What would you do if you happen to have a million dollars?
“มาร์ค ไปเที่ยวกันดีกว่า”
ร่างโปร่งเอ่ยขึ้น ขาเรียวสองข้างหยุดเดินก่อนใบหน้ามนจะหันกลับมาในองศาที่แอบจะประหลาดเสียหน่อย แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายที่เดินตามอยู่ยกยิ้มอย่างง่ายดาย
People say Mark can only smile so easily when he is with Bambam.
They say he only has emotions when the situation involves Bambam.
“ไปไหนล่ะ”
ร่างสูงพูดเสียงเบาก่อนจะเสยผมอย่างที่ทำจนเคยชิน ตอนนี้พวกเขากำลังเก็บอุปกรณ์ดนตรีหลังการขึ้นแสดงเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว มือหนาควงไม้กลองเล่นก่อนจะเสียบมันเข้าไปในกระเป๋าอุปกรณ์ส่วนตัว แบมแบมเอื้อมมือหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กก่อนจะเช็ดหน้าอย่างลวกๆ
“ไปคาสิโนกัน”
มาร์คเลิกคิ้วกับคำตอบของแบมแบม ร่างบางเคยบอกเขาว่าไม่คิดอยากจะมีเงินมากมาย นอกจากเพื่อการยังชีพแล้วพวกเขาไม่ได้รู้สึกถึงความสำคัญของมันเสียเท่าไหร่
“Okay. But we gotta dress up. They’re not gonna let us in like this”
ร่างหนาก้มลงมองเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อของตนเองและแบมแบม คาสิโนในอเมริกาไม่ได้เข้าง่ายขนาดนั้น พวกเขาจำเป็นจะต้องหาเสื้อผ้าใหม่เสียก่อน แจ็กเก็ตยีนเก่าๆกับเสื้อยืดขาดเซอร์ๆคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
แต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบตากับแบมแบม ชายหนุ่มชาวไต้หวันสัญชาติอเมริกันก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก”
Bambam has a plan.
Bambam always has a plan.
*
“เฮ้ พวกนายจะไปไหนกันน่ะ”
เพื่อนข้างห้องตะโกนขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังไหวๆของชายหนุ่มทั้งสอง ที่อีกฝ่ายทักไม่ได้เป็นเพราะไม่เคยเห้นทั่งคู่ออกจากห้องดึกๆดื่นๆ แต่เป็นเพราะเสื้อผ้าที่แปลกตาไปจากทุกที
เสื้อยืดสีขาวธรรมดาและกางเกงยีนส์ขาดเซอร์ของมาร์คถูกแทนด้วยเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าและกางเกงแสลคสีดำสนิท บวกกับรองเท้าหนังซึ่งมาแทนที่รองเท้าผ้าใบคู่เก่า เรือนผมสีเข้มถูกย้อมให้เป็นสีแดงสดภายในหนึ่งชั่วโมงโดยช่างทำผมส่วนตัวหรือแบมแบมนั่นเอง
ร่างบางคงคนเซปแจ็คเก็ตหนังไว้ เพียงแต่เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกงหนังเปลี่ยนเป็นกางเกงยีนส์สีดำเรียบๆแทน ผมที่ปกติปรกหน้าถูกเซ็ทขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ดูเฉี่ยวขึ้นด้วยอายไลเนอร์สีดำ
“ไปหาอะไรทำแก้เซ็ง”
มาร์คว่าก่อนจะยกแขนขึ้นโอบไหล่แบมแบมที่ยักคิ้วให้เพื่อนข้างห้อง ผู้อาศัยในอพาร์ตเม้นท์เดียวกันหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างรู้ทัน
Bright lights and city sounds are ringing like a drone
Unknown, unknown
“Welcome”
เสียงสุภาพของบอดี้การ์ดหน้าประตูคาสิโนแห่งหนึ่งในย่านพลุกพล่านของอเมริกาดังขึ้นพร้อมกับประตูกระจกใสแต่งที่จับสีทองอร่าม ทุกอย่างดูหรูหราและฟุ้งเฟ้อมากในคราเดียวกัน
แบมแบมเงยหน้ามองชาวตะวันตกผมสีทองตาสีฟ้าก่อนจะโค้งให้ตามมารยาทเช่นเดียวกับมาร์คที่เดินตามมาไม่ห่างข้างกาย
มาร์คคว้ามือแบมแบมไปประสานก่อนจะดึงร่างเล็กให้เดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทรงกลมซึ่งถูกคลุมด้วยพรมสีเลือดหมู ดวงตาเรียวมองเกมที่เรียกว่า poker อย่างนึกสนุก ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเล่น แต่วันนี้มาร์คและแบมแบมรู้สึกว่าสิ่งนี้จะนำโชคบางอย่างให้กับพวกเขา
เรียวปากอิ่มกระตุกยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยปากขอเข้าร่วมวงในเกมต่อไป ชาวตะวันตกและเอเชียบนโต๊ะหันมามองพวกเขาอย่างไม่คุ้นตาว่าเคยเห็นบุคคลหน้าตาดีสองคนนี้มาก่อน
“Are you ready?”
