วันนี้ของทุกๆหลายปีวนมาอีกครั้ง
วันที่ ‘อลิซ’ ของวอนเดอร์แลนด์จะปรากฎตัว
อลิซเป็นชื่อเรียกซึ่งจริงๆแล้วคือฉายาเสียมากกว่า
แต่ละหลายปีอลิซคนใหม่จะลงมาวนวอนเดอร์แลนด์แบบไม่ซ้ำหน้า พวกเขาหรือเธอจะอายุเท่ากัน ลงมาในระยะเวลาเหมือนกัน เผชิญเหตุการณ์ที่คล้ายกัน
แต่คราวนี้อลิซต่างออกไป
อย่างน้อยก็มีคุณกระต่ายที่คิดแบบนั้น
/
“แบมแบม! แต่งตัวเสร็จหรือยังลูก”
เสียงตะโกนของมารดาดังขึ้นมาจากชั้นล่างของบ้าน แบมแบมหรือกันต์พิมุกต์สะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์
เขาฝันกลางวันอีกเช่นเคย
แต่วันนี้ดูท่าจะไม่มีเวลาให้ฝันมากนัก เพราะน้ำเสียงเมื่อครู่ของแม่เหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“ครับบบบ”
ขานไปแต่ที่จริงก็เพิ่งแค่เริ่มเปลี่ยนเสื้อตัวใน
แบมแบมไม่เข้าใจว่างานในวันนี้ไปเพื่ออะไร
เขารู้ว่ามันคืองานหมั้น
แต่เพื่ออะไรคือคำถามที่ต้องการคำตอบ
แบมแบมไม่เคยอยากหมั้น
เขาไม่อยากมีพันธะ
แบมแบมไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น
เขาก็แค่ยังไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้
ร่างโปร่งผูกหูกระต่ายแล้วจ้องตัวเองในกระจกซักพัก
เขาเหมือนใครซักคนที่แม้แต่ตนเองก็ไม่รู้จัก
ไวกว่าความคิดคือมือที่ดึงหูกระต่ายออกเหลือเพียงกระดุมธรรมดาบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีฟ้าอ่อน
‘เอาเถอะ
กับโลกที่ยังไงก็ต้องเผชิญ
เราก็ต้องออกไปเผชิญมัน’
งานเลี้ยงแสนน่าเบื่อ
ไม่มีอะไรนอกจากการเสแสร้งแกล้งทำ
การโอ้อวดและกระแนะกระแหน
แบมแบมเบื่อ
เบื่อจนอยากออกไปจากที่นี่
‘แล้วทำไมจะออกไม่ได้’ เขาคิด
ขาเรียวก้าวอย่างระมัดระวังออกจากพื้นที่
ไม่มีใครสนใจแบมแบมกับความเงียบเฉพาะกิจของเขาเมื่อทุกคนมัวแต่สนใจในการพรีเซ้นท์ตัวเอง
ต้นไม้นั่นใหญ่เหลือเกิน
น่านั่งใต้ร่มเงานั้นจริงๆ
เย็นสบายจริงๆด้วย
ความเขียวขจีและร่มไม้
อย่างน้อยก็ช่วยให้ผ่อนคลาย
แม้แค่ชั่ววูบก็ตาม
อ๊ะ
นั่นกระต่าย
เอ๊ะ
กระต่ายใส่สูท
เอ๊ะ
กระต่ายถือนาฬิกา
“ฉันกำลังจะสาย ไม่นะ”
คุณกระต่ายท่าทางร้อนรน
เท้าขาวๆก้าวอย่างรีบเร่ง
เดี๋ยวก่อน
กระต่ายพูดได้!
แบมแบมเบิกตากว้างกว่าปกติ
เขาไม่เคยเห็นกระต่ายพูดได้มาก่อน
ขายาวชันขึ้นเตรียมวิ่งตาม
ผลุบ!
