Sunday, 17 April 2016

Fraud 02 #ficfraudmb



SEALED

แบมแบมจ้องตราประทับซองเอกสารสีน้ำตาลชั่วครู่เป็นเชิงไตร่ตรอง เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะเปิดแฟ้มเล่มหนานี้ดีไหม

กันต์พิมุกต์ไม่ชอบยุ่งเรื่องของใครโดยไม่จำเป็นเพราะเขาไม่ชอบให้ความสนใจกับสิ่งใดที่ไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต

แต่ที่เขาไม่ชอบยิ่งกว่านั้นก็คือการอยู่ในสายตาของคนที่เขาไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว

ยิ่งจากคำพูดวันนี้ของชายคนนี้แล้วนั้น…
‘Your eyes, sir. Beware’
แน่นอนว่าการกระทำแห่งความลังเลของเขาถูกจับได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


นิ้วเรียวซึ่งประดับด้วยแหวนประจำตระกูลทำจากแพลตินัมแกะสลักแกะซองสีน้ำตาลออกก่อนจะเททุกอย่างลงบนโต๊ะ


Tuan Yi-En


เชื้อชาติไต้หวัน สัญชาติอเมริกัน ถือพาสปอร์ตทั้งหมดห้าประเทศคืออังกฤษ ไต้หวัน อเมริกา สวิสเซอร์แลนด์และรัสเซีย


ตระกูลเจ้าของเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของทั้งไต้หวันและอเมริกา อีกทั้งยังมีหุ้นในธนาคารรายใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรายในประเทศที่กล่าวมา


conference ทุกที่ที่แบมแบมไป มาร์คต้วนก็ดูจะได้บัตรเชิญทั้งหมด แต่เจ้าตัวไปแค่รัสเซีย อังกฤษ และเดนมาร์คเท่านั้นในปีนี้ จริงๆก็ไม่แปลกอะไรเพราะการสมนาและประชุมต่างๆนั้นไม่ได้สำคัญทุกครั้ง

ถึงสำคัญ บางคราเราก็ต้องเล่นตัว
เพื่อให้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตำแหน่งที่ต้องการจะได้รับ


นัยน์ตาสีดำสนิทไล่มองภาพถ่ายชายหนุ่มไต้หวันคู่กับครอบครัวเอย รัฐมนตรีเอย ชนชั้นสูงของอังกฤษเอยแล้วก็ต้องคิดในใจว่าไม่มีอะไรแปลกปลอมสำหรับผู้ชายคนนี้

ข่าวเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวดูท่าจะปิดไว้มิดเกินกว่าที่เลขาของเขาจะหามาได้ภายในระยะเวลาสี่ชั่วโมง

ร่างบางก้าวเท้าในชุดลำลองผ้าซาตินทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวไปที่กระดานปาเป้าสีดำสลับทอง รูปมาร์คต้วนถูกแปะไว้กลางกระดาน ก่อนที่ลูกดอกปลายขนนกสีทองจะแล่นผ่านอากาศเข้าตรงที่กลางเป้า


ปากอิ่มพึมพำกับสายลมยามดึกซึ่งพัดผ่านหน้าต่างก่อนเหยียดยิ้มด้วยใบหน้านิ่งสนิท

“Your life, sir. Beware”





-





พาสปอร์ตและสัญชาติอย่างเป็นทางการห้าประเทศ… อังกฤษ อเมริกา ไทย ดูไบ และเยอรมันนี

พูดได้หลายภาษาพอสมควร…

การเงินทางครอบครัวไม่มีอะไรน่าสงสัยไปกว่าคนที่อยู่ระดับเดียวกัน…

ชีวิตรักเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น…


ไม่มีอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับมิสเตอร์ภูวกุลคนนั้นเลยแม้แต่น้อย



...แต่ทำไมถึงลังเลจนหลุดออกมาแบบนั้นกันนะ



ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะตกต่ำ แต่คนในระดับพวกเขาก็มีการันตีทุกทางว่าจะไม่ตกต่ำไปกับเศรษฐกิจ และถึงแม้พวกเขาจะมีสิทธิ์ถูกลากลงแหจริงมันก็มีทางออกที่ดีกว่าฉีกสัญญาคอรัปชั่นและธุรกิจ offshore ทั้งหมดแน่นอน