มาร์คเอ่ยหลังจากแลกเงินจำนวนหนึ่งและพูดคุยกับดีลเลอร์ว่าเขากับแบมแบมจะเล่นคู่กัน ร่างบางคลี่ยิ้มอีกครั้งก่อนจะหันมาสบตากับคนข้างกาย มือหนาเลื้อยไปยังต้นขาของแบมแบมและบีบเฟ้นมันเบาๆ
“This is gonna be fun”
เกมดำเนินไปซักพัก มือหนาสลับระหว่างการเคาะโต๊ะเป็นสัญญาณว่าอยากเห็นไพ่ต่อไป ปิดไพ่เพื่อข้ามตาของตนเมื่อไพ่ไม่ดีนัก และการโยนชิพเพื่อเพิ่มจำนวนเงินเดิมพันในเวลาที่ไพ่ออกมาน่าสนใจ
และเหมือนโชคจะเข้าข้าง
“Last round”
ในตาสุดท้ายนั้น มาร์คและแบมแบมจั่วไพ่ได้เรียงกันสวยงามเป็น full house
ทั้งสองยิ้มก่อนจะสบตากันและหันไปมองกองเหรียญชิพซึ่งวางแน่นิ่งอยู่ตรงกลางวง มีหลายคนตั้งใจ all in เพราะไพ่ที่เปิดมาค่อนข้างมีโอกาสเรียงเยอะ อีกทั้งเป็นตาสุดท้ายของเกมนี้ ขณะที่บางคนก็เก็บไว้เพื่อจะ play safe หรือใช้เงินที่ได้มาแล้วในตาต่อไป
“Full house”
เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อดีลเลอร์ส่งสัญญาณให้ทุกคนเปิดไพ่พร้อมกันเพื่อเช็คผล ชายฝรั่งกลางวงหันมาแสดงความยินดีกับมาร์คและแบมแบมเมื่อทั้งคู่ได้ชนะเกมนี้และได้รางวัลเป็นชิพจำนวนมากที่สุดของเกม
Oh, glazed eyes, empty hearts
Buying happy from shopping carts
Nothing but time to kill
Sipping life from bottles
เวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนแต่แสงป้ายโฆษณาและบิลบอร์ดข้างถนนยังคงส่องสว่างไสวสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร มือหนาซึ่งวางอยู่บนส่วนเว้าโค้งของร่างเล็กลูบวนบนเอวบางอย่างคุ้นเคยในขณะที่อีกฝ่ายยื่นใบหน้าหวานเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบเสียงแหบหวาน
“Let’s have some more fun”
มาร์คเลิกคิ้วให้คนตัวเล็กกว่าทว่าในใจเข้าใจดีกับความหมายของอีกฝ่าย นิ้วยาวแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มผมที่เพิ่งผ่านการทำสีมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง แบมแบมเองก็ใช้มือขยี้ผมที่เซ็ทมาค่อนข้างเรียบร้อยให้ยุ่งเหยิงแบบที่ชอบทำเวลาอยู่บนเวที
We’re back to normal
Because normal us is the fun you’ll never imagine
เมื่อถึงห้องพักอาศัยขาเรียวสะบัดรองเท้าหนังออกอย่างรีบร้อนเช่นเดียวกับมาร์คที่พยายาบถอดรองเท้าอันไม่คุ้นชินและใส่ไม่สบายนี่ออกเสีย
ความจริงแล้วมันอาจจะไม่ลำบากหากทั้งคู่ผละริมฝีปากออกจากกันเสียก่อน
