04
เหมือนเป็นการเตือนภัย
ใช่แล้ว การเล่นเกมต่อคำกับแบมแบมครั้งที่แล้วเปรียบเสมือนการถอดรหัสเตือนภัยของทั้งผมและเขา เราต่างคนต่างรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองยื่นมือแหย่เท้าเข้าไปยุ่งนั้นมันอันตรายแค่ไหน
ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง ทรัพย์สินทางปัญญา หรือทรัพย์สินทางความรู้สึกก็ตาม
เงื่อนที่ถูกผูกตายมาตั้งแต่ต้น ทำได้แค่ตัดเท่านั้นแหละครับ
แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธนะว่าสนใจกันต์พิมุกต์มากกว่าทายาทคนอื่นๆที่เคยสุงสิงด้วย
คิดอะไรเพลินๆพลางเคลียร์เอกสารบนโต๊ะทำงานในชั้นสูงสุดของตึกซึ่งมีวิวดีเยี่ยมสำหรับใจกลางมหานครเช่นนี้ ผมย้ายประเทศในการทำงานไม่ต่ำกว่าสองครั้งต่อหนึ่งเดือน และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในใจกลางกรุงนิวยอร์คอันคึกคักและไม่เคยหลับใหล
ก๊อก ก๊อก
“Come in”
เอ่ยอนุญาติคนจากนอกประตูกันเสียงกันกระสุนให้เข้ามาได้ คนสนิทประจำตระกูลและประจำตัวซึ่งเห็นหน้าเห็นตากันมาตั้งแต่สมัยผมยังแบเบาะก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่มุมโต๊ะก่อนจะส่งแท็บเล็ตในมือเขามาไว้ยังมือผม
“มีปัญหานิดหน่อยครับนาย”
ไม่ต้องรอให้เขาบอกว่าปัญหานั้นคืออะไรผมก็พอรู้ได้ อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯและ house mortgage พุ่งและดิ่งสวนทางกันแบบงงๆ ภายในอาทิตย์เดียว เหมือนหุ้นของบริษัทผมก็ได้รับผลกระทบไปพอตัว แต่ไม่ได้เพียงพอจะทำให้เราสั่นคลอน
ที่หนักหน่อยก็เห็นจะเป็นการโดนสั่งพักโครงการสร้างอสังหาริมทรัพย์ในแถบแสกนดิเนเวียทั้งหมด ไหนจะการปล้นและไฟไหม้ที่โกดังเก็บอาวุธในยูเครน
“มีคนคิดจะเล่นเกมกับเรา”
ผมกระตุกยิ้มมุมปากในแบบที่ผู้คนไม่ชอบเห็นเสียเท่าไหร่ นิ้วยกขึ้นหมุนแหวนประจำตระกูลอย่างเคยชินเวลาวางแผนอะไรในหัว
ไอ้เรื่องที่จู่ๆรัฐฯก็มาพักโครงการที่สร้างเสร็จไปเกินครึ่งนี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ยังไงผมก็ทำพันธะสัญญาผูกมัดไว้หมดแล้ว ที่ตรงนั้นก็เป็นในนามบริษัทเราทั้งหมด พูดตามตรงเขาคงไม่ทำแบบนี้ถ้าไม่ได้ถูกใครคนใดซื้อตัวไปแล้ว
ไหนจะไฟไหม้ที่โกดังนั่นอีก ผมไม่โง่และอ่อนต่อโลกจนเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ภัยธรรมชาติ หรือกลุ่มศัตรูทั่วไปหรอกนะครับ เพราะในโกดังนั้นเปรียบเสมือนตลาดมืดขนาดใหญ่ก็ว่าได้
ผมไม่เคยพูดสินะว่าเป็นคนดี
แน่นอน พวกเราทั้งหมดในวงการนี้ไม่ได้เป็นคนดี
ยกตัวอย่างเช่นกันต์พิมุกต์คนนั้นน่ะ ธุรกิจนอกกฎหมายเต็มมือเสียทีเดียว
ส่วนตัวผมไม่ได้คิดว่าผมอยู่เหนือกฎหมายนะ
ผมคิดว่าผมไม่ได้อยู่ในกฎหมายแต่แรกต่างหาก