มาร์คต้วนนั่งไขว่ห้างในชุดลำลองบนเก้าอี้ calfskin สีดำสนิท ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนแส่ห่าเรื่องหรือไล่แกว่งเท้าหาเสี้ยนไปทั่ว โดยพื้นฐานแล้วมาร์คถูกสอนมาให้สนใจเรื่องที่ควรจะสนใจ หูตาไวแต่มองและฟังแต่สิ่งที่ได้ประโยชน์จากมันเท่านั้น


‘เพราะสิ่งรอบข้างล้วนไร้สาระ’
คือประโยคที่บิดากล่าวปิดท้ายการสอนเสมอ


เสี้ยววินาทีนึงเขาพลันคิดไปว่ากันต์พิมุกต์หรือแบมแบมคนนั้นอาจจะลุกขึ้นฉีกสัญญาและจุดระเบิดอาคารก็เป็นได้ แต่พอไตร่ตรองอีกวินาทีนึงก็พบว่าความเป็นไปได้เท่ากับติดลบ

ไม่มีการตัดสินใจใดที่มาจากตัวแทนตระกูลเพียงคนเดียวร้อยเปอร์เซนต์อย่างแน่นอน


มือใหญ่หยุดกึกกับความคิดของตัวเอง นิ้วทั้งสิบประสานกันก่อนที่ดวงตาเรียวจะหรี่ลงปิด ริมฝีปากบางยกยิ้มที่มุมกระจับ


แบมแบมไม่มีทางลังเลเว้นแต่ว่าได้รับคำสั่ง
คำสั่งที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล

ใครบางคนบนยอดปีระมิดของภูวกุล…
ได้ยื่นคำขาด ลั่นวาจายุติการต่อสัญญา ‘ธุรกิจ’

นี่คือสิ่งที่มาร์คต้วนวินิจฉัยและสรุปออกมาได้


ทำไมเขาถึงมั่นใจน่ะหรอ…
ตัวเขาเองก็ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรโดยที่ทุกคนในตระกูลไม่ปรึกษาหารือกันก่อน จะมีก็แต่รุ่นอาวุโสอย่างปู่หรือไม่ก็อย่างน้อยพ่อของมาร์คที่สามารถตัดสินใจอะไรปุบปับได้

และการตัดสนใจปุบปับครั้งแรกในชีวิตของเขาคือการเข้าไปยุ่งกับชีวิตของแบมแบม

และค่าเสียหายในการตัดสินใจครั้งนี้นั้น
มาร์คยังไม่สามารถประเมินมันได้เลย




*



“กันต์พิมุกต์”

ชื่อต้นของชายหนุ่มรูปร่างโปร่งบางแทบเท่าผู้หญิงถูกขานออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบประดับด้วยรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาของผู้ให้กำเนิด


“ครับแม่”

ใบหน้านวลละจากรายการโทรทัศน์ก่อนจะหันไปสบตากับมารดา แบมแบมเพิ่งจะเคยสังเกตใบหน้าของแม่แท้ๆอย่างละเอียดละออ เขาไม่ได้จ้องดวงหน้าอันคุ้นเคยนี้มานานนับสิบปี


รอยเหี่ยวย่นที่หางตาเพิ่มขึ้นตามเลขอายุ
ผิวที่ได้รับการบำรุงสม่ำเสมอนับว่าหย่อนคล้อยช้ากว่ากำหนดเยอะมาก
นัยน์ตาสีนิลซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับส่วนเดียวกันของเขาฉายแววอ่อนโยนเกือบจะตลอดเวลา



“ประชุมเป็นยังไงบ้างลูก”

มิใช่ประโยคที่น่าตะลึงพรึงเพริดแต่อย่างใด แบมแบมรู้ดีว่ามารดามักอยากรู้ความคืบหน้าเพื่อจะวางแผนยุติการทำสัญญา ‘ธุรกิจ’ ซึ่งทำมานานนับสิบปี


“ปีนี้ทางนั้นให้จำนวนเพิ่มขึ้น 10% ทุกคนในห้องเซ็นสัญญาตามปกติครับ จากที่แบมดูแล้วในสัญญายังไม่มีอะไรผิดปกติ”


“เศรษฐกิจตอนนี้เริ่มไม่มั่นคง ที่แม่วิเคราะห์ไว้มันไม่น่าพลาด แม่ไม่อยากให้เราต้องจมไปกับวงการนี้เมื่อมันมีอะไรผิดพลาด และเชื่อเถอะว่าทุกอย่างมีการผิดพลาดเสมอ”


“I will try to solve this issue”


“The clock is ticking, Bambam. The clock is ticking fast.”


