาๆเดี๋ยวแบมช่วย”

มือเรียวทาบลงบนมือหนาพาทั้งสองข้างบรรเลงเมโลดี้อันคุ้นเคยไปด้วยกัน

พอทำแบบนี้แล้วทั้งมาร์คและแบมแบมรู้สึกว่าเพลงเก่าๆนี่เพราะขึ้นมากโขเลยทีเดียว


“แบม”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นส่งผลให้ใบหน้ามนหันไปตามคำเรียก
แล้วก็พบกับปลายจมูกขอฃอีกฝ่ายในระยะลมหายใจ

“อ๊ะ”


“หึ”

หัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อคนรักตกหลุมพรางเสียจนได้ ริมฝีปากหยักแนบเข้าจุมพิตด้วยความรักและทุกความรู้สึกที่อยากจะสื่อสาร โดยที่ร่างบางก็ตอบรับกลับมาไม่แพ้กัน


“โอ๊ะ”

แบมแบมอุทานเล็กน้อยเมื่อฟันคมของมาร์คขบเข้าที่ริมฝีปากล่างของตน ส่วนเจ้าคนตัวการก็ได้แต่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์จนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้าง


“ซนนักนะ”

ว่าพร้อมยกแขนเรียวขึ้นโอบลำคอของฝ่ายตรงข้าม มาร์คกระตุกมุมปากขึ้นอีกนิดก่อนจะโน้มตัวเข้าหากันอีกครั้ง… อีกครั้ง และอีกครั้ง


หอมหวาน
อดีตช่างหอมหวาน
อดีตคือเมื่อวาน
เมื่อวันวานซึ่งไม่อาจลืม






ตึง!!!


มือเรียวทุบลงบนเปียโนอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังกว่าครั้งแรกเยอะมากจนเจ้าหน้าที่ต่างเริ่มกังวล


“ทำไมต้องลืม!!! ทำไมต้องลืม!!!”

กึ่งพูดกึ่งตะโกนกึ่งหวีดร้อง
มือบางขย้ำเส้นผมสีดำขลับของตนเองและออกแรงทึ้งอย่างไม่กลัวเจ็บ




แคว่ก!!! โครม!!

ทางด้านมาร์คเมื่อละเลงใบหน้าของแบมแบมไปได้ครึ่งหนึ่ง แขนแข็งแรงก็ดันยกแคนวาสมาฉีกและปาลงพื้นระเนระนาด 

ทั้งสีและพู่กันกระจายตามพื้น
กระจัดกระจายไม่ต่างจากสภาพจิตใจของทั้งสองผู้ป่วย


“Bambam… Bam…”


“มาร์ค! เป็นอะไร”


“อย่าสะเออะมาคุยกับเรา!”


“ใจเย็นๆก่อนนะมาร์ค”


“บอกให้หุบปาก!!!”

Palette knife ร่อนจากมือคนป่วยเฉียดใบหน้าของเจ้าหน้าที่ประจำสถานบำบัดไปแค่มิลลิเมตรเดียวเท่านั้นแล้วจึงเข้าปักบนประตูบุด้วยพื้นผิวกันเสียงคล้ายฟองน้ำ


อย่ามายุ่งกับเรา
เราไม่ต้องการ…
ไม่ต้องการจะดีขึ้น
เราไม่ต้องการจะลืม
ไม่ต้องการจะลืมแบมแบม
เราไม่ต้องการ
เราไม่ต้องการ


เราไม่ต้องการ!!!


เราจะไม่ลืมหรอก
ทั้งคืนวันอันสวยงามนั้น
คืนวันอันน่าชัง
และคืนวันอันโหดร้าย


เราจะไม่ลืม
ได้ยินไหม!




“แบมแบมไม่ต้องลืมนี่คะ หายใจเข้าลึกๆก่อนนะ”

เจ้าหน้าที่คนเดิมพยายามพูดไกล่เกลี่ย เธอตะโกนจนคอเป็นเอ็น แต่อนิจจา.. คนไข้ของเธอไม่ฟังอะไรเสียแล้ว


“มาร์ค!!!! มาหาแบมเดี๋ยวนี้!!!! มาหาแบม!!”