เมื่อกี๊เหมือนไม่เห็นหลุม
แต่ตอนนี้ตกลงไปในหลุมแล้ว
แบมแบมจะไปโผล่ที่ไหนกันนะ...
/
คนนี้คืออลิซของคราวนี้
เจ้ากระต่ายขนสีขาวสวมสูทเป็นทางการคิดในใจ
นาฬิกากับความรีบก็แค่บทละครเท่านั้นแหละ
เขามีหน้าที่ทำให้อลิซสนใจ
ให้อลิซได้เผชิญกับวอนเดอร์แลน์
มาร์คพับนาฬิกาห้อยคอก่อนจะกระโดดด้วยความเร็วไปยังจุดต่อไป จุดที่อลิซจะตกลงมา และก็เป็นหน้าที่เขาอีกที่ต้องเบี่ยงเบนความสนใจต่อ
ขนมและเครื่องดื่มยืดหด
เป็นด่านแรกที่ทุกอลิซต้องเจอ
เหมือนที่นิทาน goldilocks ได้สอนไว้
ต้องมีขนาดและปริมาณแต่พอดีและพอเหมาะเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านไปได้
หวังว่าอลิซคนนี้จะฉลาด
เขาจะได้ไม่ต้องรอนาน
‘กินทั้งสองอย่างสิ ต้องเอนไปด้านไหนก็ผสมส่วนนั้นมากกว่า เราจะได้ไม่ต้องรอนาน’
กระต่ายมาร์คคิดเช่นนั้น
แต่เจ้ากระต่ายก็เฝ้ามองการยืดหดหลายต่อหลายรอบของอลิซแบมแบมอย่างเป็นห่วง
‘นี่มันนานไปรึเปล่า..’
ดวงตาคู่สวยสะท้อนเงาแบมแบมเป็นเวลาเกินหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมาร์คทนไม่ไหวออกจากที่ซ่อนและเปล่งเสียงทุ้ม
“เอามานี่ เดี๋ยวเราผสมให้ เร็วๆ เวลาเดินไม่รอใครหรอกนะ ติ๊กตอก ติ๊กตอก”
มือขาวหยิบนั่นผสมนี่เทสิ่งนั้นเขย่าสิ่งนี้จนกระทั่งเจ้ากระต่ายผู้ชำนาญมั่นใจว่าคือส่วนผสมที่ถูกต้อง
แบมแบมจ้องมองกระต่ายประหลาดพูดได้อย่างฉงน
‘เฮ้ๆ นึกว่ามีแต่ในนิทานเสียอีก สัตว์ในดินแดนพิศวง”
เจ้าของตากลมโตนึกในใจก่อนจะรับขวดยามาแล้วกรอกเข้าปากอย่างที่ทำมาหลายรอบก่อนหน้านี้
“ว้าว นายเก่งจัง”
“ตามาเร็ว จวนถึงเวลาแล้ว”
กระต่ายมาร์ครีบออกกระโดดอย่างรวดเร็ว ลำตัวเพรียวลัดเลาะไปตามทางที่เพิ่งเคยจะมีอลิซคนเดียวได้มา
ก็แบมแบมเนี่ยแหละจะใครอีกเล่า
อลิซผู้ใช้เวลานานจนเขาต้องเผยทางลัด
“ช้าหน่อยสิ รอเราด้วย”
เสียงใสตะโกนจากด้านหลัง หากแต่เจ้ากระต่ายมีหน้าที่สำคัญจะต้องรีบไปทำ จึงได้แต่กระซิบบอกแม๊ดแฮทเทอร์ไว้ว่าให้ดูแลอลิซคนปัจจุบันด้วย
“สวัสดีอัศวิน”
แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองบุคคลแปลกประหลาดคนที่สองของวัน คนนี้ก็แปลกเสียจนได้แรงบันดาลใจ
ผมหยิกและฟูฟ่องสีแสด
ผิวขาวซีดราวเซรามิค
นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนกับแพขนตาสีม่วง
หมวกทรงชาร์ลีแชปปลินสีดำทัดขนนกยูง
เสื้อสูทสีม่วงผนวกเสื้อเชิ้ตสีเขียวด้านใน
แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ประเด็น
สิ่งสำคัญอยู่ที่รอยยิ้มพิลึกกึกกือแต่ดันดูมีความสุขมากนั่นต่างหาก
“สวัสดี คุณ…?”