แม่ของเขาไม่เคยเอ่ยบังคับอะไรอย่างเด็ดขาดเท่าครั้งนี้ คำสอนทั้งหมดล้วนเป็นไปอย่างอ้อมค้อม แต่นั่นก็ทำให้เขาเติบโตมาด้วยการพึ่งพาตนเองล้วนๆ และมันทำให้เขามั่นใจในความคิด การตัดสินใจ และตรรกะของตนเองอย่างมาก


เห็นทีคงต้องค่อยๆไล่ชักมือกลับอย่างเบาที่สุด
เพราะถ้าโดนจับได้แล้วนั้น… 
คงไม่มีคำว่ารอด


หรือบางที… 
เขาจะสามารถยืมมือจากใครบางคน
ที่อาจไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลตัว






*





ก๊อก

ก๊อก

ก๊อก

ก๊อก


เสียงปากกา mont blanc สีขาวด้านสลักตัวย่อ PJY เป็นอักษร cursive กระทบไม่เบาไม่แรงกับโต๊ะแกรนิตสีเขียวเข้มโทนเย็น มือใหญ่ในถุงมือหนังสีดำดึงกระดาษเอสี่สีนวลจำนวนกว่าห้าสิบแผ่นออกจากแฟ้มการประชุมประจำปี


เรียวปากกระจับยิ้มอย่างมีเลศนัยด้วยความพึงพอใจ นัยน์ตาใสครั้นเจ้าเล่ห์ในคราเดียวกันจ้องมองลายเซ็นตอบตกลงมากมาย ก่อนจะหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่ง


เส้นปากกามีความเร่งรีบแต่ก็มีการแช่ที่ต้นลายเซ็น 
หมึกสีน้ำเงินบอกจินยองว่าคนๆนี้ต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่




หึ


มุมปากขยับขึ้นอีกระดับ นัยน์ตาสีดำสนิทแวววับฉาบด้วยความสนุกสนาน


แน่นอนทุกการกระทำของมิสเตอร์ภูวกุลในห้องประชุมไม่ได้คลาดสายตาของจินยองแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นจุดสนใจอีกด้วย เมื่อกล้อง CCTV ทุกตัวอำนวยความสะดวกให้เขาได้จับผิดคนๆนี้อย่างง่ายดาย


รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณลาดน้ำพุจับภาพกันต์พิมุกต์กำลังกัดปากล่าง แม้ว่าฟิล์มรถจะมืดขนาดไหน แต่พอปรับสีนิดๆหน่อยๆก็สามารถเห็นได้อยู่ดี


สายของเขาไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ…


ขณะที่มือใหญ่รวบภาพถ่ายกำลังจะเก็บใส่ซองตามเดิม สายตาพลันสะดุดที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอีกฝั่งของโต๊ะประชุม


อ๋า…

เรื่องนี้ชักสนุกใหญ่แล้ว…



หนึ่งคนกับหนึ่งตระกูลที่เหมือนจะต้องการยุติสัญญา
กับอีกหนึ่งคนตัวแทนหนึ่งตระกูลซึ่งดูท่าจะสนใจเรื่องของคนอื่นจนผิดปกติ



ดี…

ดีจริงๆ…



“ฮะๆๆๆ”

จินยองหัวเราะเสียงเบาก่อนจะซีลซองเอกสารและเก็บล็อคไว้ในลิ้นชักตามเดิม ในสมองของเขายังคงวางแผนอย่างละเอียดอ่อน



The finer the bait, the shorter the wait. 

...But maybe, just maybe,
If you wait a little longer,
the amount of fish will double. 


For love takes time,


And trust me…
Love is the finest bait. 