ร่างบางเดินถอยหลังตามแรงดันของอีกคนไปจนขาชิดขอบเตียง แบมแบมเป็นฝ่ายผละจูบออกมาและเปิดกระเป๋าซึ่งมีแบงค์ดอลลาร์มากมายวางเรียงอยู่ มือเรียวค่อยๆหยิบธนบัตรขึ้นมาโปรยเหนือศีรษะส่งผลให้กระดาษสีเขียวปลิวว่อนทั่วห้องละยังตกลงบนเตียงอีกด้วย
มาร์คหยิบขวดวอดก้าสีใสมากระดก แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อร่างโปร่งที่กำลังเพลิดเพลินกับการโปรยเงินเล่นเมื่อครู่หันมาประกบปากแย่งชิงแอลกอฮอลสีใสในโพรงปากของเขาอย่างกระหาย ร่างหนาไล้มือขึ้นไปประคองที่สันกรามของอีกฝ่ายก่อนจะไล้มือต่ำลงไปที่หลังและบั้นทายกลมกลึงของแบมแบม
กลิ่นเฝื่อนและรสชาติขมยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น หากแต่รสชาติของแบมแบมสามารถกลบมันได้ทั้งหมดภายในเวลาอันสั้น แขนบางโอบรอบลำคอของร่างสูง นิ้วมือแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มผม ลูบไล้และทึ้งบ้างอย่างเคยชินเพื่อระบายอาการโหวงในท้องเมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ส่วนล่างอย่างอ้อยอิ่ง
“I know what you want”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างใบหูเล็กก่อนจะส่งลิ้นอุ่นไล้บนติ่งหูและไล่ขบเม้มตั้งแต่สันกรามลงมาที่แผ่นอกบางซึ่งกระเพื่อมไม่เป็นจังหวะจากการหายใจหอบและการส่งเสียงครางเบาหวิว
“อืมมม…”
ครางหวานอีกครั้งเมื่อปลายลิ้นสากมาหยุดตรงยอดอกสีสวย ขาเรียวสะบัดกางเกงยีนส์สีดำทิ้งไปด้านข้างก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงซึ่งเต็มไปด้วยธนบัตร
“Isn’t it exciting?”
บางทีแบมแบมก็สงสัยว่าทำไมคนพูดน้อยอย่างมาร์คกลับกล่าวคำมากมายเวลาที่มีอะไรกัน แต่ถึงจะสงสัยมากเท่าไหร่ก็ไม่มากเท่าความรู้สึกเวลาขนอ่อนชันขึ้นเมื่อเสียงทุ้มทรงพลังของร่างสูงกระซิบเข้าที่หูพร้อมส่งลมหายใจอุ่นร้อนมาคลอเคลียต้นคอซึ่งไวต่อสัมผัส
แบมแบมดึงมาร์คลงมานอนหงายก่อนที่ร่างบางจะเคลื่อนย้ายตนเองขึ้นคร่อมร่างสูง รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาของมาร์คเมื่อแบมแบมโน้มตัวลงมามอบจูบแสนเร่าร้อนให้อีกครั้งพร้อมกับรสชาติอันคุ้นเคยของแอลกอฮอลที่คนส่วนมากจัดว่าแรง
“อ่า…”
“อ่ะ...อืมมม”
เสียงทุ้มครางสลับกับเสียงแหบหวานเมื่อแบมแบมเริ่มขยับกลางลำตัวเข้าหาส่วนเดียวกันของร่างสูงทั้งที่มาร์คยังใส่เสื้อผ้าครบทุกส่วนและแบมแบมยังคงใส่ชั้นในตัวบางอยู่
ลิ้นหนาเลียริมฝีปากอย่างลืมตัวเมื่อแบมแบมผละออก ภาพตรงหน้าที่ปรากฎคือร่างอรชรใกล้เคียงกับผู้หญิงแต่มีกล้ามท้องนิดๆพองามในเสื้อเชิ้ตที่ตัวออกจะใหญ่ไปหน่อยทำให้ชายเสื้อเลยลงมาถึงต้นขาขาวนวลไร้อาภรณ์ปกปิด นิ้วเรียวแทรกตัวไปตามเส้นผมสีเข้มของตนเองก่อนจะคว้าเอาแอลกอฮอลซึ่งเหลือเกินครึ่งขวดมาดื่มราวกับมันเป็นน้ำเปล่า