“ผมว่าเรานิ่งรอดูไปอีกซักพัก ทางโกดังได้สืบสาวจับตัวคนก่อเพลิงมาได้แล้ว ส่วนเรื่องแสกนดิเนเวียผมเห็นว่านายควรปรึกษานายใหญ่นะครับ”
โจพูดรัวด้วยเสียงโมโนโทนที่ค่อนข้างเบา เขารู้ดีว่าเรื่องรัฐบาลน่ะให้พ่อเป็นคนจัดการดีกว่า ถึงแม้ยังไงผมก็ต้องตามไปด้วย
“อืม… ฉันเห็นด้วย นายออกไปรอข้างนอกแป๊บนึง”
สั่งคนสนิทก่อนจะกดโทรศัพท์ส่วนตัวซึ่งไม่ได้ลงทะเบียนปกติอย่างเครื่องอื่นไปหาพ่อบังเกิดเกล้า
ไม่นานนักปลายสายก็กดรับ
[ว่าไงลูกชาย]
“ได้รับรายงานเรื่องแสกนดิเนเวียแล้วใช่ไหมครับ”
[เห็นแล้ว คงต้องบินกลับไปเดนมาร์กเสียหน่อย ว่าไง ไปไหม]
ผมมั่นใจว่านี่เป็นแค่คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเท่านั้นเลยไม่คิดจะตอบ
“วันศุกร์เจอกันที่สนามบิน”
[รีบร้อนจริงเชียว จะไปยูเครนด้วยรึ หึ]
เสียงหัวเราะในลำคอของพ่อเป็นสัญญาณว่าเขาคงชอบใจในความเด็ดขาดของผม
แน่นอน ถึงผมไม่ไปดูด้วยตัวเอง เรื่องก็จบอยู่แล้ว
แต่เมื่อไหร่ที่มีเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลใหญ่ๆ ผมลงไปดูเองแน่ใจที่สุด
เชื่อใจใครไม่ได้หรอกครับ
เงินซื้อได้ทุกอย่าง
แม้แต่จิตวิญญาณของคน
“ทำไม จะไปหรอ”
[ฉันแก่เกินจะไปบู๊กับแกแล้ว ทำงานให้ดี อย่าให้ฉันต้องผิดหวัง]
รูปประโยคเดิมที่เป็นดั่งเทปกรอไปมาซ้ำๆทุกครั้งที่มีงานใหญ่ ถามว่ากดดันมั้ย? ก็ไม่
ในขณะที่นิ้วกำลังเลื่อนไปที่ปุ่มวางสาย เสียงจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นเสียก่อน
[แล้วภูวกุลน่ะ ระวังไว้ด้วย]
ผมเลิกคิ้วกับประโยคข้างต้น น้อยครั้งที่พ่อจะหยิบยกตระกูลใดตระกูลหนึ่งให้ผมเฝ้าระวังและระแวง
แปลก
แปลกจริงๆ
ผมไม่ได้ถามอะไรต่อเมื่อนิ้วตัดสินใจกดวางสายไป
แน่นอนพ่อรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผมไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ ชีวิตผมอยู่ใต้การสำรวจของเขาจนวันที่เขาหมดลมนั่นแหละครับ
“โจ”
ส่งเสียงออกไปไม่ดังไม่เบา คนของผมถูกฝึกมาให้ระวังตัวเป็นพิเศษ ประสาทสัมผัสตอบรับเลยดีกว่ามาตรฐาน
“ครับนาย”
“จัดเครื่องไปเดนมาร์กวันศุกร์ และวันอาทิตย์ไปยูเครน”
“จะไม่พักที่เดนมาร์กนานกว่านั้นหรือครับ”
ผมเลิกคิ้วกับคำถามของเขา เป็นอันรู้กันดีว่าเวลาผมทำงานผมจะทำรวดเดียวให้เสร็จ ไม่พักยาวๆเพราะมันเสียเวลา
“คนของภูวกุลกับไคเซอร์ก็ไปครับ”
เขาไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นแต่สายตายกยิ้มนิดหน่อยราวกับจะล้อผม
“ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องอยู่นานกว่านั้น”
เพิ่งเจอกันไปไม่นาน จะเจอทำไมบ่อยๆครับ อีกอย่างผมก็ยังไม่ได้วางแผนเล่นเกมกับแบมแบมเลย ขอเคลียร์งานให้เสร็จๆดีกว่า
“โอเคครับนาย แล้วยูเครนละครับ”
“ยังไม่มีกำหนดกลับแน่นอน”
“..?”