กำปั้นเล็กทุบลงบนเปียโนไม้ไม่ยั้งจนสันมือเริ่มจะแดงช้ำ
เจ้าหน้าที่มองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก แล้วหัวหน้าฝ่ายบำบัดก็เอ่ยขึ้นผ่านอินเตอร์คอมในที่สุด


“แบมแบม หันหลังไปหามาร์คสิครับ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”


ใบหน้าเปื้อนโทสะหันตามเสียงบอกอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นแววตาแค้นเคืองหายไปหมดจดถูกแทนที่ด้วยความรักความโหยหาและความหวานซึ้ง
รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างฉับพลัน รอยยิ้มแห่งความปิติยินดี


“Mark. Baby. Mark…”

เก้าอี้สองตัวหมุนมาเจอกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสบกันเหมือนเกิดประจุไฟฟ้าแล่นเข้าร่างกาย 



อา…
ในที่สุดก็หาเจอ


ในที่สุดพวกเขาก็ไปหามาร์คมาให้เรา
ในที่สุดพวกเขาก็ไปพาตัวแบมแบมมาเจอเรา


Oh my love
My love
My dearest love

Oh my heart
My soul
My broken heart
My shattered soul


“Darling, how long have I been missing you”

ริมฝีปากของทั้งคู่พึมพำในประโยคเดียวกัน
รอยยิ้มที่แทบจะเป็นพิมพ์เดียวกันปรากฎขึ้น
แววตาบ้าคลั่งกลับมาอีกครา

เพื่อฉลองวันวานที่จะย้อนคืนของพวกเรา
เพื่อดื่มด่ำความโหยหาและคิดถึง

เพื่อความรัก 
เพื่อความรัก
เพื่อความรักของเรา




โครม!!!


ไม่รู้ว่าทั้งสองแก้มัดให้ตัวเองตอนไหน แต่บัดนี้คนป่วยสองร่างกำลังยกเก้าอี้ขึ้นทุ่มลงบนทุกอย่างที่ขวางหน้าแม้กระทั่งมนุษย์ด้วยกันเอง


They will come in between our love
I can’t let them do that
I can’t

We can’t let them do that


หวีดร้องออกมาอีกครั้งพร้อมกับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งซึ่งกรูกันเข้ามาด้วยเข็มฉีดยาอันคุ้นเคย


“โอ๊ย!”

เจ้าหน้าที่นายหนึ่งร้องขึ้นเมื่อโดนเศษซากของที่รองแขนเก้าอี้เขวี้ยงโดนศีรษะอย่างจัง ซ้ำร้ายเมื่อพยายามเข้าใกล้แบมแบมเจ้าตัวก็งัดทักษะการต่อสู้ทั้งหมดออกมาใช้

ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือทั้งมาร์คและแบมแบมเคยทำงานรับจ้างซึ่งค่อนข้างเปื้อนเลือดอยู่แล้ว 



ปึก!

ทุกอย่างในห้องของมาร์คนิ่งงันอีกครั้งเมื่อผู้ป่วยใหม่ชักมีดสองเล่มออกมาจากกระเป๋ากางเกงของผู้คุมแล้วปาพวกมันออกไปปักบริเวณต้นคอของเจ้าหน้าที่สองคน

ปึก!

หันไปอีกด้านเจ้าหน้าที่อีกคนก็โดนแบมแบมบิดมือแย่งเข็มฉีดยามาปักเข้าหาตัวเจ้าหน้าที่เอง


“ออกมาเดี๋ยวนี้ ทั้งหมดเลย”

เสียงร้อนรนของหัวหน้าหน่วยดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอม
แบมแบมหันมามองมาร์คอีกครั้งก่อนจะแสยะยิ้มร้าย



Time has come, my love
Time for us has finally come
Get closer, my love
Get closer so we can be together



สองร่างลากเท้าเข้าหากันขณะที่เสียงปิดล็อคประตูดังขึ้น
ไม่มีการหอบโยน ไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าเหน็ดเหนื่อย
ใบหน้าซีดเซียวของทั้งคู่มีเพียงรอยยิ้มกว้าง มือของแต่ละคนก็ลากเก้าอี้ไม่สมประกอบมาด้วย