มาร์คนั่งมองการกระทำของคนรักอย่างเพลิดเพลินก่อนจะรู้สึกถึงรสขมอันคุ้นเคยบนปลายลิ้นเมื่อแบมแบมโน้มตัวเข้ามาประกบริมฝีปากอีกครั้ง ลิ้นเล็กขบเม้มริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายอย่างที่เจ้าตัวชอบทำก่อนจะไล่ลงไปข้างสันกรามชัดเจนและลำคอซึ่งมีรอยรักที่เขาเป็นคนสร้างอยู่จางๆ
“ร้องเพลงหน่อย”
แบมแบมเลิกคิ้วกับคำขอของมาร์ค ปกติมาร์คชอบฟังเขาร้องเพลงก็จริง แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาร้องเพลงในเวลาแบบนี้
“Your favourite song”
ความสงสัยกระจ่างทันทีเมื่อแบมแบมได้ยินประโยคถัดมา เพลงโปรดของเขาหรอ…
“Tight skin, bodyguards อื้ออ… อ๊ะ”
ยังร้องไม่ทันจบท่อนร่างสูงก็เหมือนจะแกล้งกันโดยการรั้งอันเดอร์แวร์สีเข้มลงแล้วใช้ฝ่ามือร้อนกอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างบาง พร้อมกับขยับอย่างเนิบนาบส่งผลให้ฝ่ายถูกกระทำสั่นเทิ้มไปทั้งตัวอย่างช่วยไม่ได้ อีกทั้งยังส่งปลายลิ้นมาปรนเปรอให้เขาจนแทบลืมหายใจ
“ร้องต่อสิ”
ไม่ว่าเท่านั้น มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ของมาร์คแทรกเข้ามาในเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งเป็นเสื้อผ้าชิ้นเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่บนตัวแบมแบม ปลายนิ้วสากสะกิดเข้ากับยอดอกซึ่งตั้งชูชันอยู่แล้วจากเมื่อครู่
“อ่ะ… อืออ… Gucci down… the… boulevard”
เนื้อร้องเริ่มตะกุกตะกักเมื่อจังหวะรูดรั้งเร็วขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้ร่างบางใกล้ถึงขีดสุด มาร์คชะงักมือก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่บั้นท้ายงอนสวย มือหนาบีบแรงๆก่อนจะส่งนิ้วชุ่มเจลเข้าไปลูบไล้ที่ช่องทางหลังซึ่งดูเหมือนจะพร้อมตั้งแต่ยังไม่เตรียมการเสียด้วยซ้ำ
“I wanna hear your voice”
“อ๊า.. Cocaine.. dollar..อึก bills”
เสียงครางหวานดังไม่ขาดสายเมื่อนิ้วของมาร์คเข้าไปวนอยู่ในช่องทางรักของแบมแบม ฟันขาวขบลงบนริมฝีปากสวยของตนเอง ส่งผลให้คนมองยิ่งเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นไปอีก
และร่างบางเหมือนจะรู้ว่าคนตัวสูงต้องการอะไร มือเรียวเอื้อมไปปลดกระดุมกางเกงแสลคของอีกฝ่ายอย่างรีบร้อน ก่อนจะรูดรั้งตามความยาวส่วนอ่อนไหวให้อีกคนเหมือนกับที่มาร์คทำให้ตนเอง
“อ่า…”
“ฮ่ะ อ๊า..”