“อ้อ กระผมชื่อแม๊ดแฮทเทอร์ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เวลาจิบชายามบ่าย”
แบมแบมกวาดตามองไปรอบๆก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าตนเองอยู่ในสวนขนาดใหญ่ซึ่งมีโต๊ะเหล็กดัดสีขาวยาวเหยียดวางอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี หากแต่ต้นไม้และดอกไม้ในสวนนั้นดูเหี่ยวเฉา จานชามและถ้วยบนโต๊ะนั้นแตกร้าวและใช้งานไม่ได้ แม้แต่เครื่องดื่มและขนมนมเนยก็ดูจะรับประทานไม่ได้เช่นกัน
“คุณทานอะไรกัน นี่มันดูจะหมดอายุไปเสียหมด”
“สิ่งที่เห็นนั้นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้นะอัศวิน”
แบมแบมยังจำรอยยิ้มนั้นได้ดี
รอยยิ้มอันมั่นใจของเพื่อนใหม่อย่างแม๊ดแฮทเทอร์
เขาชอบลุกขึ้นเต้นและร้องเพลงอย่างปุบปับ
รวมทั้งเพื่อนของเขาด้วย ทุกคนเคาะจานชามเป็นจังหวะให้กับบทเพลงอันไม่มีเสียงร้องที่ตรงคีย์
“พวกคุณดูไม่ปกติเอาเสียเลย”
ครั้งหนึ่งแบมแบมเคยเอ่ยเช่นนั้น
“ทุกคนที่นี่บ้ากันหมดนั่นแหละ แต่นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว”
คำตอบที่ยังจำได้ดีจนถึงวันที่เขาออกมาจากวอนเดอร์แลนด์ ช่วยเตือนให้จำว่าสิ่งที่ดีกับตัวเองอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ปกติสำหรับคนอื่นเสมอไป
ตึก ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าหนักๆของใครบางคนกำลังร่นระยะเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม๊ดแฮทเทอร์รีบหันซ้ายหันขวาและจับยากรอกปากแบมแบมอีกหน
คราวนี้อัศวินหน้าใหม่ตัวหดลงเหลือกระจ้อยร่อย เล็กพอที่จะลงไปอยู่ในกาน้ำชาได้
“สวัสดีเจ้าพวกเสียสติ”
เสียงทุ้มต่ำแต่ไม่น่าฟังของใครบางคนดังขึ้น แบมแบมมั่นใจว่าเขายังไม่ได้เจอคนๆนี้แน่ๆ
“ฮิๆๆ สวัสดีจีดี้”
“บอกกี่ครั้งว่าให้เรียกท่านแม่ทัพ นอกจากบ้าแล้วยังโง่อีก!”
