05
“มีอะไรจะพูดไหม”
“ดะ..ได้โปรด.. ไว้ชีวิตผม…”
“ฉันบอกให้พูดไม่ใช่เห่า”
“!!!!”
นัยน์ตาหวาดกลัวของผู้ถูกล่ามโซ่ในห้องคอนกรีตเย็นยะเยือกซึ่งแทบจะไร้แสงหากไม่มีหน้าต่างบานเล็กติดลูกกรงเหล็กแข็งแรง สำเนียงภาษาต่างชาติที่เปรียบได้กับคนเชื้อชาติรัสเซียเอื้อนเอ่ยแบบไรการสะดุด
แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้สาดส่องรำไรกระทบบนพื้นที่ไร้การตกแต่ง
ราวกับไร้ชีวิต
...หากแต่มีอำนาจเสียจนอดใจสั่นไม่ไหว
ไม่ใช่การบรรยายลักษณะของห้องแม้แต่นิด เป็นชายผู้นั่งอยู่ในเงามืดครึ่งนึงและแสงสีทองยามเย็นครึ่งนึงนั่นต่างหาก
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันทีที่ชายฉกรรจ์ด้านขวาจรดมีดลงบนผิวหนังหลายจุดก่อนที่อีกคนด้านซ้ายจะเอาน้ำผสมกรดอ่อนราดลงบนเนื้อตัวอันสะบักสะบอม
“ชู่ว”
มีเพียงแค่รอยยิ้มบาง นิ้วชี้จรดริมฝีปาก และเสียงแผ่วเบาราวกลับจะกล่อมเด็กทารกให้หลับ
โจยืนรอรับคำสั่งจากผู้เป็นนายที่กำลังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกระคนจริงจัง
“ถ้าขนาดนี้ยังไม่พูด ก็ไม่ต้องพูดตลอดชีวิตละกัน”
“แค่กๆๆ”
“ตัดลิ้นมัน”
“แค่กๆ อ่อก… ทางฝั่งสาย.. อึก ...รองจากแสกนดิเนเวียสั่งมาเป็นงานพิเศษ”
พูดไปคนในร่างกายอันบอบช้ำก็สำลักน้ำและความเจ็บปวดไป สายตาของผู้อยู่ในมุมมืดเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำว่าแสกนดิเนเวีย
แน่นอนมาร์ครู้ดีว่าแถบนั้นใครคุม
รู้เสียยิ่งกว่ารู้
รอยยิ้มบางขยับยกขึ้นอีกนิดในขณะที่แววตาพิโรธขึ้นอีกหลายเท่าตัว แม้โจจะชินกับเจ้านายเวลาโกรธแต่ใช่ว่าลูกน้องอีกสิบชีวิตจะไม่กลัว ยิ่งผู้วางเพลิงโกดังยิ่งแล้วใหญ่
“นายอยากไปเที่ยวไหม”
ผู้คุมอำนาจว่าเสียงเรียบ ขายาวขยับออกจากการไขว่ห้างบนเก้าอี้กำมะหยี่สีดำก่อนลุกขึ้นเดินไปใกล้ตัวคนร้ายที่เห็นทีจะร้ายไม่พอ
“จะทำ..อึก.. อะไร”
พูดได้ไม่เต็มประโยคดีเมื่อมาร์คหยิบถุงมือจากกระเป๋ากางเกงออกมาจับปืนสั้นสีดำด้าน ก่อนจะถอยหลังไปอีกครั้ง
ปัง!