เวลาที่รอคอยมาถึงเสียที



“ฮิ ฮิ ฮิ”


“หึ”


“คิดถึงแบมแบมมากมั้ย”


“คิดถึงมาร์คมากหรือเปล่า”


“คิกๆ”


“ฮะๆๆ”


ระยะของทั้งคู่ร่นลงทีละนิดจนกระทั้งสองร่างมายืนเผชิญหน้ากันโดยมีแค่กระจกและลูกกรงความถี่ห่างกั้นไว้


“ถึงเวลาได้เจอกันเสียที”




โครม!


เก้าอี้ส่วนที่เหลือถูกจับทุ่มไปยังกระจกบานใหญ่อย่างไม่ออมแรง ปากซีดแห้งผากยังคงขยับยิ้มแม้จะมีเลือดซิบเพียงใด 

เสียงหัวเราะดังก้องกังวานกว่าเสียงเปียโนเมื่อครู่เสียอีก
เสียงหัวเราะอันเข้ากันดีจนน่าขนลุก
เสียงหัวเราะที่หลอกหลอนคนฟังได้อย่างสมบูรณ์แบบ


“อย่ามาขวาง! อย่ามาขวาง!!!”


โครม!
โครม!
โครม!

ปัง!
ปัง!
ปัง!


เมื่อกระจกเริ่มร้าวและเก้าอี้เริ่มไม่เหลือซากให้ใช้ ต่างฝ่ายต่างก็โยนอุปกรณ์ทิ้งและหันกลับมาใช้ร่างกายแทน
กำปั้นหนักหน่วงตั้งเป้าไปยังรอยร้าวของกระจกบานไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่มาก


แค่กระจกบานนี้เท่านั้น
แค่นี้เท่านั้น
แค่มันพัง…
เราก็จะได้เจอกันใหม่


“ฮือออ ฮึก ฮือออออออ”

ร่างบางร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดหัวใจ
แบมแบมแค่ต้องการจะกอดมาร์ค
นั่นมันมากเกินจะให้ได้หรือไร


I'm sorry
I'm sorry
I'm so sorry we ever parted

I love you
I love you
I would do anything to get our love back


“No, baby, don’t cry”

แรงทุบทวีเพิ่มขึ้น เศษกระจกที่ร้าวกระเด็นออกมาบาดสันมือหนาแต่เจ้าตัวก็หาได้สนใจไม่ 




ในห้องควบคุมหัวหน้าหน่วยและเจ้าหน้าที่อีกหลายคนกำลังยืนมองสถานการณ์ทุกอย่างด้วยอาการอึ้ง และเนื่องจากรายงานเบื้องบนแล้วเห็นว่ายังอันตรายเกินกว่าจะเอาชีวิตพนักงานเข้าเสี่ยง พวกเขาจึงต้องรอให้สองคนนี้หมดแรงมากกว่านี้เสียก่อน


“หัวหน้าคะ พวกเขาเคยรักกันมากหรอคะ”


“ไม่ใช่แค่เคยหรอก”


“คะ?”


“พวกเขาไม่เคยหยุดรักกันมากกว่า”





ปัง!

โครม!

เพล้ง!


เสียงทุบสุดท้าย
เสียงเก้าอี้กระทบกับกระจกครั้งสุดท้าย
วัตถุแข็งสีใสร่วงระโรยเป็นเศษคมลงบนพื้น


No more
No more parting

No more
No more hiding and seeking

Nothing more but our devotion
Nothing more but our passion
Nothing more but our love

Nothing more 
We need nothing more


มือหนาเปื้อนเลือดเอื้อมผ่านลูกกรงห่างเข้าประคองใบหน้าของแบมแบมเข้ามาบดเบียดริมฝีปากด้วยความโหยหาและคิดถึงสุดจะทน ร่างบางเปิดรับให้อีกคนเข้ามาตักตวงความหอมหวานที่ไม่เคยจางหาย