Tuesday, 12 April 2016

Fraud 01 #ficfraudmb


เดนมาร์ค… ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าประชากรมีความสุขที่สุดในโลก

แต่ตอนนี้กันต์พิมุกต์ผู้อยู่ในเมืองหลวงของเดนมาร์คกลับไม่มีความสุขเอาเสียเลย

ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนทับด้วยสูทสีเข้มและกางเกงแสล็คนั่งอยู่ภายในรถลิมูซีนสีดำขลับซึ่งกำลังแล่นจากสนามบินไปยังสถานที่ประชุม

ชายหนุ่มวัย 23 ปีกัดปาดล่างอย่างเคยชินเมื่อมีเหตุให้ว้าวุ่นในใจ และแน่นอนเขาจะทำแบบนี้ได้ต่อเมื่อไม่มีใครอยู่ด้วย ไม่แม้แต่ในสายตาของครอบครัว

นิ้วเรียวหมุนควงปากกา mont blanc รุ่นสั่งทำพิเศษ ปลายด้ามซึ่งฝังเพชรและแกะสลักรอบฐานเป็นตราประจำตระกูลสะท้อนแสงจากภายนอกรถขึ้นสู่เพดานสีเทา ดวงตากลมโตกลอกไปมา เปลี่ยนโฟกัสจากวิวด้านนอกเป็นวิวด้านในและวนกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า


อะไรที่ทำให้เขาเครียดขนาดนี้น่ะหรือ…


“I want out”


ประโยคเดียวของผู้ให้กำเนิด

ประโยคเดียวอันเด็ดขาด

ประโยคสั้นที่เหมือนจะง่าย แต่ปฏิบัติยากเหลือเกิน

ประโยคที่แค่คิดก็รู้สึกว่าถูกชี้ชะตา


แบมแบมยังคงจำแววตาแน่วแน่แต่สะท้อนการขอร้องของแม่ได้เป็นอย่างดี เท่าที่จำได้เขาไม่ได้เห็นแววตาอ้อนวอนแบบนี้ของมารดามาเกือบยี่สิบปีแล้ว 

คุณนายใหญ่เศรษฐีนีแห่งตระกูลภูวกุลไม่เคยก้มหัวให้ใคร ไม่เคยขอร้อง ไม่เคยอ้อนวอน

และนั่นทำให้แบมแบมหนักใจขึ้นอีกหลายเท่า




แกร๊ก


เสียงดึงที่จับประตูรถดึงชายหนุ่มออกจากภวังค์ของตน นัยน์ตาสีดำสนิทไร้การวูบไหว ริมฝีปากอิ่มเหยียดตรง ขาเรียวก้าวลงจากรถพร้อมเหน็บปากกาด้ามโปรดไว้บนเนคไทเลือดหมู

ใบหน้าซึ่งฉายแววกลุ้มใจเมื่อครู่เหมือนถูกสะบัดและโยนทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

…หรือไม่ก็ฝังและกลบลึกจนคนอื่นมองไม่เห็น


“Velkommen til 2016 årlige konference” 

เสียงทุ้มต่ำติดแหบแบบคนมีอายุดังขึ้นทันทีที่เก้าอี้ตัวสุดท้ายถูกจับจอง 

ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังแปลภาษาหรือล่ามแต่อย่างใด มิใช่เพราะเป็นข้อบังคับว่าคนเข้าประชุมจะต้องฟังออก แต่เป็นกฎของสังคมในชนชั้นระดับนี้ว่าทายาทจำเป็นจะต้องเก่งมากกว่าสามภาษา แน่นอนเรามีภาษาบ้านเกิดและภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากนั้นแบมแบมมีภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สเปน และเดนิช อาจไม่คล่องปรื๋อเหมือน native speaker ทั้งหมด แต่เขาฟังออกครบทุกคำแน่นอน

ปีนี้คึกคักเช่นเคย การประชุม ‘ธุรกิจ’ ภายในเพื่อสร้างข้อตกลงในผลประโยชน์และสิทธิพิเศษไม่เคยไม่คับคั่ง แบมแบมมาที่นี่ตั้งแต่อายุ 18 ปีหรือเมื่อมารดาของเขาเกียจคร้านที่จะออกจากบ้าน บางคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะติดต่อธุรกิจกันมานาน

ไม่ต้องเดาเลยว่ากันต์พิมุกต์เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจของทางบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่…