กระสุนพุ่งแหวกอากาศเข้าทะลุกลางหน้าผากของอีกฝ่าย โลหิตสีแดงเข้มกระเซ็นจากส่วนที่ถูกยิงมาโดนรองเท้าหนังสีดำขลับของผู้ลั่นไก
ร่างสูงโปร่งกลอกตาไปมาเล็กน้อยก่อนที่จะมีลูกน้องกูลีกูจอมาขัดรองเท้าให้เจ้านายคนสำคัญ
มือของผู้เป็นนายจะไม่เปื้อนเลือด
แม้แต่รองเท้าของมาร์คก็จะไม่แตะต้องสิ่งปฏิกูล
มีแต่การยืมมือผู้อื่น
มีแต่ดวงตาสีเลือดเท่านั้นที่คู่ควร
“โจ เอารายงานความเสียหายทั้งหมดมาให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย อ้อ แล้วก็หั่นศพหมอนี่ส่งไปให้ประธานที่เดนมาร์กด้วยล่ะ”
คำสั่งที่คนเป็นลูกน้องน้อมรับด้วยการโค้งให้การลาจากของผู้เป็นนายซึ่งเปิดประตูขึ้นรถสปอร์ตคันงามขับกลับไปยังโรงแรมที่พัก
บางทีโจก็หวังว่าจะไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพียงเพราะมันยุ่งยากและเพิ่มงานให้เขา
แต่เป็นเพราะเจ้านายวัยยี่สิบกว่าคนนี้นั้นน่ากลัวเกินกว่าที่หลายๆคนจะรับมือไหว
และในไม่ช้านั่นอาจรวมถึงบิดาของมาร์คด้วย
-
ซ่า
หยาดน้ำมากมายร่วงหล่นจากตัวฝักบัวแบบ rain shower เหนือศีรษะลงกระทบทั้งผิวหนังของผู้อาบและพื้นหินแกรนิตสีดำเงาเป็นจังหวะทำนองที่อำนวยให้สมองของมาร์คต้วนแล่นได้ดี
แสกนดิเนเวีย… แสกนดิเนเวีย…
“พัคจินยอง.. พัคจินยอง..”
พึมพำชื่อของคนที่ได้ไปเจอกันก่อนเขาจะบินมายูเครนเพื่อจัดการปัญหาที่อีกฝ่ายสร้างให้
เดิมทีเขาไม่เคยอยากมีปัญหากับสายหลักอย่างประธานสัมพันธภาพ
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ไม่ว่าเขาจะอายุเจ็ดขวบหรือยี่สิบเจ็ด มาร์คถูกสอนมาว่าเขาควรเคารพกฎขององค์กรสัมพันธภาพ
เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนทำ
แต่ถ้าคิดอีกแง่ พวกเขาล้วนมิได้เคารพกฎนี้ในแง่ที่ว่าต้องทำตามเกมและเดินตามหมากของประธานอย่างพัคจินยองทุกฝีก้าว
มาร์คไม่ได้กลัวพัคจินยอง
แต่กังวลว่าในอนาคตอาจต้องกลัวในสิ่งที่พัคจินยองหรือใครอีกคนจะตัดสินใจทำ
ใครคนนั้นคือกันต์พิมุกต์
“สวัสดีแบมแบม”
เสียงทุ้มติดแหบเอ่ยถ้อยคำในสำเนียงและภาษาอันคุ้นเคยสำหรับคนปลายสาย
[ไม่คิดว่าพูดไทยได้นะ มิสเตอร์ต้วน]
“ก็นิดหน่อย”
[แล้วมีอะไรถึงโทรมาเบอร์ส่วนตัว]
แบมแบมเอ่ยด้วยความฉงน ในเมื่อเขาไม่เคยให้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับใครเว้นแต่มารดาและคนใกล้ชิดในครอบครัว
“ฉันมีเรื่องจะถาม พวกผู้ถือหุ้นที่ก่อเรื่องในไทยน่ะ ใช่ฝีมือพัคจินยองไหม”
ไม่มีการอ้อมค้อมในเมื่อมาร์คต้องการคำตอบที่ยืนยันทฤษฎีในหัวเขาอย่างเร่งด่วน ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อโต้กลับ แต่จะต้องเป็นการโต้กลับที่นำไปสู่การรุกฆาตเท่านั้น
[รู้ได้ยังไง]
บทสนทนาเปลี่ยนเป็นภาษาเกาหลีทันที แบมแบมมั่นใจว่ามาร์คเข้าใจในเมื่อเขาได้สืบมาแล้วว่าตอนเด็กๆมาร์คเคยถูกส่งไปอยู่เกาหลีเป็นเวลาพอสมควรแก่การเรียนภาษาให้คล่อง
“เพราะฉันก็เจอเรื่องยุ่งยากเหมือนกัน”
และเป็นอีกครั้งที่ข้อมูลของแบมแบมถูกต้องเมื่อมาร์คตอบกลับมาด้วยภาษาเกาหลีอย่างคล่องแคล่ว
การเปลี่ยนภาษาเพื่อให้อุ่นใจว่าอย่างน้อยถ้าลูกน้องแอบฟังก็ไม่สามารถเข้าใจในทันทีได้
[เช่น?]
