Sunday, 7 February 2016

Alice in Wonderland #มบอลิซ



วันนี้ของทุกๆหลายปีวนมาอีกครั้ง
วันที่ ‘อลิซ’ ของวอนเดอร์แลนด์จะปรากฎตัว

อลิซเป็นชื่อเรียกซึ่งจริงๆแล้วคือฉายาเสียมากกว่า
แต่ละหลายปีอลิซคนใหม่จะลงมาวนวอนเดอร์แลนด์แบบไม่ซ้ำหน้า พวกเขาหรือเธอจะอายุเท่ากัน ลงมาในระยะเวลาเหมือนกัน เผชิญเหตุการณ์ที่คล้ายกัน


แต่คราวนี้อลิซต่างออกไป
อย่างน้อยก็มีคุณกระต่ายที่คิดแบบนั้น




/



“แบมแบม! แต่งตัวเสร็จหรือยังลูก”

เสียงตะโกนของมารดาดังขึ้นมาจากชั้นล่างของบ้าน แบมแบมหรือกันต์พิมุกต์สะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์

เขาฝันกลางวันอีกเช่นเคย

แต่วันนี้ดูท่าจะไม่มีเวลาให้ฝันมากนัก เพราะน้ำเสียงเมื่อครู่ของแม่เหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่


“ครับบบบ”

ขานไปแต่ที่จริงก็เพิ่งแค่เริ่มเปลี่ยนเสื้อตัวใน
แบมแบมไม่เข้าใจว่างานในวันนี้ไปเพื่ออะไร

เขารู้ว่ามันคืองานหมั้น
แต่เพื่ออะไรคือคำถามที่ต้องการคำตอบ

แบมแบมไม่เคยอยากหมั้น
เขาไม่อยากมีพันธะ
แบมแบมไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น
เขาก็แค่ยังไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้

ร่างโปร่งผูกหูกระต่ายแล้วจ้องตัวเองในกระจกซักพัก
เขาเหมือนใครซักคนที่แม้แต่ตนเองก็ไม่รู้จัก
ไวกว่าความคิดคือมือที่ดึงหูกระต่ายออกเหลือเพียงกระดุมธรรมดาบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีฟ้าอ่อน


‘เอาเถอะ
กับโลกที่ยังไงก็ต้องเผชิญ
เราก็ต้องออกไปเผชิญมัน’


งานเลี้ยงแสนน่าเบื่อ
ไม่มีอะไรนอกจากการเสแสร้งแกล้งทำ
การโอ้อวดและกระแนะกระแหน

แบมแบมเบื่อ
เบื่อจนอยากออกไปจากที่นี่

‘แล้วทำไมจะออกไม่ได้’ เขาคิด
ขาเรียวก้าวอย่างระมัดระวังออกจากพื้นที่
ไม่มีใครสนใจแบมแบมกับความเงียบเฉพาะกิจของเขาเมื่อทุกคนมัวแต่สนใจในการพรีเซ้นท์ตัวเอง


ต้นไม้นั่นใหญ่เหลือเกิน
น่านั่งใต้ร่มเงานั้นจริงๆ
เย็นสบายจริงๆด้วย
ความเขียวขจีและร่มไม้
อย่างน้อยก็ช่วยให้ผ่อนคลาย
แม้แค่ชั่ววูบก็ตาม


อ๊ะ
นั่นกระต่าย


เอ๊ะ
กระต่ายใส่สูท


เอ๊ะ
กระต่ายถือนาฬิกา



“ฉันกำลังจะสาย ไม่นะ”

คุณกระต่ายท่าทางร้อนรน
เท้าขาวๆก้าวอย่างรีบเร่ง



เดี๋ยวก่อน
กระต่ายพูดได้!



แบมแบมเบิกตากว้างกว่าปกติ
เขาไม่เคยเห็นกระต่ายพูดได้มาก่อน
ขายาวชันขึ้นเตรียมวิ่งตาม



ผลุบ!



เมื่อกี๊เหมือนไม่เห็นหลุม
แต่ตอนนี้ตกลงไปในหลุมแล้ว


แบมแบมจะไปโผล่ที่ไหนกันนะ...