10 ปีบริบูรณ์

ปีที่สิบของชีวิตอาจฟังดูรวดเร็วเกินไปสำหรับหลายๆคน แต่เชื่อเถอะว่าเลขอายุนี้นั้นเป็นอะไรที่ธรรมดาสำหรับวงการนี้ไปแล้ว

หญิงสาววัยรุ่นเจ้าของเครือข่ายโลจิสติกข้างๆกันจากประเทศสเปนก็เข้ามาตั้งแต่ 12 ปี

เด็กชายเด็กหญิงฝาแฝดบุตรของตระกูลทหารระดับสูงอีกด้านของห้องดูจะอายุอานามแค่ 7 ปีด้วยซ้ำไป

และชายหนุ่มจากไต้หวันเครือธุรกิจอสังหาฯที่นั่งตรงข้ามกันนั้นเหมือนจะเข้ามาตั้งแต่ 8 ปีได้

ถามว่าเขารู้เรื่องราวเฉพาะตัวของคนรอบข้างได้อย่างไรน่ะหรอ ก่อนเข้าประชุมทุกปีเขาจะต้องอ่านเอกสารกองโตเกี่ยวกับคนที่จะร่วมประชุมด้วย ทั้งประวัติอย่างละเอียดจนถึงอัตราการโตของธุรกิจของอีกฝ่าย รวมถึงเรื่องย่อของชีวิตส่วนตัวที่เขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะรู้ด้วยซ้ำ


แน่นอน.. สิ่งที่อยู่รอบตัวย่อมเป็นอะไรที่หล่อหลอมการเจริญเติบโตของคน
แน่นอน… ชีวิต ณ จุดนี้ไม่ได้ไร้ที่ติหรือโรยด้วยกลีบกุหลาบพันปีอย่างที่ใครว่าไว้


There is so many times for ‘do or die’ that you forget sometimes you don’t have to chose.

And then there are times you are not allowed to choose… Life chooses it for you. 


ภาษาเดนิชยังคงดำเนินต่อไปเมื่อชายฝรั่งวัยกลางคนโฆษกของงานวันนี้ยังคงมีเรื่องต้องชี้แจง


แกร๊กๆๆ


เสียงเคาะเครื่องคิดเลขของเลขาส่วนตัวดังขึ้นทันทีที่ไสลด์โชว์มาหยุดอยู่ตรงหน้าเรทเงินปันผลและเปอร์เซนต์รายรับรายจ่ายซึ่งแน่นอน… ไร้ภาษีใดๆ

เป็นที่รู้กันและธรรมดามากที่ชนชั้นระดับนี้จะเลี่ยงภาษีจนเหลือ 0 และแน่นอนการประชุมครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการรวมตัวทายาทแห่งการคอรัปชั่น


“I want out”

เสียงนุ่มแต่เด็ดขาดของมารดาก้องอยู่ในแก้วหูตลอดเวลา เหมือนเป็นบทสวดอะไรปานนั้น


“Please, feel free to read and sign your papers”

ชายวัยกลางคนเอ่ยภาษาอังกฤษสำเนียงเดนมาร์คก่อนที่ทุกคนจะหยิบแฟ้มหนังกลับสีดำสนิทประทับตราสีทองซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นความลับเหนือกฎหมาย


บางคนก็ยื่นให้เลขาอ่านแทน บางคนก็เซ็นอย่างไม่ลังเล ส่วนบางคนอย่างแบมแบมและคนไต้หวันฝั่งตรงข้ามกำลังอ่านสัญญาอย่างละเอียด

ในเมื่อถูกสอนให้ไม่ไว้ใจใครแม้กระทั่งคนใกล้ตัวที่สุดอย่างมารดา ทุกอย่างจึงต้องผ่านตัวเขาเองก่อนเสมอ


$2.0 bn
€1.75 bn
£1.4 bn
BHT 69 bn


นิ้วเกร็งรอบปากกาชั่วครู่เมื่อเห็นจำนวนเงินของปีนี้ที่แปลงเป็นหลายสกุลเพื่ออำนวยความสะดวก