“มันส่งคนมาเผาโกดังในยูเครน”
[หวา… เสียอื้อเลยสิงานนี้]
“ทำมาพูด หุ้นบริษัทนายในบ้านเกิดร่วงมาหลายจุดขนาดนี้ ไม่คิดจะเอาคืนหรอ”
[แล้วถ้าฉันจะเอาคืน มันเกี่ยวอะไรกับนายและตระกูลของนาย]
น้ำเสียงหวานมีร่องรอยขุ่นมัวเล็กน้อย หากแต่ความสงสัยนั้นมีอยู่มากโข
เดิมทีแบมแบมไม่ได้ต้องการเดินหมากโดยใช้มาร์ค
ไม่มีเหตุผลที่มาร์คจะต้องยืมมือเขาจัดการกับจินยอง
แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็อาจมีเหตุผลมากพอที่จะร่วมมือกับมาร์คในการเอาคืนจินยอง
“เพราะฉันเป็นหมากรุกฆาตที่นายต้องเดินไงล่ะ”
ดวงตารีสีนิลหรี่ลงเพียงนิดกับข้อมูลเอกสารในมือ ก่อนจะหมุนเก้าอี้หนังชั้นดีให้หันเข้าหาวิวด้านนอก มือใหญ่ขยับหมุนแก้ววิสกี้ในมือช้าๆด้วยความเพลิดเพลินก่อนจะยกมุมปากข้างนึงขึ้นเล็กน้อย
มาร์คไม่ลืมหรอกว่ากำลังเล่นเกมอะไรอยู่
เขาคือตัวเดิมพันเดียวที่จะยอมเป็นหมากให้แบมแบม
[เป็นหมากให้ฉันแล้วนายได้อะไรกัน]
นั่นสินะ… คำตอบหรอ?
“ความสนุกไง”
[ฮะๆ แค่นั้นน่ะหรอ]
“หึ อยากได้ยินอะไรล่ะ”
[แผนการเดินหมากของนายที่จะใช้ฉันไง]
“ไร้สาระน่าแบมแบม ฉันไม่เอาชีวิตนายไปเสี่ยงหรอกนะ”
[หึ ให้มันจริง]
ถ้าหวังว่าถ้อยคำข้างต้นของมาร์คต้วนจะประดับประดาไปด้วยสีสันพาสเทลหอมหวานล่ะก็ผิดแล้ว
ถ้าหวังว่าจะได้การตอบรับอย่างขวยเขินจากแบมแบมล่ะก็… ผิดอีกเช่นเคย
กฎเดียวที่จะทำให้ไม่แพ้ในเกมจริงของชีวิตคือการจำให้ดีว่าเรายังอยู่ในเกม
แม้ว่าก้อนเนื้อกลางอกจะเต้นเร็วและแรงแค่ไหน
แม้ว่านัยน์ตาคู่เดิมจะสั่นไหววูบ
แม้ว่ามุมปากจะขยับยกขึ้นแบบที่ไม่ได้ทำมานาน
แม้ว่าอยากจะยอมรับในความรู้สึกเหล่านี้
แต่เมื่อเรายังอยู่ในเกมแล้วไซร้
จงอย่าลืมว่าทุกอย่างคือหมาก
แม้แต่ตัวเราเอง
-
1 วันก่อนโทรศัพท์สายตรงจากมาร์ค
ณ กรุงเทพ เมืองหลวงของประเทศไทย
“ดิฉันขอคัดค้าน”
“ผมด้วย”
“ทางเราก็เช่นกัน ขอคัดค้านครับ”
“ดิฉันเห็นว่าข้อตกลงของโครงการนี้ไม่เหมาะสมหลายข้อ คุณต้องพิจารณาใหม่”
“ถ้าไม่แก้จุดนี้ ผมไม่อนุมัติ”
และอีกหลายเสียงที่ตามมาอย่างน่ารำคาญใจ
ตึกไสตล์โมเดิร์นสูงเสียดฟ้าย่านธุรกิจใจกลางเมือง สถาปัตยกรรมภายในและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆบ่งบอกได้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ตึกออฟฟิศธรรมดาแต่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีไม่กี่แห่งในประเทศเทียบเท่าได้
ในห้องประชุมอันโกลาหลเนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีการทักท้วงถึงสิทธิพิเศษและมีข้อกังขากับสัญญาที่เหมือนกันมาเป็นเวลาเกือบห้าปี
แน่นอนมันไม่ใช่ว่าจู่ๆคนพวกนี้จะลุกฮือเพราะสัญญาไม่เป็นธรรมและข้อตกลงมีความบกพร่องสูง
ภูวกุลไม่เคยยอมเสี่ยงกับความผิดพลาด
ฉะนั้นภูวกุลจึงไม่เคยผิดพลาดไม่ว่าจะด้านไหน