อ่า พูดจาเหมือนพวกตัวร้ายในละครเลย…
“อ้าวโทษทีพี่ชาย กระผมลืมไปเสียสนิท ฮิฮิ มาดื่มน้ำชาด้วยกันไหม”
ไม่ต้องบอกแบมแบมก็เดาได้ว่าฝ่ายตรงข้ามทำสีหน้าอย่างไรอยู่ แน่ล่ะ เสียงรำคาญเสียเต็มประดาแบบนั้นคงอยากจะมาร่วมวงน้ำชาอยู่หรอก
“แกเป็นพี่ฉันต่างหากซึงฮยอน แล้วก็เลิกชวนดื่มน้ำชาไร้สาระนี่เสียที ฉันขี้เกียจจะปฏิเสธแล้ว”
“ก็ฉันชวนจีดี้… เอ่อ.. ท่านแม่ทัพมาร่วมสนุกด้วยกันตั้งหลายปีจนจำไม่ได้แล้วว่ากี่ปี แต่ท่านแม่ทัพจีดี้ก็ไม่ยอมเสียที แม๊ดแฮทเทอร์เสียใจ”
นี่ก็คงจะทำหน้างอคอตกอยู่แน่นอน แบมแบมเริ่มสงสัยแล้วว่าในที่ๆเขาหลุดมานั้นมีใครปกติบ้าง
“บ้าบอสิ้นดี เอาล่ะ ส่งตัวอลิซของปีนี้มาให้ฉันเร็วๆ”
“อลิซไหน ฉันยังไม่เห็นเลยนะพี่ชาย”
เสียงยียวนแต่บอกไม่ได้ว่ากำลังพูดความจริงหรือโกหกถ่วงเวลานั้นทำให้แม่ทัพอย่างควอนจียงชักจะคิ้วกระตุก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดจะเสียแรงไปกับคนอย่างเชวซึงฮยอนให้เปล่าประโยชน์
“ฉันขี้เกียจฟังนายเล่นลิ้นแล้ว ยังไงฉันก็ต้องได้ตัวอลิซเหมือนทุกที พล็อตมันไม่เปลี่ยนหรอกนะจำไว้”
ทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นตาเรียวเล็กแสนคมก็หรี่ลงและจ้องเข้าไปในนัยน์ตาว่างเปล่าแต่ซุกซนของอีกคน ซึงฮยอนยังคงยิ้มกว้างแบบที่เคยทำมาตลอด ร่างเล็กกว่าสะบัดตัวก้าวขาหน้าตาขึงขังออกจากบริเวณสวนพร้อมกับประโยคปิดท้าย
“ฉันหวังว่าปีหน้าพี่จะไม่เพี้ยนไปกว่านี้นะซึงฮยอน”
เท่านี้แบมแบมก็พอเข้าใจแล้วว่าทุกปีเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ตัวละครเซ็ตเดิมลงเล่นบทละครบทเดิม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยเหมือนเดิมคืออลิซ
และครั้งนี้ เขาคืออลิซของวอนเดอร์แลนด์
“เอ้า ออกมาได้แล้วเจ้าหนู”
ฝากาน้ำชาเปิดออกพร้อมกับมือของแม๊ดแฮทเทอร์ยื่นมาหยิบตัวของแบมแบมขึ้นอย่างง่ายดาย ยาวิเศษขยายร่างของเขาอีกครา คราวนี้เป็นขนาดเดิมที่เขาคุ้นเคย
“แล้วเราต้องไปไหน”
ไม่ต้องรอให้ชายอารมณ์ดีเอ่ยตอบ เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
“ไปกันได้แล้ว ไม่มีเวลาแล้ว”
กระต่ายตัวเดิม หูสองข้างเหมือนเดิม สูทชุดเดิม นาฬิกาเรือนเดิม
แต่คุณกระต่ายมีหน้าเหมือนคนแล้ว
ผิวสีขาวนวล ตาคมแวววับ คิ้วหนา ปากบาง ผมสีเข้ม
นี่สรุปแล้วเขาเป็นกระต่ายหรือเป็นคน…?
“นี่ คุณชื่ออะไร เราชื่อแบมแบม”
ถามขณะกึ่งวิ่งกึ่งเดินลัดเลาะในเขตป่าตามเจ้าของฝีเท้ารวดเร็วด้านหน้า คุณกระต่ายคนนี้เงียบขรึมมากเสียทีเดียว ต่างจากที่แบมแบมคิดไว้ว่าถ้ากระต่ายเป็นมนุษย์และพูดได้คงพูดเก่งน่าดู
“มาร์ค”
ไม่มีการสนทนาต่อจากจุดนี้เป็นเวลาสักพัก แบมแบมได้แต่เดินและวิ่งตามไปเรื่อยๆ
“เฮ้ย!”