นี่สิที่รอคอย
นี่สิที่ตามหากันตลอดหกปี
ความรู้สึกนี้สิ


“อืม.. ฮ้า”

ปากอิ่มเผยอขึ้นกอบโกยอากาศเท่าที่ทำได้ก่อนจะกระชากคอเสื้อเจ้าของใบหน้าคมเข้ามาประกบปากอย่างรุนแรงอีกครั้ง

ทั้งคู่ตวัดลิ้นเชยชิมกันอย่างไม่รู้เบื่อ ฟันคมขบเข้าที่ริมฝีปากของกันและกันจนเลือดซิบอย่างเห็นได้ชัด


ฉับพลันแววตาของมาร์คก็เปลี่ยนไป
ความโกรธเคืองเข้ามาแทนที่
ฉากรักอันหวานชื่นดับลง


“ฮะๆ อึก”


มือทั้งสองข้างบีบเข้าที่ลำคอบอบบาง
แต่แบมแบมกลับหัวเราะคิกคักทั้งที่หายใจติดขัด



“หนีไปหรอ หนีไปหรอ!!!”


ภาพเจ็บปวดของวันเก่าๆหวนมาอีกแล้ว
หวนมาพร้อมเสียงในหัวที่กำลังทำสงคราม


เขาทิ้งเราไปนะมาร์ค..

ไม่! แบมแบมไม่เคยทิ้งเรา

เขาจากเราไปจำได้ไหม…

ไม่ใช่! 
แบมแบมไม่เคยตั้งใจทำร้ายเรา!

แต่เขาก็ทำมันใช่ไหมมาร์ค…
จำได้ไหม!!!



“They call me crybaby crybaby… ฮึก”

หยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาคู่สวยพร้อมกันกับที่ริมฝีปากได้รูปขับขานเสียงเพลง
แบมแบมยังคงยิ้ม
และนั่นทำให้มาร์คเริ่มยิ้มตามเหมือนทุกที



“But I don’t fucking care… Hehe..

Crybaby

Crybaby

Tears fall to the ground

I’ll just let them drown”



แตกหักไปหมดแล้ว
ทั้งร่างกายและจิตใจ
พังทลายทั้งด้านนอกและด้านใน


These smiles from our stirred minds
We see happiness
We see us


รักของเราพังพินาศนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ยิ่งรักบางครั้งยิ่งอยากทำลาย
ยิ่งรัก… ยิ่งอยากทำให้ตายคามือคู่นี้


“มาร์คชอบเวลาแบมร้องเพลง ฮิๆ”


“Crybaby crybaby”


“That’s right. You’re a crybaby”


“So don’t ever let me go again”


ไม่งั้นเราคงร้องไห้อย่างไม่สิ้นสุดอีกครั้ง


“Don’t ever let this go”


มิเช่นนั้นเราต้องออกตามหาอีกครา


“You’ll have me”


สัญญาแล้วนะ


“You’ll have us”


สัญญากับเราสิ


“We’ll have us”


สัญญาด้วยชีวิต


“Promise?”


“With my life, love”




With all my broken heart
My shattered soul
And with my disrupted mind
I will make us whole




ปืนช็อตไฟฟ้าถูกลั่นไกจากหน้าประตูทางเข้าของทั้งสองฝั่ง ร่างสองร่างล้มลงและหมดสติไปในทันทีด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง

หลงเหลือแต่เพียงคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นของทั้งคู่






“I’ll love you even when there’s no love in this world”









Friday, 5 August 2016

#ficmbrehab | 01 You got the love



01 


หลายปีก่อน

เอ๊ะ

หรือไม่กี่ปีก่อน

เราจำเป็นตัวเลขไม่ได้หรอก

บางครั้งรู้สึกเหมือนยาวนาน

บางคราเหมือนเพิ่งผ่านไป


คืนวันที่เราเคยเป็นคนธรรมดาน่ะ… นานเท่าไหร่แล้วนะ


จำได้แค่วันนั้น

วันคืนอันหอมหวาน


คุณบอกรักผม

รักนิรันดร์ของแค่สองเรา


Oh, my sweet heart
That night… We decided ‘normal’ wasn’t for us


And ‘abnormal’ wasn’t so far out of hand. 