“เท่าไหร่ครับ”
เสียงเย็นซึ่งไม่ดังจนตะคอกแต่ก็ไม่เบาจนไม่ได้ยินดังมาจากร่างโปร่งบางภายในชุดสูทสีดำสนิทและเสื้อเชิ้ตสีขาวปิดท้ายด้วยเนคไทสีน้ำเงิน เรียวขาถูกยกขึ้นมาไขว่ห้างในขณะที่มือสองข้างประสานกันหลวมๆอยู่บนตักด้วยท่าทีผ่อนคลาย
เด็กนี่ไม่แม้แต่แสดงท่าทีตึงเครียด ทั้งๆที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทุกคนในห้องประชุมกำลังต่อต้านนโยบายหมื่นล้านของมันแท้ๆ
นี่คงเป็นคำพูดที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยหากแต่สีหน้าของผู้ถือหุ้นจากทุกมุมโต๊ะบ่งบอกได้เป็นอย่างดี
“คุณกันต์พิมุกต์ต้องการจะถามอะไรครับ พูดให้ชัดเจนด้วย”
ชายวัยกลางคนท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางที่ตั้งใจจะรักษามาดสุขุมไว้เต็มกำลัง
หึ หลุกหลิกเสียจนออกทางแววตาขนาดนั้นน่ะนะ
แบมแบมคิดในใจก่อนจะหมุนตัวจากวิวท้องฟ้ายามสายกลับมาเผชิญหน้ากับทั้งองค์ประชุม มือเรียวคว้าไมค์ซึ่งตั้งอยู่ตรงหัวโต๊ะก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งห้องนิ่งสนิท… ด้วยความกลัวที่จะโดนจับได้
“ผมถามว่า ‘เขา’ จ้างคุณมาเท่าไหร่ครับ”
“คุณเอาอะไรมาพูดกันคะ เขาอะไรกัน ฉันกำลังคัดค้านเรื่องนโยบายใหม่ของทางคุณนะ ความมั่นคงไม่มีเอาเสียเลย เรื่องโรงงานไฟฟ้าที่เกิดอุบัติเหตุ ไหนจะโรงกลั่นน้ำมันในดูไบอีก คุณจะไม่ได้ความเชื่อมั่นจากเครือของเราอีกแล้ว”
หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นก่อนเมื่อตั้งสติได้คนแรก เธอร่ายยาวราวกับท่องสคริปต์ แต่แบมแบมก็ยังคงเงียบและไม่มีท่าทีจะแก้ตัวหรือความร้อนรนใดๆ
“ใช่ครับ ตามที่ทาง QTG บอกเลยว่าความมั่นคงของพวกคุณตอนนี้ต่ำกว่าศูนย์เสียอีก ผมรับไม่ได้ ถ้ายังไม่มีอะไรมาทดแทนเม็ดเงินที่หายไปเพราะหุ้นตกผมจะถอนหุ้นจากบริษัทคุณทั้งหมด”
“ทาง PDD ด้วยเช่นกันครับ เรามืออาชีพพอที่จะไม่เล่นกับมือสมัครเล่น ถ้าภูวกุล ไม่สิ ถ้าคุณกันต์พิมุกต์คุมไม่อยู่ ผมว่าเราคงต้องจบกันเท่านี้”
จวบจนวนครบความเห็นของหญิงชายมากประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเจ้าของบริษัทใหญ่โตหลายแห่ง แบมแบมก็ทำแค่เพียงส่งเสียงถอนหายใจยาวเหยียด
“ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ‘เขา’ จ้างพวกคุณเท่าไหร่ หรือด้วยอะไร”
กริ๊ก
สิ้นประโยคประตูทุกบ้านของห้องประชุมถูกล็อคจากภายนอกทันที บอดี้การ์ดของทางภูวกุลยืนอยู่ทั้งด้านนอกและด้านในของประตูก่อนที่ผู้ถือหุ้นจะรับรู้เสียอีก
ก็มัวแต่หาคำพูดมาปิดบังชนักบนหลังไง
กริ๊ก
เสียงกริ๊กที่สองดังมาจากปืนสั้นขนาดพกพาสีเงินแวววับในมือของประธานที่ประชุม
“คุณก็รู้ว่าถ้าไม่มีข้อมูลภูวกุลจะไม่พูดซี้ซั้ว ฉะนั้นผมจะให้โอกาสครั้งสุดท้ายในการตอบคำถามที่ผมจะไม่ถามซ้ำ”
“!!!”
