Sunday, 16 October 2016

Alice and the unticking clock #มบอลิซ



‘It’s the matter of time’



ติ๊ก ต่อก

ติ๊ก ต่อก


“ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก”





You’ve been gone for too long, Alice. 





“ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่วอนเดอร์แลนด์ อลิซของพวกเรา”

คราวนี้เป็นแม๊ดแฮทเทอร์ที่ออกมาต้อนรับ
นัยน์ตาสีสดและรอยยิ้มยังคงเหมือนเดิม
คราวนี้แบมแบมกลับมาสู่วอนเดอร์แลนด์ด้วยความบังเอิญเช่นเดียวกับตอนแรก


แค่วางมือบนกระจกในห้องเก็บของ เขาก็ถูกดูดกลับมาที่นี่เสียแล้ว เป็นความบังเอิญที่ช่าง…


“บังเอิญหาใช่ไม่ พวกเราเป็นคนเรียกเจ้ามา”

ครึ่งคนครึ่งแมวล่องหนม้วนตัวในอากาศ 
เหมือนจะชินเสียแล้ว ไม่รู้ทำไม
ไอ้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้น่ะ มีเสียเมื่อไหร่กัน


“ผมมีความสำคัญอะไรกับที่นี่หรือ ในเมื่อคราวที่แล้วมาร์คเร่งรุดให้ผมออกไป”


ใช่

เขายังจำชื่อกระต่ายได้
ครึ่งคนครึ่งกระต่าย
ดวงตาคม
ริมฝีปากบาง
สันกรามแข็งแรง
สูทสีเข้ม
นาฬิกาซึ่งเดินอยู่ตลอดเวลา

นั่นน่ะ
มาร์คไง


“คนที่ต้องการความช่วยเหลือคือคนในความคิดของเจ้านั่นแหละเด็กน้อยเอ๋ย”


“เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือ”


“เวลาได้หยุดลง เวลาของมาร์คได้หยุดลง”


“หมายความว่าอย่างไร”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
เขาไม่เข้าใจ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่

นิ้วป้อมของเชอร์เชียร์แตะเข้าที่กลางอกของชายหนุ่ม ขัดจังหวะภวังค์ของแบมแบม เสียงกระซิบจริงจังที่ดังราวตะโกนก้องอยู่ในหัว


“ในนี้ เวลาได้หยุดลง 
ในนี้ ทุกอย่างถูกแช่แข็ง
ในนี้ มีแต่เจ้า ที่ช่วยเขาได้”



ช่วย…
ยังไงล่ะ…


“กุหลาบป่าจะช่วยเจ้าได้”


แล้วแมวตุ้ยนุ้ยก็หายตัวไปกับอากาศเช่นเคย


“กุหลาบป่าหรือ…”


แบมแบมออกเดินในเส้นทางที่เขาคิดว่าจำได้
แต่อนิจจา เส้นทางในวอนเดอร์แลนด์มิเหมือนก่อน
แบมแบมเดินมาหยุดที่หน้าสวนดอกทานตะวัน
สวนของใครกัน ช่างสดใส


“สวัสดีพ่อหนุ่ม”

เสียงไพเราะกังวาลกับเกสรได้ด้วยหรือ
ก็คงได้
เพราะที่นี่ อะไรก็เป็นไปได้และเป็นไปแล้ว


“สวัสดีครับ ผมอยากรู้ว่าคุณพอมีสวนกุหลาบป่าหรือไม่”


หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างเอ็นดู
มือเล็กซึ่งมีริ้วรอยแห่งวัยยกขึ้นทาบแก้มของอีกฝ่าย


“นั่นมันอยู่ที่ว่า ‘กุหลาบป่า’ ของเจ้าคือสิ่งใด”


คิ้วเรียวขมวดอีกครา
กุหลาบป่าก็คือกุหลาบป่า… มิใช่หรือ


“ผมไม่เข้าใจ”


