Sunday, 17 April 2016

Fraud 02 #ficfraudmb



SEALED

แบมแบมจ้องตราประทับซองเอกสารสีน้ำตาลชั่วครู่เป็นเชิงไตร่ตรอง เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะเปิดแฟ้มเล่มหนานี้ดีไหม

กันต์พิมุกต์ไม่ชอบยุ่งเรื่องของใครโดยไม่จำเป็นเพราะเขาไม่ชอบให้ความสนใจกับสิ่งใดที่ไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต

แต่ที่เขาไม่ชอบยิ่งกว่านั้นก็คือการอยู่ในสายตาของคนที่เขาไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว

ยิ่งจากคำพูดวันนี้ของชายคนนี้แล้วนั้น…
‘Your eyes, sir. Beware’
แน่นอนว่าการกระทำแห่งความลังเลของเขาถูกจับได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


นิ้วเรียวซึ่งประดับด้วยแหวนประจำตระกูลทำจากแพลตินัมแกะสลักแกะซองสีน้ำตาลออกก่อนจะเททุกอย่างลงบนโต๊ะ


Tuan Yi-En


เชื้อชาติไต้หวัน สัญชาติอเมริกัน ถือพาสปอร์ตทั้งหมดห้าประเทศคืออังกฤษ ไต้หวัน อเมริกา สวิสเซอร์แลนด์และรัสเซีย


ตระกูลเจ้าของเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของทั้งไต้หวันและอเมริกา อีกทั้งยังมีหุ้นในธนาคารรายใหญ่อย่างน้อยหนึ่งรายในประเทศที่กล่าวมา


conference ทุกที่ที่แบมแบมไป มาร์คต้วนก็ดูจะได้บัตรเชิญทั้งหมด แต่เจ้าตัวไปแค่รัสเซีย อังกฤษ และเดนมาร์คเท่านั้นในปีนี้ จริงๆก็ไม่แปลกอะไรเพราะการสมนาและประชุมต่างๆนั้นไม่ได้สำคัญทุกครั้ง

ถึงสำคัญ บางคราเราก็ต้องเล่นตัว
เพื่อให้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตำแหน่งที่ต้องการจะได้รับ


นัยน์ตาสีดำสนิทไล่มองภาพถ่ายชายหนุ่มไต้หวันคู่กับครอบครัวเอย รัฐมนตรีเอย ชนชั้นสูงของอังกฤษเอยแล้วก็ต้องคิดในใจว่าไม่มีอะไรแปลกปลอมสำหรับผู้ชายคนนี้

ข่าวเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวดูท่าจะปิดไว้มิดเกินกว่าที่เลขาของเขาจะหามาได้ภายในระยะเวลาสี่ชั่วโมง

ร่างบางก้าวเท้าในชุดลำลองผ้าซาตินทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวไปที่กระดานปาเป้าสีดำสลับทอง รูปมาร์คต้วนถูกแปะไว้กลางกระดาน ก่อนที่ลูกดอกปลายขนนกสีทองจะแล่นผ่านอากาศเข้าตรงที่กลางเป้า


ปากอิ่มพึมพำกับสายลมยามดึกซึ่งพัดผ่านหน้าต่างก่อนเหยียดยิ้มด้วยใบหน้านิ่งสนิท

“Your life, sir. Beware”





-





พาสปอร์ตและสัญชาติอย่างเป็นทางการห้าประเทศ… อังกฤษ อเมริกา ไทย ดูไบ และเยอรมันนี

พูดได้หลายภาษาพอสมควร…

การเงินทางครอบครัวไม่มีอะไรน่าสงสัยไปกว่าคนที่อยู่ระดับเดียวกัน…

ชีวิตรักเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น…


ไม่มีอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับมิสเตอร์ภูวกุลคนนั้นเลยแม้แต่น้อย



...แต่ทำไมถึงลังเลจนหลุดออกมาแบบนั้นกันนะ



ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะตกต่ำ แต่คนในระดับพวกเขาก็มีการันตีทุกทางว่าจะไม่ตกต่ำไปกับเศรษฐกิจ และถึงแม้พวกเขาจะมีสิทธิ์ถูกลากลงแหจริงมันก็มีทางออกที่ดีกว่าฉีกสัญญาคอรัปชั่นและธุรกิจ offshore ทั้งหมดแน่นอน