จนกระทั่งมีแมวสีชมพูลายม่วงโผล่มา… และมันกำลังลอยอยู่เสียด้วยสิ
“เชอร์ไชร์นายอย่ามาขวางทางฉันจะได้มั้ย คนกำลังรีบ”
มาร์คตวัดตาและเสียงดุไปทางผู้มาใหม่
แมวตัวอวบไม่มีทีท่าจะสนใจแม้แต่น้อย ฟันขาวเรียงตัวสวยเมื่อมันฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
“นายคือตัวอะไรกัน”
แบมแบมเผลอพึมพำออกมาจากความคิด
“ฉันหรอ ฉันคือแมวล่องหน แมวที่เป็นคน คนที่ล่องหนเป็นแมว”
เจ้าแมวเอ่ยรูปประโยคงุนงงพร้อมกับตวัดตัวเลื้อยไปในอากาศก่อนจะหายไปและกลับมายืนอยู่บนพื้นหญ้าในร่างคนอย่างที่มันว่า
“อย่ามัวแต่เล่น เวลากำลังจะหมดแล้ว”
มาร์คพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกระตุกข้อมือของแบมแบมให้เจ้าตัวเริ่มออกเดินอีกรอบ ยองแจกระตุกยิ้มมุมปากแลดูมีเลศนัยก่อนจะแปลงร่างกลับเป็นแมวและลอยตามทั้งคู่ไป
“นายคิดว่ามันจะเวิร์คหรอมาร์ค”
“...”
“ที่ผ่านมามันก็เหมือนเดิมตลอด คราวนี้นายจะเปลี่ยนมันทำไมกัน”
“...”
“ถ้ามันไม่สำเร็จ นายเองที่จะเป็นคนโชคร้าย”
“ฉันจะลองดู จบมั้ย”
“ฉันสงสัยนะมาร์ค ว่าทำไมต้องเป็นคนนี้ ฮึฮึ”
“หุบปากแล้วไสหัวไปได้แล้วยองแจ ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนาย”
บนสนทนาที่แบมแบมไม่ค่อยเข้าใจ แต่จับใจความได้เพียงว่าเขาเหมือนจะเป็นคนแรกที่ไม่ได้เล่นตามบทละครซ้ำๆของอลิซคนก่อนๆ และคนที่หาเขาแหกกฎก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กระต่ายมาร์คตรงหน้านี่เอง
“ระวังตัวล่ะมาร์ค ระวังหัวใจด้วย ฮ่าๆๆๆ”
แมวปริศนาม้วนตัวอีกสามสี่ตลบก่อนจะหายไปกับหมอกสีม่วงแดง
“นี่เรากำลังไปไหนกัน”
ร่างบางอดถามไม่ได้ ขาของเขากำลังจะหมดแรง นี่เราเดินมาไกลเท่าไหร่กันแล้วนะ เหมือนเดินข้ามภูเขาหลายลูกเลย ดวงอาทิตย์ก็เริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้ขอบฟ้าขึ้นเรื่อยๆราวกับจะเร่งเร้าอะไรบางอย่าง
“ทางออก”
“ห๊ะ แต่เราเพิ่งเข้ามานะมาร์ค”
“หรือว่านายอยากจะอยู่เป็นอาหารของมังกร”
“ไม่… แต่ว่า อะไรนะ มีมังกรด้วยหรอ”
“ราชินีกำลังตามหานายอยู่ เราต้องรีบแล้ว”
“แล้วทำไมต้องหนีราชินีด้วย”
“เพราะมังกรคือสัตว์เลี้ยงของยัยนั่น”
โอเค…
แบมแบมได้ข้อสรุปแล้วว่าอลิซส่วนใหญ่จะต้องมีฉากต่อสู้กับเจ้ามังกรดุร้ายพ่นไฟได้ตัวใหญ่มหึมา คือจริงๆตามบทละครอลิซคงรอดไปได้
แต่ทีนี่ดูจะมีการเล่นนอกบทไม่น้อยทีเดียว
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอลิซคนก่อนหลายคนได้จบชีวิตในการต่อสู้กับมังกรและลงเอยด้วยการเป็นอาหารจานโปรดของมัน
และมาร์คกำลังช่วยเขาให้รอดจากการประลองนั้น
แต่...