*
 

ก่อนหน้านั้น
ก่อนหน้านี้
ก่อนหน้าที่ทุกสิ่งจะพังทลายอย่างน่าขัน

ย้อนกลับไปวันนั้นหน่อยสิ





“มาร์คๆ ดูสิ”

ร่างบางยืนอยู่หน้าวัตถุสีใสบรรจุน้ำ นิ้วเรียวชี้ไปด้านในพร้อมกล่าวเสียงกระตือรือร้น


“ไหน ดูซิ มิสเตอร์พัฟของแบมแบมสบายดีไหม”

เสียงทุ้มเอ่ยออกจะติดล้อเลียน นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองการแหวกว่ายของเจ้าปลาทองตัวกลมสัตว์เลี้ยงใหม่ของทั้งคู่


“มันว่ายน่ารักมากเลยมาร์ค ดูหางสิ ดุ๊กดิ๊กเชียว”

ว่าแล้วก็ขำอยู่กับตัวเอง แบมแบมทั้งเอ็นดูทั้งรักเจ้าปลาทองนี่ไปโดยไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ รู้อีกทีก็ซื้อมันมาจากร้านเสียแล้ว


“เรานี่นะ”

มือใหญ่ส่งไปขยี้ผมนุ่มของอีกฝ่าย เขารักและเอ็นดูแบมแบมมากกว่าที่แบมแบมเอ็นดูเจ้าปลานั่นเสียอีก เฮอะ

แบมแบมลากเก้าอี้มานั่งจ้องเจ้าปลาทองอยู่ไม่นานท้องก็เริ่มร่ำร้องให้หาอาหารมาสังเวย เขาจึงไปสะกิดมาร์คที่นั่งทำงานอยู่ตรงมุมห้องให้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน


“มาร์คกินเยอะๆหน่อยสิ ตัวมีแต่กระดูก”

“ทำมาพูด ตัวเองก็ผอมจะตายอยู่แล้ว”

“แบมแก้มเยอะกว่ามาร์คนะ ดูสิๆๆ”

“เยอะแต่แก้มนั่นแหละ ขาเหลือแต่กระดูก”

“โหย ไม่พูดกับมาร์คละ เถียงไม่เคยชนะ อะกินเข้าไปเลยๆๆ”


ทุกมื้อรวมถึงมื้อเย็นวันนี้เต็มไปด้วยความห่วงใย มาร์คคอยเป็นห่วงแบมแบมเสมอเหมือนกับที่แบมแบมคอยระวังหลังให้มาร์คมาตลอด


แต่ความรักเอ่อล้นของทั้งคู่ไม่ใช่ทางออกเสมอไป








เพล้ง!


“อึก… ฮึ.. ฮะๆ”

กระปุกยาสีชาในตู้ห้องน้ำถูกกวาดลงพื้นระเนระนาดด้วยมืออันสั่นเทา เงาสะท้อนในกระจกไม่คุ้นเคยสำหรับคนอื่นยกเว้นตัวเขาเอง 

เข็มฉีดยาหักงอ แก้วน้ำแตกร้าว
เลือดสีแดงฉานจากแผลบาดไม่ลึกมากไหลลงอ่างล้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



“เจอกันอีกแล้วนะ


เจอกันอีกแล้ว


ช่วงนี้เราเจอกันบ่อยนะ


ฮิๆ”



ริมฝีปากสวยซีดลงแต่ยังคงระบายยิ้มให้กับตนเองในกระจกเงาบานเดิม แววตาเก่าอันสดใสเปลี่ยนไป



Crazy

Passionate

Fearless

ทุกอย่างของความคลุ้มคลั่ง



“My dear… My dear… 
I have come to rescue you”


เสียงแหบพึมพำในลำคอและจะหัวเราะออกมาอีกครา ก่อนทุกอย่างเหมือนดับวูบลงและแววตาหม่นกลับมาอีกครั้ง



เขาร้องไห้

เขาร้องไห้อีกแล้ว

นี่เขาร้องไห้ทำไมกันนะ



“ลืมไปแล้วหรอ

ฮะๆๆๆ

ลืมไปแล้วสินะว่าร้องไห้ทำไม

ฮืออ…”


น้ำตาหยาดแล้วหยดเล่าไหลผ่านซอกนิ้วทั้งสิบ ผ่านไปไม่นานใบหน้าซีดเซียวก็เงยขึ้นจากมือของตนเอง 


พร้อมกับรอยยิ้ม
รอยยิ้มใต้ม่านน้ำตา

ดวงตาแดงก่ำ
หลอกหลอนและลุ่มหลง




เพล้ง!