เงินปันผลของเครือข่ายโรงพยาบาลเป็น 10% ต่อหุ้น 143 บาท ในทุกสามเดือน

แน่นอนนั่นบ่อยมากและปลอดภาษีเช่นเคย ยังไม่นับการเป็นหุ้นส่วนของการคมนาคมเช่นเครือรถไฟฟ้าและขนส่ง ไหนจะเหมืองเพชรและทองในต่างประเทศ ทั้งมีเส้นสายในวงการการเมือง และอีกคณานับประการ


จริงๆก็ไม่มีอะไรจะต้องกังวลขนาดนี้
...ถ้าคนที่เอ่ยประโยคซึ่งบ่งบอกได้ว่าอยากจะถอนตัวนั้นมิใช่มารดาของเขา

แบมแบมเผลอควงปากกาหนึ่งรอบเต็มด้วยความเครียด แล้วก็ต้องหยุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาจากชายไต้หวันที่นั่งตรงข้ามกัน มือเรียวตัดสินใจเซ็นลงบนกระดาษสีขาวนวลด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินและประทับลายนิ้วมือกำกับต่อด้วยตราประจำตระกูลที่เลขาส่งมาให้ก่อนจะกลัดกระดุมสูทและก้าวเท้าออกจากห้องโถง


เสียงรองเท้าหนังกลับสีดำสนิทรุ่นที่ไม่มีวางขายในห้างกระทบกับพื้นของตัวอาคารโออ่าใหญ่โต แสงนวลจากโคมไฟระย้าสะท้อนลงไล้กับผิวสีน้ำผึ้งก่อนจะลงไปเต้นระบำกับหินอ่อนสีขาวลวดลายสวยงาม

ขาเรียสก้าวขึ้นรถลิมูซีนตามด้วยการปิดประตูและโค้งให้จากผู้รับรองแขกหน้าอาคาร ก่อนที่รถจะออกตัวร่างบางเหลือบเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มไต้หวันคนเดิม

นิ้วเรียวพลันกดปุ่มเลื่อนกระจกรถซึ่งกั้นระหว่างคนขับและคนนั่งลง



“Mark Tuan, Taiwan. Get me all his confidential information by today”

Sunday, 10 April 2016

Fraud 00 #ficfraudmb

00


We were born with everything you would say you could imagine for a perfect kind of life;

Money

Power

Glory


We were filled with all the feelings you would say you could imagine for a perfect kind of spice;

Hatred

Jealousy

Fear

Lust

Love

Loneliness

And most of all…
Lovelessness



เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ ไม่ใช่สิ่งที่ผมได้มาจากการพยายามดิ้นรน เมื่อมีเม็ดเงินแล้วก็ไม่ยากเลยที่อีกสองสามอย่างหลังจะตามมา 

และคุณเชื่อเถอะว่าทรัพย์สินที่ผมมีนั้น…มากพอที่จะทำให้อีกสองสามอย่างตามมาอย่างง่ายดาย



ประตูเหล็กดัดอัตโนมัติบานสูงเปิดออกให้รถ rolls royce สีดำขลับขับเข้าวนในสวนหญ้าตัดเตียน รอบน้ำพุไสตล์ renaissance แกะสลักเป็นคิวปิดและแอฟโฟรไดท์อย่างสวยงามและละเอียดอ่อน ก่อนจะเข้าจอดเทียบบันไดหินอ่อนสะอาดตาประดับพรมแดงหรูหราหน้าทางเข้างาน


“Welcome, Sir”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำสนิทขยับตัวเข้ามาเปิดประตูรถพร้อมโค้งให้ ขณะเดียวกันกับที่ชายเอเชียนฝั่งซ้ายมือเตรียมปากกาและรายชื่อปริ๊นท์บนกระดาษสีขาวนวลขลิบทอง

ร่างโปร่งจรดปากกาหมึกซึมยี่ห้อดังเซ็นลายมือชื่อที่มีปรากฎอยู่บนเอกสารไม่รู้กี่ฉบับ ก่อนจะรับหน้ากากสีดำฉลุลวดลายและปิดท้ายด้วยการขลิบขอบทองคำขาวอย่างประณีต


นี่คืองาน Masquerade Ball ประจำปีที่ทางธนาคารชื่อดังจัดขึ้นเพื่อเหล่าเหล่าบุคคลระดับเศรษฐีและเศรษฐีนีทั้งหลายแหล่รวมถึงทายาทธุรกิจอันประเมินค่าไม่ได้