“มีวิธีที่เราจะเจอมังกรโดยไม่เจอราชินีมั้ย”
แบมแบมต่างจากอลิซคนก่อนๆอย่างที่มาร์คคิดไว้ไม่ผิด
“ตรงทางออกนี่ไง ทางออกคือกรงมังกร”
หากมาร์คหันกลับมาเพียงน้อยก็จะเห็นดวงตากลมโตของแบมแบมเป็นประกายวาววับ รอยยิ้มบางจุดขึ้นบนมุมปากของคนตัวเล็กกว่า
เดินอีกซักพักทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าถ้ำขนาดใหญ่ ความมืดอันดูไร้ขอบเขตและความเวิ้งว้างซึ่งไร้จุดสิ้นสุดทำให้แบมแบมเผลอบีบมือเจ้ากระต่ายอย่างไม่รู้ตัว เขาแค่ตื่นเต้นที่จะได้เจอมังกร
“ไหนอะ”
“...”
“ถ้ำนี่ลึกแค่ไหน”
“...”
“มังกรตัวใหญ่มากมั้ย”
“...”
“นี่ มาร์ค..”
“ชู่!”
สุดท้ายเจ้ากระต่ายทนความฉงนของอลิซไม่ไหว ต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดปากบวมๆนั่นให้เจ้าของมันเงียเสียงลงบ้างก่อนที่เจ้ามังกรขี้เซาจะตื่นมาโวยวาย
“ขอโทษ… ก็แค่สงสัย…”
“นั่น…”
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตามนิ้วของมาร์คไปยังสุดถ้ำ ผิวหนังมีเกล็ดสีดำขลับสะท้อนแสงสีส้มทอง ดวงตาโตเท่าใบหน้าของแบมแบมค่อยๆเปิดขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินสดดูแปลกใหม่กว่าที่จินตนาการไว้
“สวัสดี เราชื่อแบมแบม”
ไม่รู้อะไรทำให้แบมแบมคิดว่าต้องแนะนำตัวเสียก่อน
“........”
คุณมังกรเงียบไปสักพักใหญ่แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาระลอกเบ้อเริ่ม แบมแบมยืนมองตัวแข็งอย่างงงงวยต่างจากมาร์คที่เดินไปนั่งบนหางของมังกรตัวใหญ่อย่างผ่อนคลาย
“ขำอะไร”
“เราชื่อมิโน เจ้านี่ต่างจากอลิซคนก่อนๆอย่างที่ไอ้หมอนี่คาดการณ์ไว้จริงๆ”
“ยังไง”
“อลิซผู้ไม่ฆ่า อลิซผู้ไม่รู้ อลิซผู้ไม่ถูกจับ และอีกหลายอย่างที่ทั้งเจ้าเอง และไอ้กระต่ายใบ้นี่พาเล่นนอกบท”
รอยยิ้มมุมปากปรากฎขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อบนใบหน้าของมังกรที่มีชื่อว่ามิโน
“แล้วยังไง เราจะออกไปได้หรือยัง”
แบมแบมต้องรีบกลับและได้แต่หวังว่าถ้าเขากลับไปสายแม่จะไม่บ่นจนถึงสัปดาห์หน้า
“ฮ่าๆๆ ตรงดีนี่ งั้นข้าขอถามเจ้าอย่างนึง”
“..?”