“เพราะเจ้ายังไม่ได้เข้าไปในใจ จึงยังไม่เข้าใจ”


“คุณพอจะรู้วิธีรักษานาฬิกาที่หยุดเดินบ้างไหม”


หญิงตรงหน้ายิ้มด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม
สายตาที่ทำให้นึกถึงแม่


“นาฬิกาไม่เคยหยุดเดินหรอก เช่นเดียวกับที่เวลาไม่เคยถอยหลัง เว้นเพียงแต่…”


“แต่อะไรหรือ”


“เว้นเพียงแต่นาฬิกานั้นจะขัดข้องหรือเสียหายจนไม่สามารถเดินต่อได้”


ขัดข้อง…
เสียหาย…
เหตุใดเขาจึงนึกถึงความตาย..?


“คุณหมายถึงการจากลาตลอดกาลหรือ”


แบมแบมไม่ชอบเอ่ยถึงความตาย
เป็นอีกคำที่ไม่ชอบเอาเสียเลย


“ใช่และไม่ใช่ เด็กน้อย จงตามหากุหลาบป่าของเจ้าให้เจอ แล้วถึงตอนนั้นเจ้าจะรู้เองว่าเราหมายถึงอะไร”


หญิงวัยกลางคนเป็นอีกตัวละครที่หายตัวไปกับอากาศ
คนที่นี่เป็นอะไรกันไปหมดนะ ชอบล่องหนอยู่เรื่อย

ลืมเรื่องนั้นไปก่อน
เราต้องจดจ่อกับการหากุหลาบป่า
ในเมื่อคราวที่แล้วมาร์คช่วยเราไว้ได้มาก
คราวนี้เราจึงอยากตอบแทนเขา

ร่างโปร่งเดินฝ่าดงดอกทานตะวันสีเหลืองอร่าม
ทุกดอกล้วนหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์
ยกเว้นหนึ่งดอกซึ่งหันมาหาเขา


“เจ้าเป็นใคร มาตามหาอะไรหรือ”

เจ้าดอกไม้มากกลีบถามอย่างไร้เดียงสา
ก่อนจะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์อีกครั้ง


“เขาบอกว่าผมคืออลิซ ใช่หรือไม่ผมไม่สามารถบอกได้ ผมมาตามหากุหลาบป่าเพื่อจะรักษาเพื่อนคนสำคัญซึ่งเวลาของเขาได้หยุดลง”


เจ้าดอกไม้ชำเลืองมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปจุดเดิม


“เจ้ารู้ไหมกุหลาบป่าของเราคืออะไร”


แบมแบมยังคงไม่เข้าใจ
กุหลาบป่าก็คือกุหลาบป่า
จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร


“ผมไม่เข้าใจ”


“กุหลาบป่าของเราคือดวงอาทิตย์”


“ตกลงกุหลาบป่าแปลว่าอะไรกันแน่”


“เจ้าคิดว่าทำไมเราจึงเฝ้ามองดวงอาทิตย์ตลอดเวลา”


“ผมไม่รู้”


“เพราะว่าส่วนนึงของดวงอาทิตย์ คือดวงใจของพวกเราชาวทานตะวัน ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือเฝ้ามอง เฝ้ามองในยามที่ชิ้นส่วนหัวใจนั้นติดเชื้อเพลิง และเราจะเหี่ยวเฉาต่อเมื่อชิ้นส่วนดวงใจของเราได้มอดไหม้อย่างสิ้นเชิงแล้ว”


เพราะว่าฝากใจไว้
เพราะว่าให้สิ่งนั้นไป
เพราะว่ามีส่วนเชื่อมต่อกัน

หากไม่มีดวงใจของทานตะวัน
แสงอาทิตย์นั้นจักหามีไม่

หากไม่มีการเผาไหม้ของดวงอาทิตย์
ดอกทานตะวันคงต้องตูมตลอดกาล


ดั่งสัญญา
ดั่งสายใย
แด่เสี้ยวดวงใจ
แด่ความผูกพันธ์


“แสดงว่ากุหลาบป่ามิใช่กุหลาบป่าหรอกหรือ”