กระจกร้าวจากแรงกำปั้น เงาสะท้อนเปลี่ยนไปหมด
แตกหักและบิดเบี้ยวเช่นเดียวกับคนในนั้น

มือของเขาทั้งคู่เลิกสั่นแล้ว
ขาของพวกเขายืนหยัดอีกครั้ง

จับลูดบิดเย็นเฉียบนั้นแล้วเดินออกไปสิ
เราจะได้เห็นซึ่งกันและกัน



“Bambam… Bambam…”


We call for each other
We always do


“Mark… I'm here”


Where we belong
In each other’s arms


เสียงหวีดร้องดังขึ้น 
เชือดเฉือนอากาศอย่างไร้ความปราณี
เป็นเสียงของแบมแบม
เป็นเสียงแห่งความโศกา


“ดูนั่นสิมาร์ค ฮึก.. ฮืออออออ”

นิ้วเรียวชี้ไปที่ตู้ปลาใสซึ่งตอนนี้ระเนระนาดอยู่บนพื้นหินอ่อนของห้อง เจ้าปลาตัวน้อยในตู้ดิ้นกระแด่วสักพักก่อนจะแน่นิ่งไป



โครม!

แบมแบมโถมตัวเข้าหามาร์ค มือซีดกระชับเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายโดยที่นั่งทับอยู่กลางลำตัวของอีกคน

มาร์คไม่ได้มีสีหน้าตกใจ
แต่เขากำลังสนุก
แบมแบมในเวอร์ชั่นนี้น่าตื่นเต้นไม่น้อย


“มันตาย มาร์ค มันตาย!”


“I know hehehe”


“Did you do it, Mark. Did you?!”

เสียงของแบมแบมดังขึ้นเรื่อยๆ และแหบลงเรื่อยๆเช่นกัน
แรงบีบตรงคอของมาร์คที่ยังไม่ตกลงแต่อย่างใด


“No, baby, YOU did. LOL”


ว่าจบก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี
แรงบนคอของร่างสูงคลายลงแล้ว แบมแบมกำลังก้มหน้า

แบมแบมกำลังร้องไห้อีกครั้ง


“Baby, don’t cry”


“ตาย… ตาย… เขาตายแล้ว…”


“ตัวที่เท่าไหร่แล้วนะแบมแบม”


“ตัวที่สิบสาม สิบสาม… สิบสาม…”


“จะให้มันไปอยู่กับเพื่อนมันไหม หึหึ”

ร่างหนาว่าก่อนจะจับจูงมือคนตัวเล็กเต้นระบำฝ่าเศษแก้วแตกไปยังจุดที่ปลาทองอยู่ ลำคอฮึมฮัมทำนองเพลงอย่างสุนทรีย์เหมือนทุกครั้ง

มือบางกอบกุมเจ้าปลาตัวเล็กก่อนจะยิ้มแพรวพราว


“แบมแบมดีใจที่มิสเตอร์พัฟที่สิบสามจะได้ไปอยู่กับเพื่อนๆทุกตัวก่อนหน้านี้ ฮิๆ”

ว่าจบแล้วปากสวยก็อ้าออกพร้อมกับมือหย่อนเจ้าปลาทองลงไป 


“ดีมาก...เด็กดีของมาร์ค”


You’re such a good boy
So good
So good you should get hurt



เพี้ยะ!