ก็ตลกดีที่งานกำชับว่าให้ใส่หน้ากากเข้าไป…
ทั้งๆที่ปกติหน้ากากที่สวมใส่ทุกวันก็มีมากเกินพอแล้ว


“สวัสดีครับพ่อ”

ไม่ยากเลยที่มาร์คจะหาบิดาของตนท่ามกลางฝูงชนมากมาย เพราะบิดาของเขานั้นชอบการสังสรรค์และมักจะถูกรายล้อมด้วยผู้คนเสมอๆ ต่างจากตัวเขาที่ชื่นชอบการหลบบทสนทนาและสังเกตุจากมุมเงียบมากกว่าที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งความสนใจ


“อ้าว! ว่าไงลูกชาย วันนี้เป็นไง ดีมั้ย”

บทพูดนี้ไม่ได้ถามถึงแค่สารทุกข์สุขดิบธรรมดา วันนี้เขาได้บินไปที่กรุงโคเปนเฮเกนเพื่อเจรจา’ธุรกิจ’ และมันควรจะไปได้สวยอย่างที่พ่อเขาหวังไว้


“เรียบร้อยที่ครับ อย่างที่เคยเป็นมา”

เอ่ยพร้อมสอดกระดาษใบเล็กเข้าที่กระเป๋าเสื้อของผู้เป็นพ่อและจะขอตัวเดินออกมาก่อนที่จะโดนเรียกดูตัวกับลูกหลานของมิตรสหายทั้งหลายของบิดาผู้มนุษย์สัมพันธ์ดี

การเจรจา ‘ธุรกิจ’ ในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นดี ส่วนมากที่เขาได้เจอนั้นดูจะเป็นทายาทรุ่นราวคราวเดียวกันหมดเหตุเพราะบิดามารดาเริ่มจะย่างเข้าวัยเกษียณแล้วและอยากจะชักใยอยู่เบื้องหลังมากกว่าออกสนาม

แต่สิ่งที่มาร์คจับสังเกตุได้ว่าแปลกคือตัวแทนของตระกูลจากประเทศไทยคนนั้น ไม่ใช่แปลกที่ฐานะหรือภายนอก 

แต่แปลกที่ในนัยน์ตาของเขาคนนั้นมีความสั่นไหว 

แม้จะพูดจาอย่างเฉียบขาดแต่พอให้ลงลายมือชื่อมาร์คกลับเห็นการชะงักปากกา แม้เพียงเล็กน้อยแค่เสี้ยววินาทีแต่เขาก็เห็น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มาร์ค แต่อยู่ที่ว่าถ้าเขาเองจับสังเกตุได้นั้น แล้วอีกเกือบห้าสิบชีวิตรอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่นั้น จะไม่มีใครเห็นเลยหรือ

‘ธุรกิจ’ ที่ว่านี้ใช้ความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก คุณจะต้องไม่ลังเล ไม่มีแม้แต่สถิติของการพลาดเพราะคุณจะไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายของการพลาดพลั้งนั้นได้

...แม้ด้วยชีวิตก็ตาม


ท่ามกลางภวังค์แห่งความคิดของมาร์คต้วนนั้น เขาก็สะดุดกับรูปร่างอันเรียกไม่เต็มปากได้ว่าคุ้นเคย แต่ที่ทำให้รู้ว่าคือใครกลับเป็นสายตาอันน่าจดจำ


ความนิ่งแบบนี้… ภาษากายอันนิ่งงันบ่งบอกถึงความสามารถในการสังเหตุสถานการณ์รอบข้างและพร้อมจะรับมือกับปัญหาฉุกเฉิน

ความไหลลื่นแบบนี้… วาจาเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากสีสดอย่างมีทำนอง มีการหยุด มีการเว้นระยะ

และความลังเลแบบนี้… นัยน์ตาสีนิลซึ่งไหววูบเป็นช่วงๆของห้วงอารมณ์


ร่างสูงตัดสินใจสับเท้าตามร่างบางในชุดทักซิโด้สีน้ำเงินกรมท่าและกระซิบเพียงเฉียดใบหู

“Your eyes, sir. Beware.”



ระวังตัวหน่อยละกันคุณภูวกุล…
เตือนในฐานะที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน