03 Finalé
หาย..
หายไปไหน…
หาไม่เจอ..
อยู่ไหนกันนะ…
หัวใจของเรา
ที่ฝากเขาไว้
พอคนนั้นหายไป
ต้องไปหาที่ใดกัน
“มาร์ค… มาร์ค…”
ร่ำร้องเท่าไหร่อีกคนก็ไม่มีวันได้ยิน
ตอนนั้นใกล้เท่าใดแต่ตอนนี้ไกลเหลือเกิน
ทำไมล่ะ ทำไม
ทำไมถึงหนีเราไป
เพราะอะไรกัน
เพราะวันนั้นเราจากมางั้นหรือ
เปล่าเลย เราไม่ได้ตั้งใจนะ
เราไม่ได้หนีมาร์คนะ
เราไม่ได้หนี
เราไม่ได้หนี ได้ยินไหม
เราไม่เคยหนี!!!
“กลับมา.. กลับมาเถอะนะมาร์ค.. ฮึก”
เราต้องร้องไห้อีกแค่ไหน
น้ำตาต้องหลั่งอีกเท่าใด
แค่ไหนหรอ แค่ไหนจึงจะพอ
แค่ไหนที่เขาต้องการ
“I’ll give you all…this… And… Heaven too”
เราเจ็บ
เราเจ็บ
เราเจ็บ
เราเจ็บได้ยินไหมมาร์คว่าเราเจ็บ
“ฮึก.. มาหา… กลับมาหาแบม…”
ทั้งปวด
ทั้งรวดร้าว
ยังปวด
และยังรวดร้าว
เจ็บเหมือนกันบ้างไหม
เจ็บปวดเหมือนแบมรึเปล่า
แผลเก่ามันตกสะเก็ดหรือยัง
แผลเก่าได้เปิดบ้างหรือเปล่า
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!!”
แผดเสียงอย่างไร้จุดหมาย
ไม่สนใจว่าใครจะได้ยินหรือไม่
ไม่สนใจนอกจากเขาคนเดียว
I'm begging you to keep on haunting
I'm begging you to keep on haunting me
I'm begging you to keep on haunting
I know you're gonna keep on haunting me
[Haunting: Halsey]
เขาคนนั้นที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หัวใจ
แต่เป็นจิตวิญญาณ
เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เป็นร่างกาย
เป็นอากาศ
แม้มองไม่เห็นก็รู้สึกได้
“จะกลับมาแล้วใช่ไหม… ฮิๆ จะกลับมาใช่ไหม!!”
ร่างบางนอนเหยียดตัวอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดทั้งสีสดและเข้มแห้งกรังบนข้อมือข้อเท้าทั้งสองข้าง ใบหน้าหวานแต่ทรุดโทรมอมยิ้มหลับตาพริ้มเสมือนกำลังฝันหวาน
ภาพนั้นเด่นชัดอยู่ในจอมอนิเตอร์ของห้องถัดมา หัวหน้าแผนกบำบัดขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเครียดอีกครั้ง เธอไม่รู้จะจัดการและรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรเสียแล้ว
ความรักที่ไม่สามารถพรากจากกันได้น่ะ
เธอจะไปขัดขวางได้อย่างไร…
ที่แบมแบมพยศหนักกว่าเดิมทวีคูณเพราะหนึ่งปีเต็มหลังจากมาร์คเข้าร่วมบำบัดที่นี่ อาการของชายหนุ่มนั้นดีขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ในระดับที่ว่ามาร์คสามารถย้ายออกไปบำบัดในที่ๆตึงเครียดน้อยกว่านี้ได้แล้ว
หรืออีกนัยหนึ่งคือมาร์คได้จากที่นี่ไปเป็นเวลาสามวัน
และนั่นก็ทำให้คนรักของเขาคลั่งได้อย่างน่าขนลุก
แบมแบมเริ่มจากการทำลายข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้า
ถัดมาก็ทำร้ายคนรอบข้าง ไม่ว่าใครก็ตาม
สุดท้ายร่างบางที่เหมือนจะไร้แรงก็วกเข้าทำร้ายตัวเอง
อาการหลอนของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นส่วนหนึ่งเพราะเจ้าตัวมีนิสัยชอบซ่อนยาหรือเอาไปทิ้ง
‘เพราะถ้าเรากินยานี่ เราจะไม่เจอมาร์ค ไม่เห็นมาร์ค เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราอยากเจอมาร์ค อยากเห็นมาร์ค ...แม้จะสัมผัสไม่ได้ก็ตาม’
เหตุผลที่เจ้าตัวให้พร้อมน้ำตาหยดใสหลายต่อหลายหยดต่อกันเป็นทางยาวแนบแก้มซึ่งตอบลงทุกวันทำให้เจ้าหน้าที่บำบัดหลายคนไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
โทรศัพท์ส่วนตัวของหัวหน้าแผนกสั่นกระทบโต๊ะทำงาน เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายสำคัญ
“ค่ะท่าน”
เมื่อได้ยินข้อความจากปลายสายก็ยิ่งตกใจ
“เมื่อไหร่คะท่าน”
กันต์พิมุกต์…
“ได้ค่ะ อ่า ใช่ค่ะ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้น่ะค่ะ โอเคค่ะดิฉันจะจัดการทุกอย่างภายในหกโมงเย็นวันนี้ค่ะ ค่ะ รับทราบค่ะท่าน สวัสดีค่ะ”
หันหน้ากลับไปมองผู้ป่วยในการดูแลซึ่งกำลังยกมือกอดอากาศแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ยินดีด้วยนะแบมแบม…
ยินดีกับความรักของเธอด้วย
คราวนี้ทั้งฉันหรือคนอื่นๆจะไม่เข้าไปกีดกันแล้ว
เบื้องบนสั่งให้ลองเอาเขากับเธอมาอยู่ด้วยกัน
จะไม่มีการบำบัดอีกแล้ว มีแต่การให้ยา
ยินดีด้วยอีกครั้ง..
คนรักของเธอกลับมาแล้ว
I know you, I walked with you once upon a dream
I know you, that look in your eyes is so familiar a gleam
And I know it's true that visions are seldom all they seem
But if I know you, I know what you'll do
You'll love me at once, the way you did once upon a dream
[Once Upon A Dream: Lana Del Rey]
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
Ah-ah, ah-ah, ah-aah mmh
Ah-ah, ah-ah, ah-aah mmh
หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยามเท้าก้าวเดินใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำยามเสียงย่างก้าวใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
แบมแบมอยู่ในนั้นใช่ไหม
แบมแบมของเรา
มาร์คกำลังมาหาเราใช่ไหม
มาร์คของเรา
ตึกตัก
ตึกตัก
แกร๊ก
กลอนประตูถูกปลดแล้ว
ดวงตากลมโตหันไปมองด้วยความหวัง
ความหวังว่าพื้นที่ว่างข้างห้องจะไม่ว่างอีกต่อไป
แต่แล้วก็ต้องสับสนเมื่อคนที่ตามหาก้าวเข้ามา
เอ๊ะ นี่ห้องของแบมแบมนะ คุณพยาบาลเข้าผิดรึเปล่า
สงสัยได้ไม่นานความปิติยินดีก็รื้นขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
These brown eyes I love
This dark brown hair of yours
These lips I adore
Oh how I miss you. I'm sure
“Honey, I'm home”
รอยยิ้มนี้ที่เพรียกหา
เสียงวาจาที่เอื้อนเอ่ย
แววตารักใคร่ที่ไม่เคย
ไม่เคยจะจางหายไป
“Welcome home, darling. Hehehe”
โผเข้ากอดอย่างไม่ยั้งมือ
เรารักกัน ใครจะทำไม!