ฝ่ามือหนาฟาดลงบนแก้มข้างซ้ายของแบมแบม
แรงมากพอที่จะทำให้หน้าหันและขึ้นปื้นแดง


“เจ็บมาร์ค.. เจ็บ”

ปากอิ่มเบะออกเหมือนจะร้องไห้ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มบางเมื่อมือเย็นของอีกฝ่ายทาบลงบนสองแก้มอีกครั้งอย่างเต็มไปด้วยความทะนุถนอม


“My darling, my everything”


“ฮิๆๆๆ”


“Do you love me?”


“Of course I do”


“How much? How much? How much do you love me, my precious?”


“I love you with all I have. I love you with all I ever want. I am devoted, my dear”

ร่างอรชรออดอ้อนขณะส่งริมฝีปากไปคลอเคลียกับส่วนเดียวกันของร่างสูง จุมพิตดูดดื่มท่ามกลางความพังพินาศของความธรรมดาช่างหอมหวานและไร้พิกัด


“หึหึหึ มาเต้นรำกันดีกว่าที่รัก”


“แบมแบมชอบเต้นรำ คิกคิก”


สองมือกุมกันตลอดระหว่างการเดินทางของเท้าเปรอะเลือกบนกองเศษกระจกแหลมคมมากมาย คมมีดในมือใหญ่กรีดลงบนผิวอ่อนของคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะก้มลงเชยชิมเลือดสีสดนั้นอย่างกระหายโดยที่แบมแบมเงยหน้ารับความสุขสมที่อีกคนมอบให้


ไม่มีอะไรเจ็บปวด
ไม่มีอะไรต้องกังวล
ไม่มีอะไรต้องพะวงอีกต่อไป


แค่มีเรา
แค่มีเรา
แค่มีเรา

แค่มีรัก
แค่มีรัก
แค่มีรัก



คิก

คิก

คิก


โรแมนติคเสียเหลือเกิน
ทุกสิ่งที่โอบอุ้มกัน


ก็รักไม่ใช่หรือ
รักที่พวกคุณเองก็บูชา

ก็รักมิใช่หรือ
รักที่บอกว่าเลิศเลอหนักหนา

ก็เพราะรัก… มิใช่หรือ
รักมากสรรพคุณจะพรรณนา

เพราะรัก
มิใช่หรือ

เพราะรัก
มิใช่ธรรมดา

เพราะรัก
จึงโศกา

และเพราะรัก
เพราะรัก
เพราะรัก...




“Fearless we are, my love.
And relentless we shall be”





When you’re fearless you love with tears
You destroy without fear

You love and love and love
Then destroy destroy and destroy

Until there is so much destruction
Until there can be no more reconstruction



I love you

I love you

I love you




I love you with everything gone. 





Thursday, 4 August 2016

#ficmbrehab | 00 Hello, there



00 Hello, there



I thought we needed each other
Equally

But now you're leaving, and I'm breaking
So hurtfully


*


"แบมแบม นี่มาร์คนะ จะมาเป็นคู่บำบัดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"


มาร์คหรอ...

ใครกัน

อ่า...


"ฮิๆ”


I said nothing
He said nothing
We both said nothing

I just giggled
He just turned his gaze



But oh,
What a beautiful smile. 



*


“นี่ตารางบำบัดใหม่ของแบมแบมกับมาร์คนะ”

หญิงวัยกลางคนอธิบายตามกระดาษเอสี่ที่ถูกปรื๊นท์ออกมา รวมทั้งโชว์ให้ดูว่าข้อมูลทั้งหมดถูกส่งซ้ำเข้าระบบเรียบร้อย


“จะไม่เป็นไรจริงๆหรือคะ”

พนักงานประจำหรือหัวหน้าพยาบาลของที่แห่งนี้มีทีท่าไม่มั่นใจเอาเสียเลย เธอมีประสบการณ์การทำงานมากและยาวนานก็จริง แต่สองคนในการดูแลครั้งนี้มีคำร่ำลือมามากพอให้ใจสั่นขวันแขวน


“หมายถึงการเอาสองคนนั้นมาบำบัดคู่น่ะหรือ”


