00
We were born with everything you would say you could imagine for a perfect kind of life;
Money
Power
Glory
We were filled with all the feelings you would say you could imagine for a perfect kind of spice;
Hatred
Jealousy
Fear
Lust
Love
Loneliness
And most of all…
Lovelessness
เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ ไม่ใช่สิ่งที่ผมได้มาจากการพยายามดิ้นรน เมื่อมีเม็ดเงินแล้วก็ไม่ยากเลยที่อีกสองสามอย่างหลังจะตามมา
และคุณเชื่อเถอะว่าทรัพย์สินที่ผมมีนั้น…มากพอที่จะทำให้อีกสองสามอย่างตามมาอย่างง่ายดาย
ประตูเหล็กดัดอัตโนมัติบานสูงเปิดออกให้รถ rolls royce สีดำขลับขับเข้าวนในสวนหญ้าตัดเตียน รอบน้ำพุไสตล์ renaissance แกะสลักเป็นคิวปิดและแอฟโฟรไดท์อย่างสวยงามและละเอียดอ่อน ก่อนจะเข้าจอดเทียบบันไดหินอ่อนสะอาดตาประดับพรมแดงหรูหราหน้าทางเข้างาน
“Welcome, Sir”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำสนิทขยับตัวเข้ามาเปิดประตูรถพร้อมโค้งให้ ขณะเดียวกันกับที่ชายเอเชียนฝั่งซ้ายมือเตรียมปากกาและรายชื่อปริ๊นท์บนกระดาษสีขาวนวลขลิบทอง
ร่างโปร่งจรดปากกาหมึกซึมยี่ห้อดังเซ็นลายมือชื่อที่มีปรากฎอยู่บนเอกสารไม่รู้กี่ฉบับ ก่อนจะรับหน้ากากสีดำฉลุลวดลายและปิดท้ายด้วยการขลิบขอบทองคำขาวอย่างประณีต
นี่คืองาน Masquerade Ball ประจำปีที่ทางธนาคารชื่อดังจัดขึ้นเพื่อเหล่าเหล่าบุคคลระดับเศรษฐีและเศรษฐีนีทั้งหลายแหล่รวมถึงทายาทธุรกิจอันประเมินค่าไม่ได้
ก็ตลกดีที่งานกำชับว่าให้ใส่หน้ากากเข้าไป…
ทั้งๆที่ปกติหน้ากากที่สวมใส่ทุกวันก็มีมากเกินพอแล้ว
“สวัสดีครับพ่อ”
ไม่ยากเลยที่มาร์คจะหาบิดาของตนท่ามกลางฝูงชนมากมาย เพราะบิดาของเขานั้นชอบการสังสรรค์และมักจะถูกรายล้อมด้วยผู้คนเสมอๆ ต่างจากตัวเขาที่ชื่นชอบการหลบบทสนทนาและสังเกตุจากมุมเงียบมากกว่าที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งความสนใจ
“อ้าว! ว่าไงลูกชาย วันนี้เป็นไง ดีมั้ย”
บทพูดนี้ไม่ได้ถามถึงแค่สารทุกข์สุขดิบธรรมดา วันนี้เขาได้บินไปที่กรุงโคเปนเฮเกนเพื่อเจรจา’ธุรกิจ’ และมันควรจะไปได้สวยอย่างที่พ่อเขาหวังไว้
“เรียบร้อยที่ครับ อย่างที่เคยเป็นมา”
เอ่ยพร้อมสอดกระดาษใบเล็กเข้าที่กระเป๋าเสื้อของผู้เป็นพ่อและจะขอตัวเดินออกมาก่อนที่จะโดนเรียกดูตัวกับลูกหลานของมิตรสหายทั้งหลายของบิดาผู้มนุษย์สัมพันธ์ดี
การเจรจา ‘ธุรกิจ’ ในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นดี ส่วนมากที่เขาได้เจอนั้นดูจะเป็นทายาทรุ่นราวคราวเดียวกันหมดเหตุเพราะบิดามารดาเริ่มจะย่างเข้าวัยเกษียณแล้วและอยากจะชักใยอยู่เบื้องหลังมากกว่าออกสนาม
แต่สิ่งที่มาร์คจับสังเกตุได้ว่าแปลกคือตัวแทนของตระกูลจากประเทศไทยคนนั้น ไม่ใช่แปลกที่ฐานะหรือภายนอก
แต่แปลกที่ในนัยน์ตาของเขาคนนั้นมีความสั่นไหว
แม้จะพูดจาอย่างเฉียบขาดแต่พอให้ลงลายมือชื่อมาร์คกลับเห็นการชะงักปากกา แม้เพียงเล็กน้อยแค่เสี้ยววินาทีแต่เขาก็เห็น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มาร์ค แต่อยู่ที่ว่าถ้าเขาเองจับสังเกตุได้นั้น แล้วอีกเกือบห้าสิบชีวิตรอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่นั้น จะไม่มีใครเห็นเลยหรือ
‘ธุรกิจ’ ที่ว่านี้ใช้ความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก คุณจะต้องไม่ลังเล ไม่มีแม้แต่สถิติของการพลาดเพราะคุณจะไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายของการพลาดพลั้งนั้นได้
...แม้ด้วยชีวิตก็ตาม
ท่ามกลางภวังค์แห่งความคิดของมาร์คต้วนนั้น เขาก็สะดุดกับรูปร่างอันเรียกไม่เต็มปากได้ว่าคุ้นเคย แต่ที่ทำให้รู้ว่าคือใครกลับเป็นสายตาอันน่าจดจำ
ความนิ่งแบบนี้… ภาษากายอันนิ่งงันบ่งบอกถึงความสามารถในการสังเหตุสถานการณ์รอบข้างและพร้อมจะรับมือกับปัญหาฉุกเฉิน
ความไหลลื่นแบบนี้… วาจาเอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากสีสดอย่างมีทำนอง มีการหยุด มีการเว้นระยะ
และความลังเลแบบนี้… นัยน์ตาสีนิลซึ่งไหววูบเป็นช่วงๆของห้วงอารมณ์
ร่างสูงตัดสินใจสับเท้าตามร่างบางในชุดทักซิโด้สีน้ำเงินกรมท่าและกระซิบเพียงเฉียดใบหู
“Your eyes, sir. Beware.”
ระวังตัวหน่อยละกันคุณภูวกุล…
เตือนในฐานะที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน
No comments:
Post a Comment