โซ่ที่ล่ามเท้าไว้ก็ไม่อาจห้ามได้
กริ๊ก
คุณพยาบาลเอาเราล็อคไว้ห่างจากแบมแบมเพียงนิดเดียว โซ่ยาวแต่เส้นบางทำให้สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ง่าย แต่ตอนนี้เราไม่สนใจอะไรนอกจากแบมแบม
“แบมแบม… แบมแบมของเรา”
“มาร์คคิดถึงแบมมั้ย”
“คิดถึงมาก มากที่สุด คิดถึง คิดถึง”
ว่าพลางกระชับอ้อมกอดก่อนจะพรมจูบอ่อนโยนทั่วใบหน้ามนอย่างแสนรักใคร่
เขาเอาเราไป
ไปที่ไหนไม่รู้
ไม่ชอบ
ไม่ชอบเลย
ไม่ชอบเพราะที่นั่นไม่มีแบมแบม
แต่เรากลับมา
และตอนนี้ไม่มีอีกแล้วทั้งกระจกทั้งลูกกรงกั้นระหว่างเรา
“ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเราอีกแล้วที่รัก”
มือบางผลักมาร์คให้นั่งลงบนเก้าอี้เหล็กเย็นเฉียบก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมอยู่บนหน้าตัก เล็บจิกกลุ่มผมบริเวณท้ายทอยให้อีกฝ่ายเงยหน้าสบตา
ริมฝีปากสองคู่ประกบกันทันที
ร้อนแรงและรุมเร้า
โหยหาและลึกซึ้งให้เท่ากับความคิดถึง
“Ah… Someone has been naughty”
เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมยกยิ้มกว้างด้วยแววตาซุกซน
ลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากที่เริ่มขึ้นสีของตนเอง
มาร์คน่ะกบฎทุกทีสิน่า
ฮิๆ
ที่อยู่ใต้ลิ้นของมาร์คน่ะ
แบมแบมรู้นะ
“You don’t like the fun? Hmm?”
Then he got his tongue out
A substance so familiar on it
Ooh… A time-release one
Ooh, baby we’re having some fun
“Let me taste it again. The same way I did before”
แกร๊ง
โซ่เล็กบนข้อมือกระทบกับลูกกรงกลางห้อง
หลังบางแนบชิดกับเหล็กซี่อุณหภูมิต่ำ
แต่ร่างกายของทั้งคู่กำลังร้อนรุ่ม
Let me taste all of your LSD
Let me see what I have never seen
Take me where I’ve never been
And we’ll go places full of fantasies
We kissed and we kiss and we are kissing
His hands all over me, it’s exciting
My heart pounds faster, still rising
My leg on his hips, attaching
“อ๊า… อืม… ฮื่อ”
Down and down his lips go
Down my neck, my shoulder and way down low
I feel everything intensely. Yes! I do so
This moment, we promised, to never let go
“ได้เวลาสนุกแล้ว ที่รัก”
รอยยิ้มกว้างจนน่าสะพรึงของเราทั้งหมด
แววตาบ้าคลั่งกลับมาอีกครั้ง
เสียงหัวเราะหลอนประสาทดังขึ้นอีกครา
เพล้ง!
กระจกในห้องน้ำรวมถึงบริเวณโต๊ะถูกแกะออกและเขวี้ยงลงบนพื้นกลางห้อง เศษคมกระจัดกระจายไปทั่ว
เสียงหัวเราะดังขึ้นไม่หยุดหย่อน สภาพห้องไม่ต่างจากสงครามเมื่อแบมแบมควักปืนที่เจ้าตัวขโมยมาซ่อนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ออกมาไล่ยิ่งอีกคน
All the chains have broken
Hallelujah, we’re free
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ปัง!
กระสุนหลายนัดถูกส่งผ่านอากาศติดต่อกัน
หนึ่งคนไล่ยิง กับอีกหนึ่งคนวิ่งหลบ
ไม่มีความกลัว ไม่มีความเคียดแค้น
มีแต่ความสนุกและความสุขเปี่ยมล้น
“I'm here, darling!”