มาร์คต้วนนั่งไขว่ห้างในชุดลำลองบนเก้าอี้ calfskin สีดำสนิท ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนแส่ห่าเรื่องหรือไล่แกว่งเท้าหาเสี้ยนไปทั่ว โดยพื้นฐานแล้วมาร์คถูกสอนมาให้สนใจเรื่องที่ควรจะสนใจ หูตาไวแต่มองและฟังแต่สิ่งที่ได้ประโยชน์จากมันเท่านั้น


‘เพราะสิ่งรอบข้างล้วนไร้สาระ’
คือประโยคที่บิดากล่าวปิดท้ายการสอนเสมอ


เสี้ยววินาทีนึงเขาพลันคิดไปว่ากันต์พิมุกต์หรือแบมแบมคนนั้นอาจจะลุกขึ้นฉีกสัญญาและจุดระเบิดอาคารก็เป็นได้ แต่พอไตร่ตรองอีกวินาทีนึงก็พบว่าความเป็นไปได้เท่ากับติดลบ

ไม่มีการตัดสินใจใดที่มาจากตัวแทนตระกูลเพียงคนเดียวร้อยเปอร์เซนต์อย่างแน่นอน


มือใหญ่หยุดกึกกับความคิดของตัวเอง นิ้วทั้งสิบประสานกันก่อนที่ดวงตาเรียวจะหรี่ลงปิด ริมฝีปากบางยกยิ้มที่มุมกระจับ


แบมแบมไม่มีทางลังเลเว้นแต่ว่าได้รับคำสั่ง
คำสั่งที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล

ใครบางคนบนยอดปีระมิดของภูวกุล…
ได้ยื่นคำขาด ลั่นวาจายุติการต่อสัญญา ‘ธุรกิจ’

นี่คือสิ่งที่มาร์คต้วนวินิจฉัยและสรุปออกมาได้


ทำไมเขาถึงมั่นใจน่ะหรอ…
ตัวเขาเองก็ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรโดยที่ทุกคนในตระกูลไม่ปรึกษาหารือกันก่อน จะมีก็แต่รุ่นอาวุโสอย่างปู่หรือไม่ก็อย่างน้อยพ่อของมาร์คที่สามารถตัดสินใจอะไรปุบปับได้

และการตัดสนใจปุบปับครั้งแรกในชีวิตของเขาคือการเข้าไปยุ่งกับชีวิตของแบมแบม

และค่าเสียหายในการตัดสินใจครั้งนี้นั้น
มาร์คยังไม่สามารถประเมินมันได้เลย




*



“กันต์พิมุกต์”

ชื่อต้นของชายหนุ่มรูปร่างโปร่งบางแทบเท่าผู้หญิงถูกขานออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบประดับด้วยรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาของผู้ให้กำเนิด


“ครับแม่”

ใบหน้านวลละจากรายการโทรทัศน์ก่อนจะหันไปสบตากับมารดา แบมแบมเพิ่งจะเคยสังเกตใบหน้าของแม่แท้ๆอย่างละเอียดละออ เขาไม่ได้จ้องดวงหน้าอันคุ้นเคยนี้มานานนับสิบปี


รอยเหี่ยวย่นที่หางตาเพิ่มขึ้นตามเลขอายุ
ผิวที่ได้รับการบำรุงสม่ำเสมอนับว่าหย่อนคล้อยช้ากว่ากำหนดเยอะมาก
นัยน์ตาสีนิลซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับส่วนเดียวกันของเขาฉายแววอ่อนโยนเกือบจะตลอดเวลา



“ประชุมเป็นยังไงบ้างลูก”

มิใช่ประโยคที่น่าตะลึงพรึงเพริดแต่อย่างใด แบมแบมรู้ดีว่ามารดามักอยากรู้ความคืบหน้าเพื่อจะวางแผนยุติการทำสัญญา ‘ธุรกิจ’ ซึ่งทำมานานนับสิบปี


“ปีนี้ทางนั้นให้จำนวนเพิ่มขึ้น 10% ทุกคนในห้องเซ็นสัญญาตามปกติครับ จากที่แบมดูแล้วในสัญญายังไม่มีอะไรผิดปกติ”


“เศรษฐกิจตอนนี้เริ่มไม่มั่นคง ที่แม่วิเคราะห์ไว้มันไม่น่าพลาด แม่ไม่อยากให้เราต้องจมไปกับวงการนี้เมื่อมันมีอะไรผิดพลาด และเชื่อเถอะว่าทุกอย่างมีการผิดพลาดเสมอ”


“I will try to solve this issue”


“The clock is ticking, Bambam. The clock is ticking fast.”