“กุหลาบป่าอาจจะเป็นกุหลาบป่า กุหลาบป่าหมายถึงดวงใจ ถ้าเจ้าให้ใจกุหลาบป่า กุหลาบป่าของเจ้าจึงเป็นกุหลาบป่า เท่านี้ที่เราสามารถบอกได้”


สิ่งที่เขาให้ใจ…
ในวอนเดอร์แลนด์น่ะหรือ…

มีอยู่อย่างเดียวหรือไม่
สิ่งที่ออกเดินหา
แต่เห็นตั้งแต่แรกเป็นต้นมา

สิ่งที่ไม่ต้องคว้าก็มี


ขาเรียวก้าวยาวๆกลับทางที่เดินมา
เพราะเดินมาไกลโพ้น
จึงต้องเดินกลับอีกไกลโพ้น
เพราะรู้สึกตัวช้า
เวลาก็ยิ่งเดินไปไกล

เพราะไม่เคยเอะ ‘ใจ’
ว่าอะไรๆจะใกล้กว่าที่คิดว่าเป็น




ปัง!


ประตูไม้เปิดอ้ากระทบผนังอย่างดัง 
แบมแบมมาถึงจุดหมายแล้ว

ที่นี่ไง
ห้องของกุหลาบป่า

ที่นี่ไง
ห้องเก็บเสี้ยวดวงใจ


แบมแบมเจอกุหลาบป่าแล้ว


มือเรียวหยิบนาฬิกาของตนออกมา
นิ้วหมุนเข็มช้าๆอย่างใจเย็น

ไหน… เวลาของมาร์คหยุดที่เมื่อไหร่กัน
โอ๊ะ นี่ไง ตรงกันแล้ว



ติ๊ก ต่อก 
ติ๊ก ต่อก
ติ๊ก ต่อก


ฟันเฟืองส่งเสียงอีกครั้ง
กับนาฬิกาเรือนเก่าที่เริ่มเดินอีกครา
ราวกับบางสิ่งได้หวนคืนมา
ราวกับเศษเสี้ยวของเวลาถูกทดแทน

แบมแบมใช้เวลาค่อนข้างนานในการหาคำตอบ
คำตอบของกุหลาบป่าซึ่งจริงๆแล้วง่ายดาย

ผู้คนส่วนมากพลาดพลั้งละเลยในอะไรง่ายๆ

เวลาพาใจให้เพลิดเพลิน
เฉกเช่นเดียวกับเวลาที่นำพาความโศกเศร้า
เวลาไหลเหมือนสายน้ำมิอาจย้อนกลับ
เฉกเช่นเดียวกับสายน้ำนำพาซึ่งชีวิต



“สวัสดี อลิซ”


“สวัสดีคุณกระต่าย”


“นายสายมากเลยคราวนี้”


ยิ้มมุมปากของกระต่ายในร่างคน
กระต่ายจอมเจ้าเล่ห์
กระต่ายขี้รำคาญที่ยอมยื่นมือช่วยเขา

แบมแบมขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย
อลิซของวอนเดอร์แลนด์นั่งลงข้างๆกระต่ายมาร์ค
รอยยิ้มบางปรากฎทั้งบนริมฝีปากและในดวงตา


“อย่าว่าผมเลยคุณกระต่าย
ไหนๆ ตอนนี้เวลาเราก็เดินตรงกันแล้ว”





ถึงจะเป็นการกระทำที่โง่เขลา
ถึงจะเป็นการตัดสินใจที่เบาปัญญา

ถึงนั่นจะทำให้เวลาของเขาต้องหยุดเช่นกันก็ตาม...