ร่างท้วมของชายวัยกลางคนที่เมื่อครู่ยังยืนขึ้นเถียงคอเป็นเอ็นแทบจะทรุดลงบนพื้นด้วยความเข่าอ่อน แววตาหวาดกลัวและขลาดเขลาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อปืนรุ่นสั่งทำจ่อเข้าที่ใต้คาง
“คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่มันป่าเถื่อนที่สุด! ฉันจะแจ้งตำรวจ!”
แบมแบมกำลังแสยะยิ้ม
ยิ้มที่ลูกน้องคนสนิทของเขาต้องเหนื่อยทุกครั้งที่เห็น
ปัง!
นิ้วสวยลั่นไกหลังเบนแขนไปทางหญิงวัยกลางคน กระสุนเฉียดใบหน้าที่ไร้ริ้วรอยเพียงเพราะได้เทคโนโลยีทันสมัยมาช่วยไปเพียงหนึ่งมิลลิเมตร
แก้มที่ตึงผิดธรรมชาติของเธอปรากฎของเหลวสีแดงฉานซึมซิบๆออกมา
แล้วหญิงคนนั้นก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
หึ รู้ไหมครับว่าคนรวยกลัวอะไร
การตายก่อนที่จะได้ใช้เงินที่หามาไงล่ะ
กันต์พิมุกต์ไม่เคยมีปัญหาในการเค้นหรือหาข้อมูลที่เขาต้องการจะรู้ บางวิธีอาจผิดแปลกไปเสียหน่อยแต่คนรอบข้างก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประธานบริษัทคนนี้มีการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวเกินอายุอานามไปหลายขุม
เช่นเดียวกับที่ภูวกุลไม่เคยพลาด
แบมแบมก็ยังไม่เคยพลาดเช่นกัน
-
22.20 น. ณ สนามบิน JFK New York City
“ผมให้คนจัดบ้านไว้รอแล้วครับนาย รถรออยู่แล้วเราไปกันได้เลยครับ”
โจเอ่ยทันทีที่เครื่องบินส่วนตัวของมาร์คจอดสนิทก่อนจะส่งสายตาบอกให้ลูกน้องคนอื่นๆขนสัมภาระล่วงหน้าไปก่อน
“อืม”
ร่างสูงไม่ตอบอะไรเพียงแต่จัดชุดของตนให้เข้าที่ กับภาพลักษณ์และภาพพจน์ที่ต้องรักษา แค่เนคไทเบี้ยวก็มองข้ามไม่ได้
เป็นปกติไปแล้วที่มาร์คจะต้องเดินลงเครื่องบินส่วนตัวพร้อมคนสนิทและผู้ติดตามอีกไม่ต่ำกว่าห้าคน ความปลอดภัยของทายาทตระกูลต้วนมาก่อนเสมอ
วันนี้แปลกหน่อยตรงที่เขาต้องเดินออกมาจากโรงจอดเครื่องบินเพื่อขึ้นรถ เมื่อวันนี้ตารางไฟลท์บินทั้งส่วนตัวและส่วนรวมค่อนข้างแน่นทำให้เขาเองก็ขี้เกียจที่จะรอ เลยสั่งว่าจะเดินออกไปขึ้นรถเอง
และมันก็ดันเป็นการสั่งส่งๆที่ส่งผลดีเสียด้วย
สายตาของหนุ่มไต้หวันสัญชาติอเมริกันโฟกัสไปที่แผ่นหลังบางคุ้นตา คนที่เขาโทรหาก่อนกลับมานิวยอร์ค
เมื่ออีกฝ่ายหันหน้ามาสบตา ขาก็ก้าวยาวๆอย่างไม่สนใจสายตางุนงงของคนสนิทแม้แต่น้อย
“บังเอิญจังนะ”
สำเนียงอังกฤษราวกับคนเชื้อชาติอเมริกันถูกเอื้อยเอ่ยออกจากริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ
“นั่นสิ ไม่คิดว่าจะเจอ”
เป็นบทสนทนาที่ดูจะกระอักกระอ่วนสำหรับคนนอก แต่คนสนิทของทั้งสองฝ่ายดูออกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
ความกระอักกระอ่วนของบนสนทนาใช่ว่าจะวัดที่คำพูด เขาวัดกันที่สายตาต่างหากเล่า
“กลับมาแล้วหรอ”
ประโยคแปลกๆที่ทำให้มาร์คเลิกคิ้วน้อยๆกับรอยยิ้มบางบนใบหน้ามน ก่อนจะยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำ
“อืม กลับมาแล้ว”
เลือกได้แล้วสินะ กันต์พิมุกต์.