ชายหนุ่มในรูปมนุษย์เต็มตัวคนเดียวในพื้นที่เอียงคออย่างสงสัยอีกครั้ง มาที่นี่ปริศนาเต็มไปหมดจริงๆ
“ถ้าเจ้าก้าวออกไปจากที่นี่แล้วเจอความจริง เจ้าคิดว่าที่นี่ในวอนเดอร์แลนด์คืออะไร”
มาร์คมองใบหน้าด้านข้างของอลิซผู้ทำสถิติการมาหามังกรได้เร็วที่สุดในรอบยี่สิบปี แน่นอนในแต่ละรอบของการเล่นละครบทเดิมๆนี่เขาจะต้องเป็นคนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับตัวละครหลักอย่างอลิซ และแน่นอนเป็นเขาเองที่เลือกว่าอลิซคนไหนจะลงมาเล่นในวอนเดอร์แลนด์
คราวนี้แบมแบมถูกเลือกล้วนด้วยความเซ่อซ่า ซุ่มซ่าม เงอะงะ ดูไม่เอาไหน แต่จริงๆมาร์ครู้อะไรมากกว่านั้น แบมแบมผู้มีอุดมคติและทัศนคติที่ดี เขาเฝ้ามองอลิซคนนี้ในทุกๆก้าวของวัน แม้แต่ในความฝันของแบมแบมเขาก็มองเห็น
แบมแบมมีบางอย่างที่อลิซคนก่อนๆไม่มี
… ความตรงตัวและความจริง …
“วอนเดอร์แลนด์ก็คือความจริง เพราะจริงๆแล้วความจริงไม่ได้มีเพียงด้านเดียวเสมอไป”
มาร์คได้ยินเสียงใสตอบก็กระตุกยิ้มมุมปากเป็นครั้งแรกให้แบมแบมได้เห็น
“แกเลือกคนไม่ผิดจริงๆด้วย ขอให้โชคดีนะหนุ่มน้อย”
เมื่อมิโนเป่าลมเย็นใส่ ชุดอันหลุดรุ่ยและเลอะเทอะของร่างบางก็พลันสะอาดและดูใหม่ดังเดิม ประตูทางปลายถ้ำเปิดออกเผยให้เห็นต้นไม้ที่แบมแบมนั่งเล่นประจำ
มาร์คเดินนำออกไปจากประตูถ้ำ ทันทีที่ขายาวก้าวพ้นเขตวอนเดอร์แลนด์ หูกระต่ายของมาร์คก็หายไป เหลือเพียงแค่รูปลักษณ์แบบมนุษย์ธรรมดาใส่สูทและสวมหมวกตรงหน้าแบมแบม
“ขอบคุณมากนะมาร์ค วันนี้สนุกมาก เราหวัง…”
พูดยังไม่จบประโยคเสียงใสก็ชะงักกลางทางเมื่อรู้สึกถึงความชื้นจากริมฝีปากของอีกฝ่ายบนหลังมือของตน
ก็ไม่รู้ทำไมใบหน้าถึงแอบเห่อร้อน
อาจเป็นเพราะแดดยามโพล้เพล้ ต้องใช่แน่ๆ
“ยินดีที่ได้รับใช้ อลิซ”
เสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างของมาร์คจะกลับเข้าสู่เขตวอนเดอร์แลนด์
ลาก่อนอลิซผู้แปลกใหม่
อลิซผู้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแม๊ดแฮทเทอร์กับแม่ทัพของราชินี
อลิซผู้ไม่ได้เข้าสนามประลอง
อลิซผู้ดื่มยาวิเศษมากกว่าสิบครั้ง
อลิซผู้ไม่ถูกแมวสะกดจิต
อลิซผู้ไม่เจอราชินี
อลิซผู้เป็นมิตรกับมังกร
อลิซผู้ … ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง
อลิซผู้ … แตกต่าง
แบมแบมเป็นแบบนั้น
อย่างน้อยมาร์คก็รู้สึกเช่นนั้น.
No comments:
Post a Comment