แบมแบมส่งเสียงร้องเบาหวิวแต่เย้ายวนสำหรับคนฟังทันทีที่ช่องทางด้านหลังถูกเติมเต็มด้วยแกนกายของอีกฝ่าย มาร์คดันตัวสวนขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้แบมแบมเป็นคนคุมจังหวะทั้งหมด
แบมแบมชอบอยู่ด้านบน นั่นคือสิ่งที่มาร์คเรียนรู้
“ร้องต่อสิ”
คนตัวสูงท้วงขึ้นเมื่อเสียงเพลงคุ้นหูขาดหายไป ริมฝีปากร้อนไล่บนผิวนุ่มซึ่งมีเหงื่อไหลลงมาเล็กน้อยบริเวณซอกคอ ฟันขาวขบเนื้อนวลสร้างรอยรักในแบบที่ร่างบางเผลอส่งเสียงซี้ดออกมาด้วยความเจ็บและเสียวซ่านในคราวเดียวกัน
“My… อ่า... happy little pill… อื้ออ”
ท่อนเนื้อร้องยังคงขาดหายปนไปกับลมหายใจหอบของร่างสวยบนหน้าตักของมาร์ค เจ้าตัวแหงนหน้าขึ้นเพื่อให้ร่างหนาได้เชยชมตั้งแต่คอระหงส์ จนถึงแผ่นอกบางอย่างง่ายดาย แต่แล้วจู่ๆมาร์คก็จับคนตัวเล็กหันหลังก่อนจะเริ่มไล้ฝ่ามืออุ่นไปทั่วตัวอีกฝ่าย ในขณะที่เสียงทุ้มยังคงคอยกระซิบข้างใบหู เรียกร้องให้ร่างบางส่งเสียงร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่จังหวะสอดใส่รัวและแรงขึ้นตามลำดับเช่นกัน
“Take… อ๊าา… me… away… อ่า..”
เสียงครางสลับกับเสียงร้องทุกครั้งที่ร่างหนากระแทกโดนจุดกระสันของอีกฝ่าย ร่างบางเชิดหน้าขึ้นสูงก่อนจะเอี้ยวหน้ามาประกบปากอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง แขนบอบบางยกขึ้นจับเข้าที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายก่อนจะออกแรงดึงกลุ่มผมสีสดอย่างไม่กลัวว่าอีกคนจะเจ็บ
มาร์คมีอารมณ์มากกว่าทุกครั้งเวลาที่เขาดึงผมแรงๆ นั่นคือสิ่งที่แบมแบมเรียนรู้
“อืมม…”
และก็คาดไม่ผิด สัมผัสบริเวณต้นคอทำให้ร่างสูงครางออกมาอย่างเคลิบเคลิ้มก่อนจะเร่งจังหวะให้สุดในขณะที่มือหนากอบกุมเอาส่วนอ่อนไหวของร่างบางเอาไว้อีกครั้ง เมื่อโดนรุกจากทุกทาง ไม่นานแบมแบมก็ปลดปล่อยออกมา ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกหมุนให้กลับมาเผชิญหน้ากับร่างหนาอีกครั้งโดยที่ส่วนกลางลำตัวยังคงเชื่อมกันอยู่
“อ๊ะ”
แบมแบมหลุดเสียงครางอีกครั้งเมื่อมาร์คจับตนเองกระแทกลงบนตักสองสามทีก่อนที่ร่างสูงจะปลดปล่อยออกมาบ้าง มาร์ครั้งให้ร่างบางลงมานอนทับตนเองพร้อมๆกับที่เอนกายลงบนเตียงซึ่งเต็มไปด้วยเงินดอลลาร์ แบมแบมประทับจูบลงบนริมฝีปากหยักอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะเอ่ยประโยคด้วยเสียงที่แหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ เป็นเหตุให้ร่างหนาพลิกกลับมาอยู่ด้านบนและเริ่มบทรักอีกครั้ง
“My happy little pill”