“ใช่ค่ะ แบมแบมทรุดลงทุกวัน มีอาการประสาทหลอนเยอะแยะมากมาย บางวันทางเราก็ยังเอาไม่อยู่ แถมตอนนี้มีมาร์คเข้ามาด้วยแล้ว กลัวจะทำร้ายกันเองน่ะค่ะ”


“พวกเขาไม่มีวันทำร้ายกันเองหรอก”


“ท่านแน่ใจขนาดนั้นเลยหรือคะ”


“แน่ใจสิ แน่ใจที่สุด”


“ดิฉันขอทราบเหตุผลได้ไหมคะ”

หัวหน้าพยาบาลถือว่านี่เป็นเรื่องที่เธอควรรู้
การรับมือกับผู้ป่วยทางจิตไม่เคยเป็นเรื่องง่าย
แต่เคสนี้ยากสุดเท่าที่เธอเคยรับมาเลย


“ก็ต่างคนต่างทำให้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้ไง”


“หมายความว่า…”


“มาร์คทำให้แบมบ้า และแบมก็ทำให้มาร์คบ้าในคราวเดียวกันไงล่ะ”


“แล้ว…”


“เพราะรักจนรักกัดกินหัวใจ ทำลายแม้กระทั่งความรักของตัวเอง”


“...”



They say love is insane
But if love is worshipped by so many

Then why can’t insanity, too,
Be the norm for everybody?





*




“มาาาาาาาร์คคคคคึ”

ถ้อยคำอ่อนหวานและเสียงออดอ้อนดังมาจากมุมหนึ่งของโรงพยาบาลจิตเวช ห้องซึ่งถูกออกแบบมาให้ปิดอย่างแน่นหนาได้ถูกจัดการแบ่งเป็นสองฝั่งและกั้นโดยลูกกรงใหม่เอี่ยมที่ยังไม่ขึ้นสนิมเหมือนห้องอื่นๆ


แน่นอนนี่ไม่ใช่คุก
แต่คนในห้องนี้ก็อันตรายไม่แพ้คนในเรือนจำเลย


“Hello, there”

ชายผิวขาวจนเกือบซีดเผือดเหตุเพราะไม่ได้ออกแดดนานนอนแผ่หลาอยู่กลางห้องฝั่งของตน ข้อมือหนึ่งข้างจากสองซึ่งถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เพื่อป้องกันการทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่นยกขึ้นกลางอากาศ



ฮิ

ฮิ

ฮิ

มาร์คกำลังวาดภาพ

ไม่สิ…

มาร์คกำลังวาดฝัน



เกร๊ง!

แต่แล้วข้อมือข้างนั้นก็ร่วงหล่นจากกลางอากาศสู้พื้นห้องเย็บเยียบ แววตาว่างเปล่ากลับมาอีกครา ดวงตาทรงอัลมอนด์จ้องสูงราวกับผ่านเพดานไปในที่ไกลโพ้น



ฝันไม่มีจริง
ความฝันอันสวยงาม
ความฝันอันหลอกลวง


โสโครก!

โสมม!

ปลิ้นปล้อน!



“Hehehe you fell again, Mark”

เจ้าของร่างบางนั่งชันเขาอยู่บริเวณมุมมือของห้องฝั่งตนเอง ขาเรียวในกางเกงขาสั้นสีอ่อนบิดไปมาเหมือนเด็กเล็กๆ


“Do you want to try?”

เสียงทุ่มเอ่ยพลางหันหน้าไปสบตากับอีกฝ่าย 
แววตามีประกายอีกครั้ง 

แววตาของทั้งคู่มากไปด้วยอารมณ์
เต็มไปด้วยความรู้สึก
อุดมไปด้วยสิ่งรู้และไม่รู้

รู้มากไป
ไม่รู้มากไป


“Say my name, Mark”


“Try falling”


I hear music
I hear sounds

I spin my head
Round and round


“Say my name…”


Pleasant
But awful

Gorgeous
Yet pitiful


“Fall…”


“Say my fucking name!”



Then I hear the snare
So light of a sound
But the echoes have no bounds



“Do you want to try, Bambam?”


Does that make me crazy?
Does that make me crazy?


“Can I try falling in love with you, then. Hehehehe”






...Possibly