Sunday, 10 April 2016

Fraud 00 #ficfraudmb

00


We were born with everything you would say you could imagine for a perfect kind of life;

Money

Power

Glory


We were filled with all the feelings you would say you could imagine for a perfect kind of spice;

Hatred

Jealousy

Fear

Lust

Love

Loneliness

And most of all…
Lovelessness



เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ ไม่ใช่สิ่งที่ผมได้มาจากการพยายามดิ้นรน เมื่อมีเม็ดเงินแล้วก็ไม่ยากเลยที่อีกสองสามอย่างหลังจะตามมา 

และคุณเชื่อเถอะว่าทรัพย์สินที่ผมมีนั้น…มากพอที่จะทำให้อีกสองสามอย่างตามมาอย่างง่ายดาย



ประตูเหล็กดัดอัตโนมัติบานสูงเปิดออกให้รถ rolls royce สีดำขลับขับเข้าวนในสวนหญ้าตัดเตียน รอบน้ำพุไสตล์ renaissance แกะสลักเป็นคิวปิดและแอฟโฟรไดท์อย่างสวยงามและละเอียดอ่อน ก่อนจะเข้าจอดเทียบบันไดหินอ่อนสะอาดตาประดับพรมแดงหรูหราหน้าทางเข้างาน


“Welcome, Sir”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำสนิทขยับตัวเข้ามาเปิดประตูรถพร้อมโค้งให้ ขณะเดียวกันกับที่ชายเอเชียนฝั่งซ้ายมือเตรียมปากกาและรายชื่อปริ๊นท์บนกระดาษสีขาวนวลขลิบทอง

ร่างโปร่งจรดปากกาหมึกซึมยี่ห้อดังเซ็นลายมือชื่อที่มีปรากฎอยู่บนเอกสารไม่รู้กี่ฉบับ ก่อนจะรับหน้ากากสีดำฉลุลวดลายและปิดท้ายด้วยการขลิบขอบทองคำขาวอย่างประณีต


นี่คืองาน Masquerade Ball ประจำปีที่ทางธนาคารชื่อดังจัดขึ้นเพื่อเหล่าเหล่าบุคคลระดับเศรษฐีและเศรษฐีนีทั้งหลายแหล่รวมถึงทายาทธุรกิจอันประเมินค่าไม่ได้

ก็ตลกดีที่งานกำชับว่าให้ใส่หน้ากากเข้าไป…
ทั้งๆที่ปกติหน้ากากที่สวมใส่ทุกวันก็มีมากเกินพอแล้ว


“สวัสดีครับพ่อ”

ไม่ยากเลยที่มาร์คจะหาบิดาของตนท่ามกลางฝูงชนมากมาย เพราะบิดาของเขานั้นชอบการสังสรรค์และมักจะถูกรายล้อมด้วยผู้คนเสมอๆ ต่างจากตัวเขาที่ชื่นชอบการหลบบทสนทนาและสังเกตุจากมุมเงียบมากกว่าที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งความสนใจ


“อ้าว! ว่าไงลูกชาย วันนี้เป็นไง ดีมั้ย”

บทพูดนี้ไม่ได้ถามถึงแค่สารทุกข์สุขดิบธรรมดา วันนี้เขาได้บินไปที่กรุงโคเปนเฮเกนเพื่อเจรจา’ธุรกิจ’ และมันควรจะไปได้สวยอย่างที่พ่อเขาหวังไว้


“เรียบร้อยที่ครับ อย่างที่เคยเป็นมา”

เอ่ยพร้อมสอดกระดาษใบเล็กเข้าที่กระเป๋าเสื้อของผู้เป็นพ่อและจะขอตัวเดินออกมาก่อนที่จะโดนเรียกดูตัวกับลูกหลานของมิตรสหายทั้งหลายของบิดาผู้มนุษย์สัมพันธ์ดี

การเจรจา ‘ธุรกิจ’ ในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นดี ส่วนมากที่เขาได้เจอนั้นดูจะเป็นทายาทรุ่นราวคราวเดียวกันหมดเหตุเพราะบิดามารดาเริ่มจะย่างเข้าวัยเกษียณแล้วและอยากจะชักใยอยู่เบื้องหลังมากกว่าออกสนาม

แต่สิ่งที่มาร์คจับสังเกตุได้ว่าแปลกคือตัวแทนของตระกูลจากประเทศไทยคนนั้น ไม่ใช่แปลกที่ฐานะหรือภายนอก 

แต่แปลกที่ในนัยน์ตาของเขาคนนั้นมีความสั่นไหว 

แม้จะพูดจาอย่างเฉียบขาดแต่พอให้ลงลายมือชื่อมาร์คกลับเห็นการชะงักปากกา แม้เพียงเล็กน้อยแค่เสี้ยววินาทีแต่เขาก็เห็น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มาร์ค แต่อยู่ที่ว่าถ้าเขาเองจับสังเกตุได้นั้น แล้วอีกเกือบห้าสิบชีวิตรอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่นั้น จะไม่มีใครเห็นเลยหรือ

‘ธุรกิจ’ ที่ว่านี้ใช้ความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก คุณจะต้องไม่ลังเล ไม่มีแม้แต่สถิติของการพลาดเพราะคุณจะไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายของการพลาดพลั้งนั้นได้

...แม้ด้วยชีวิตก็ตาม


ท่ามกลางภวังค์แห่งความคิดของมาร์คต้วนนั้น เขาก็สะดุดกับรูปร่างอันเรียกไม่เต็มปากได้ว่าคุ้นเคย แต่ที่ทำให้รู้ว่าคือใครกลับเป็นสายตาอันน่าจดจำ


ความนิ่งแบบนี้… ภาษากายอันนิ่งงันบ่งบอกถึงความสามารถในการสังเหตุสถานการณ์รอบข้างและพร้อมจะรับมือกับปัญหาฉุกเฉิน

ความไหลลื่นแบบนี้… วาจาเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากสีสดอย่างมีทำนอง มีการหยุด มีการเว้นระยะ

และความลังเลแบบนี้… นัยน์ตาสีนิลซึ่งไหววูบเป็นช่วงๆของห้วงอารมณ์


ร่างสูงตัดสินใจสับเท้าตามร่างบางในชุดทักซิโด้สีน้ำเงินกรมท่าและกระซิบเพียงเฉียดใบหู

“Your eyes, sir. Beware.”



ระวังตัวหน่อยละกันคุณภูวกุล…
เตือนในฐานะที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน

No comments:

Post a Comment