โจสบตาผมอย่างสงสัยแทนคำถามในหัวเขา
“ถ้าจะเล่นเกม ฉันก็จะอยู่เล่นด้วยซักพัก จะได้เล่นกันจนหนำใจไปเลยไง”
รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉยได้สัดส่วนราวจับวาง นัยน์ตาสีนิลไม่ได้ยิ้มตามไปกับเรียวปาก หากแต่ฉายแววสนุกระคนอาฆาตไว้อย่างหนักแน่น
โจหันหลังให้เจ้านายวัยใกล้กันของเขาและเดินออกจากห้อง ถึงแม้จะเห็นคนทำสีหน้าแบบนี้มานับไม่ถ้วน โจสารภาพว่ายังไงแล้วใบหน้าเปื้อนยิ้มราวจะปลิดชีวิตของผู้เป็นนายก็น่ากลัวที่สุดอยู่ดี
ต้วนอี้เอินเวลากำลังสนุกน่ะ น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร
*
ณ เมือง Charlottenlund ประเทศเดนมาร์ก
ร่างโปร่งบางนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดง ตัวขาและส่วนไม้ทั้งหมดถูกแกะสลักอย่างประณีตวิจิตร ไม่ได้ฟู่ฟ่าเหมือนสไตล์บาโรคแต่ก็หรูหราอย่างมีภูมิฐานในสไตล์ French Renaissance เช่นเดียวกับตัวอาคารกลางของปราสาทที่เขากำลังนั่งอยู่
ที่เรียกว่าปราสาทนั้นเป็นเรื่องจริง
Charlottenlund Palace ในปัจจุบันนั้นเป็นที่อยู่อาศัยแก่ประธานกรรมการสูงสุดของ‘ธุรกิจ’ใต้ดินที่เซ็นตกลงกันไปคราวก่อน แน่นอนเขาพ่วงตำแหน่งประธานกลุ่มพันธมิตรนานาชาติอีกด้วย
หึ
อยากจะรู้จริงเชียวว่าสัมพันธไมตรีของคนดังกล่าวจะดีแค่ไหนกัน
แต่ก่อนที่จะคิดอะไรได้มากกว่านั้น รองเท้าหนังคู่คุ้นตากระทบกับพื้นไม้แท้ดังทั่วห้องนั่งเล่น แบมแบมคิดสบถในใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบคนที่ไม่ต้องมองหน้าก็รู้ว่าใครด้วยสายตาเรียบเฉย
“สวัสดีครับภูวกุล”
เป็นคนหลังที่ทำให้ต้องรีบลุกขึ้นยืนจับมือทักทาย
“สวัสดีครับมิสเตอร์ต้วน”
ไอเย็นจากยิ้มของชายวัยกลางคนแผ่ซ่านทั่วบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ เรย์มอนด์ต้วนไม่ได้เป็นคนที่ดูเย็นชาจากภายนอก ใบหน้าเขาประดับด้วยรอยยิ้มเบาบางราวปุยเมฆเสมอๆ
ที่น่ากลัวคือเขาไม่เคยยิ้มจากใจจริง
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขาใช้ชีวิตราวไร้หัวใจ
ถ้าถามว่าหัวหน้าตระกูลคนนี้มีข่าวลือมาอย่างไรล่ะก็ ทุกคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเลือดเย็นได้อย่างมีไมตรีจิต
“มีปัญหาอะไรหรือครับถึงได้มาที่นี่”
เสียงที่สามดังขึ้นจากด้านหลัง แบมแบมหันไปมองทายาทแห่งตระกูลไคเซอร์ซึ่งเพิ่งบินมาจากประเทศไอร์แลนด์
“นิดหน่อยน่ะครับ”
ทางเรย์มอนด์ไม่ได้ตอบกลับมากมาย เขาเองก็เช่นกัน การพูดคุยสบายๆไม่ใช่วิศัยของพวกเขาเสียเท่าไหร่
ยิ่งคนนอกรู้เรื่องของเรามากเท่าไหร่ เรายิ่งมีจุดอ่อนมากเท่านั้น
“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผม”
ผม เรย์มอนด์ มาร์ค อเล็กซ์ หันไปมองผู้มาใหม่ซึ่งกำลังก้าวเท้าลงบันไดกลางห้อง