“ฮ่าๆๆ ฮะ ฮะๆๆๆ ฮิๆ”
“ฮี่ ฮิๆๆๆ”
“มาาาาาร์คคคคคคคคค”
กระสุนนัดสุดท้ายกับกระบอกปืนซึ่งกำลังหันกลับมาจ่อตนเอง ลิ้นเล็กเลียกระบอกปืนก่อนจะส่งวัตถุโลหะเข้าไปในริมฝีปากสีอ่อน
“หึๆๆ ฮะๆๆ แบมของมาร์ค”
ฉับพลันแขนแกร่งโอบรอบเอวคอด มือหนากำรอบคอของอีกฝ่ายก่อนจะแทนที่กระบอกปืนด้วยสองนิ้วของเขา ส่วนมืออีกข้างที่ว่างแย่งปืนมายิงขึ้นเพดานขณะริมฝีปากหยักขบกัดต้นคอซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
I've got a burning desire for you, baby
I've got a burning desire
(Come on, tell me boy)
I've got a burning desire for you, baby
I've got a burning desire
(Come on, tell me boy)
[Burning Desire: Lana Del Rey]
พลิกกายบางเข้าหาก่อนจะมอบจูบอันลุ่มหลงให้อีกครา
แบมแบมหย่อนกายลงบนเศษกระจกที่แตก
ดวงตาล่องลอยทอดสายตามาที่มาร์คอย่างเชื้อเชิญ
เท่านั้นคนตัวสูงกว่าก็โยนเสื้อคนป่วยขาดๆออกจากร่างกาย ขึ้นคร่อมคนรักก่อนจะขบเข้าที่ซอกคออีกครั้ง
Sharp pieces stab me
It ain’t hurting
It ain’t hurting
Nothing can hurt me as much as your departure
You bite my lips
Caress my thighs
You scratch my back
Our kisses make me feel high
Pounding into me
Your muscles clench
Releasing into me
Our overwhelming love
“อ๊าาา! ฮะๆๆ ฮะ ฮะ ฮ่าๆ”
หวีดร้องออกมาให้พอ
ให้พอกับสายเลือดที่รินไหล
ให้พอกับจิตใจอันบิดเบี้ยว
กระจกคมจรดบนคอของอีกฝ่าย
เชือดเฉือนผิวอ่อนจนเปิดออก
เลือดของเราไหลรวมกัน
อา… หรือนี่สินะ…
คือการเป็นหนึ่งเดียว
“This feels good, baby. This feels so fucking good!”
สองร่างบนเศษกระจกแตก
สองร่างกับโลหิตสีแดงฉาน
หนึ่งคู่รักกับรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะ
หนึ่งคู่รักกับความรักอันล้นเอ่อ
แล้วจู่ๆโลกทั้งใบก็มืดลง
จดจำได้เพียงแค่ใบหน้าของอีกคน
ที่รัก… ถึงเราจะตื่นหรือไม่
เราจะได้เจอกันอยู่ดี
นี่คือคำมั่นสัญญาเดียว
ที่จะรักษาไปตลอดกาล
Say my name
And every color illuminates
We are shining
And we will never be afraid again
Say my name
As every color illuminates
We are shining
And we will never be afraid again
[Spectrum: Florence+the machine]
แสงอ่อนๆยามเช้าสอดส่องเข้ามาในห้องสีขาวโล่ง
มีเพียงเตียงคนไข้สองเตียงติดกันอยู่กลางห้อง
มือและเท้าของพวกเขาถูกมัดแน่น ทั้งยังมีผ้าพันแผลอยู่เต็มตัวไปหมด รอยแผลเป็นยังคงไม่จางหาย
แต่พวกเขากำลังยิ้ม
ยิ้มที่มาจากใจ
แต่เป็นยิ้มซึ่งมากจนเกินไป
ในหัวใจที่รักท่วมเอ่อ
“รักแบมไหมมาร์ค… รักแบมไหม”
“มาร์ครักแบม รักแบม ฮิ รักมาร์คไหม”
“แบมก็รักมาร์ค รักมากที่สุดเลย ฮะๆ รักแค่มาร์ค”
“ฮิๆๆ ฮะๆๆ ดีจัง ดีจัง”
“ได้อยู่ด้วยกันเสียที… คิกคิก ดีจัง”
เรามีเพียงกันและกัน
มีแค่รัก
มีแค่รัก
มีแค่รักเท่านั้น
รอยยิ้มหวานค้างไว้ตลอดเวลา
ดวงตาคู่สวยทั้งสองหลับพริ้ม
จงไป...
ไปในวันเวลาที่ดี
ที่ๆจะไม่มีใครพรากเราได้
Nothing but our love
Nothing but our love
Nothing but this love of ours
We see nothing
We feel nothing
We know nothing
We need nothing but this love of ours
No comments:
Post a Comment