แม่ของเขาไม่เคยเอ่ยบังคับอะไรอย่างเด็ดขาดเท่าครั้งนี้ คำสอนทั้งหมดล้วนเป็นไปอย่างอ้อมค้อม แต่นั่นก็ทำให้เขาเติบโตมาด้วยการพึ่งพาตนเองล้วนๆ และมันทำให้เขามั่นใจในความคิด การตัดสินใจ และตรรกะของตนเองอย่างมาก


เห็นทีคงต้องค่อยๆไล่ชักมือกลับอย่างเบาที่สุด
เพราะถ้าโดนจับได้แล้วนั้น… 
คงไม่มีคำว่ารอด


หรือบางที… 
เขาจะสามารถยืมมือจากใครบางคน
ที่อาจไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลตัว






*





ก๊อก

ก๊อก

ก๊อก

ก๊อก


เสียงปากกา mont blanc สีขาวด้านสลักตัวย่อ PJY เป็นอักษร cursive กระทบไม่เบาไม่แรงกับโต๊ะแกรนิตสีเขียวเข้มโทนเย็น มือใหญ่ในถุงมือหนังสีดำดึงกระดาษเอสี่สีนวลจำนวนกว่าห้าสิบแผ่นออกจากแฟ้มการประชุมประจำปี


เรียวปากกระจับยิ้มอย่างมีเลศนัยด้วยความพึงพอใจ นัยน์ตาใสครั้นเจ้าเล่ห์ในคราเดียวกันจ้องมองลายเซ็นตอบตกลงมากมาย ก่อนจะหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่ง


เส้นปากกามีความเร่งรีบแต่ก็มีการแช่ที่ต้นลายเซ็น 
หมึกสีน้ำเงินบอกจินยองว่าคนๆนี้ต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่




หึ


มุมปากขยับขึ้นอีกระดับ นัยน์ตาสีดำสนิทแวววับฉาบด้วยความสนุกสนาน


แน่นอนทุกการกระทำของมิสเตอร์ภูวกุลในห้องประชุมไม่ได้คลาดสายตาของจินยองแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นจุดสนใจอีกด้วย เมื่อกล้อง CCTV ทุกตัวอำนวยความสะดวกให้เขาได้จับผิดคนๆนี้อย่างง่ายดาย


รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณลาดน้ำพุจับภาพกันต์พิมุกต์กำลังกัดปากล่าง แม้ว่าฟิล์มรถจะมืดขนาดไหน แต่พอปรับสีนิดๆหน่อยๆก็สามารถเห็นได้อยู่ดี


สายของเขาไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ…


ขณะที่มือใหญ่รวบภาพถ่ายกำลังจะเก็บใส่ซองตามเดิม สายตาพลันสะดุดที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอีกฝั่งของโต๊ะประชุม


อ๋า…

เรื่องนี้ชักสนุกใหญ่แล้ว…



หนึ่งคนกับหนึ่งตระกูลที่เหมือนจะต้องการยุติสัญญา
กับอีกหนึ่งคนตัวแทนหนึ่งตระกูลซึ่งดูท่าจะสนใจเรื่องของคนอื่นจนผิดปกติ



ดี…

ดีจริงๆ…



“ฮะๆๆๆ”

จินยองหัวเราะเสียงเบาก่อนจะซีลซองเอกสารและเก็บล็อคไว้ในลิ้นชักตามเดิม ในสมองของเขายังคงวางแผนอย่างละเอียดอ่อน



The finer the bait, the shorter the wait. 

...But maybe, just maybe,
If you wait a little longer,
the amount of fish will double. 


For love takes time,


And trust me…
Love is the finest bait. 

No comments:

Post a Comment