พัคจินยอง
สังเกตุจากหน้าตาแล้วคนตรงหน้าเป็นคนชาติใดชาติหนึ่งในเอเชียแน่นอน ซึ่งแบมแบมมั่นใจว่าน่าจะเป็นสัญชาติเกาหลีใต้
“เชิญคุณอเล็กซ์ก่อนเลยครับ”
นัยน์ตาดำขลับแทบจะไร้ประกายใดๆ คล้ายหลุมอวกาศที่ดึงดูดทุกสิ่งเข้าหา แน่นอนว่าสิ่งที่เข้าไปนั้นไม่ได้กลับออกมาอีกเลย
เช่นเดียวกับอเล็กซ์
ไคเซอร์เข้าไม่ช้าไม่เร็ว เสียงโหวกเหวกของเขาก็ดังขึ้นลั่นห้อง บอดี้การ์ดหน้าประตูดูจะทำอะไรไม่ถูกเสียเท่าไหร่เพราะนี่ไม่ใช่ถิ่นฐานของตนเอง หากทำอะไรบุ่มบ่ามขึ้นมามีแต่จะเสียกับเสีย
แต่แล้วก็เสียงลั่นไกปืนก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงโหวกเหวกของอเล็กซ์ที่หยุดลง
คนติดตามของผมและตระกูลต้วนขยับตัว แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อผมและมาร์คยกมือขึ้นห้ามอย่างพร้อมเพรียง
แกร๊ก
ประตูเปิดออกมาพร้อมกับจินยองผู้ถือผ้าเช็ดหน้าซับรอยกระเซ็นของโลหิต
“อย่ามองผมแบบนั้น จู่ๆอเล็กซ์ก็โวยวายขึ้นมาและยิงตัวตาย ผมเองก็ไม่เข้าใจ”
ใบหน้าคมคายแสร้งขมวดคิ้วเล่นละครที่ไม่สมจริงราวกับไม่ได้มีจุดประสงค์จะตบตาใคร กลับกันเขาอยากให้เรารู้เสียด้วยซ้ำ
“ทั้งๆที่ผมให้ตัวเลือกที่สวยงามแล้วแท้ๆ เฮ้อ”
ร่างสูงพึมพำก่อนจะเดินไปเทบรั่นดีมาดื่มราวมีเรื่องเครียดในใจ
“ทางเลือกที่เลือกไม่ได้สินะครับ”
เรย์มอนด์เอ่ยขึ้น ดวงตาของชายอายุมากที่สุดในห้องยกยิ้มหน่อยๆ อย่างเปิดเผยว่าเขารู้เกมทุกอย่าง
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้หรอกครับมิสเตอร์ต้วน ทางเราพยายามจัดหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่าพวกท่านก็จริง แต่บางเรื่องก็ให้ไม่ได้จริงๆ มีขีดจำกัดมากมายเลยครับเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงนุ่มเอ่ยพลางสายหน้าเบาๆราวปลงตกกับธุรกิจในปัจจุบัน แต่มือหนายังคงขยับด้วยท่าทางสบายๆเพื่อให้น้ำแข็งลอยวนอยู่ในแก้วบรั่นดีเกิดเสียงก๊องแก๊งเบาๆ
“แล้วเราจะคุยงานกันได้หรือยังครับ”
ผมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าการมานั่งรอแบบนี้นั้นแอบจะนานไปสำหรับทุกคนที่เวลาเป็นเงินเป็นทอง
“อ่า เกือบลืมไปเลย ได้สิครับ แต่ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าพวกคุณมาด้วยเรื่องอะไร ก็เลยจัดการเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว ไม่ต้องห่วงครับเราดีลกับทางรัฐเรียบร้อย งานของพวกคุณทั้งคู่จะไม่สะดุดอีกครั้งถ้าไม่มีเหตุสุดวิศัย”
ริมฝีปากบางเอ่ยประโยคยาวๆเช่นเดิม ก่อนผู้ช่วยของเขาจะเดินเอาซองสีดำสองซองมาวางไว้ตรงหน้าโต๊ะกาแฟตัวเตี้ย
ผมพลิกอ่านทีละหน้าเช่นเดียวกับมาร์คซึ่งนั่งตรงหน้ากัน อ่านไปสักพักก็ต้องเลิกคิ้วให้กับใจความของกระดาษนี้
ทำงานเร็วชะมัด
เหตุเพิ่งเกิดเมื่อสามวันที่แล้ว แสดงว่าคนๆนี้ได้ข่าววันเดียวกับผมในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เขาใช้เวลาไม่ถึงสองวันในการจัดการกับรัฐบาลทุกประเทศในแสกนดิเนเวียในเคสของมาร์ค และทุกประเทศใน EU รวมทั้งตะวันออกกลางในเคสของผม
วางแผนไว้ดีสินะ
กระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะตวัดปากกาเซ็นอย่างไม่ลังเล แน่นอนกระดาษใบนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่เหตุการณ์ที่เกิดกับโรงกลั่นน้ำมันของผมในดูไบและโรงไฟฟ้าในยูเครน เยอรมันนี กรีซ สเปน และอังกฤษนั้นมีนัยแฝงแน่นอน
จะเตือนกันสินะ
ผมละสายตาจากกระดาษขาวนวลขึ้นสบกับพัคจินยองซึ่งผละไปยืนจิบบรั่นดีอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ ยิ่งร่างของเขาย้อนแสงเท่าใดเขาก็ยิ่งดูเจ้าเล่ห์ขึ้นเท่านั้น
“ไหนๆก็มากันแล้ว เล่นโป๊กเกอร์กันสักตาไหมครับ แบบไม่ต้องใช้เงินจริงก็ได้”
ผมเห็นมาร์คแสยะยิ้มชั่วครู่จากหางตา ก่อนจะเอ่ยตอบตกลง ส่วนเรย์มอนด์นั้นขอตัวก่อนเพราะมีประชุมต่อที่สวีเดน
พัคจินยอง พัคจินยอง…
จิ้งจอกแสนเจ้าเล่ห์ที่ดันมีถึงเก้าหาง
แต่ถ้าหยิ่งผยองมากเกินไป
หางทั้งเก้าอาจถูกตัดโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
*
[Mark]
ผมเดินตามมิสเตอร์พัคมายังห้องคาสิโนย่อมๆของคฤหาสน์ แน่นอนว่าในวันทำงานแบบนี้เจ้าตัวคงไม่ได้เชิญใครมาสังสรรค์ห้องนี้จึงว่างเปล่าและเงียบเกินกว่าที่เป็น
เราเล่นกันไปเรื่อยๆพร้อมกับบรั่นดีในแก้วทั้งสามที่เริ่มพร่อง นิ้วเรียวสวยของกันต์พิมุกต์คว่ำไพ่ลงกับโต๊ะเป็นสัญญาณว่าเขาผ่านตานี้
ผมมองไพ่ straight flush ในมือตนเองก่อนจะวางชิพเข้าเดิมพันเพิ่มขึ้นอีก ทางด้านจินยองเองก็ไม่ยอมเช่นกัน
“All in”
ปากบางระบายยิ้มอันคล้ายคลึงกับพ่อผมเหลือเกิน ยิ้มของคนไร้หัวใจ ยิ้มที่ผมเองก็มีไม่ต่างกัน
“หงายไพ่เลยสิครับ”
ร่างบางที่คว่ำไพ่ไปนานแล้วก้มมองนาฬิกาก่อนจะเอ่ยขึ้น แน่นอนเขาต้องไปทำธุระต่อเช่นเดียวกับผมและจินยอง
“Straight Flush”
ผมเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้องลึกในตาสีนิลของจินยอง ดวงตาเขาแปลก แปลกจนผมอ่านไม่ทะลุปรุโปร่ง รู้แค่ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร แต่ไม่รู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหนในการได้มันมา
“Royal Flush ขอบคุณที่เสียสละเวลามาเล่นเกมกับผมนะครับ คราวหน้าต้องสนุกกว่านี้แน่เลย”
ตอนนี้สิ่งที่แน่นอนเกี่ยวกับพัคจินยองคือ
เขาเป็นตัวอันตราย
แต่รู้อะไรไหม ถ้าคนที่อันตรายที่สุดอยู่ใกล้ตัวล่ะก็ เป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว
เรามาลองเล่นเกมกันอีกหลายๆตาก็ได้พัคจินยอง
ถ้าผมกับแบมแบมไม่เบื่อไปเสียก่อนนะ