/



คนนี้คืออลิซของคราวนี้


เจ้ากระต่ายขนสีขาวสวมสูทเป็นทางการคิดในใจ
นาฬิกากับความรีบก็แค่บทละครเท่านั้นแหละ
เขามีหน้าที่ทำให้อลิซสนใจ
ให้อลิซได้เผชิญกับวอนเดอร์แลน์

มาร์คพับนาฬิกาห้อยคอก่อนจะกระโดดด้วยความเร็วไปยังจุดต่อไป จุดที่อลิซจะตกลงมา และก็เป็นหน้าที่เขาอีกที่ต้องเบี่ยงเบนความสนใจต่อ


ขนมและเครื่องดื่มยืดหด
เป็นด่านแรกที่ทุกอลิซต้องเจอ
เหมือนที่นิทาน goldilocks ได้สอนไว้
ต้องมีขนาดและปริมาณแต่พอดีและพอเหมาะเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านไปได้

หวังว่าอลิซคนนี้จะฉลาด
เขาจะได้ไม่ต้องรอนาน


‘กินทั้งสองอย่างสิ ต้องเอนไปด้านไหนก็ผสมส่วนนั้นมากกว่า เราจะได้ไม่ต้องรอนาน’

กระต่ายมาร์คคิดเช่นนั้น
แต่เจ้ากระต่ายก็เฝ้ามองการยืดหดหลายต่อหลายรอบของอลิซแบมแบมอย่างเป็นห่วง


‘นี่มันนานไปรึเปล่า..’

ดวงตาคู่สวยสะท้อนเงาแบมแบมเป็นเวลาเกินหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมาร์คทนไม่ไหวออกจากที่ซ่อนและเปล่งเสียงทุ้ม


“เอามานี่ เดี๋ยวเราผสมให้ เร็วๆ เวลาเดินไม่รอใครหรอกนะ ติ๊กตอก ติ๊กตอก”

มือขาวหยิบนั่นผสมนี่เทสิ่งนั้นเขย่าสิ่งนี้จนกระทั่งเจ้ากระต่ายผู้ชำนาญมั่นใจว่าคือส่วนผสมที่ถูกต้อง

แบมแบมจ้องมองกระต่ายประหลาดพูดได้อย่างฉงน 
‘เฮ้ๆ นึกว่ามีแต่ในนิทานเสียอีก สัตว์ในดินแดนพิศวง”

เจ้าของตากลมโตนึกในใจก่อนจะรับขวดยามาแล้วกรอกเข้าปากอย่างที่ทำมาหลายรอบก่อนหน้านี้


“ว้าว นายเก่งจัง”


“ตามาเร็ว จวนถึงเวลาแล้ว”

กระต่ายมาร์ครีบออกกระโดดอย่างรวดเร็ว ลำตัวเพรียวลัดเลาะไปตามทางที่เพิ่งเคยจะมีอลิซคนเดียวได้มา


ก็แบมแบมเนี่ยแหละจะใครอีกเล่า
อลิซผู้ใช้เวลานานจนเขาต้องเผยทางลัด


“ช้าหน่อยสิ รอเราด้วย”

เสียงใสตะโกนจากด้านหลัง หากแต่เจ้ากระต่ายมีหน้าที่สำคัญจะต้องรีบไปทำ จึงได้แต่กระซิบบอกแม๊ดแฮทเทอร์ไว้ว่าให้ดูแลอลิซคนปัจจุบันด้วย


“สวัสดีอัศวิน”

แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองบุคคลแปลกประหลาดคนที่สองของวัน คนนี้ก็แปลกเสียจนได้แรงบันดาลใจ

ผมหยิกและฟูฟ่องสีแสด
ผิวขาวซีดราวเซรามิค
นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนกับแพขนตาสีม่วง
หมวกทรงชาร์ลีแชปปลินสีดำทัดขนนกยูง
เสื้อสูทสีม่วงผนวกเสื้อเชิ้ตสีเขียวด้านใน

แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ประเด็น 
สิ่งสำคัญอยู่ที่รอยยิ้มพิลึกกึกกือแต่ดันดูมีความสุขมากนั่นต่างหาก


“สวัสดี คุณ…?”


“อ้อ กระผมชื่อแม๊ดแฮทเทอร์ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เวลาจิบชายามบ่าย”

แบมแบมกวาดตามองไปรอบๆก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าตนเองอยู่ในสวนขนาดใหญ่ซึ่งมีโต๊ะเหล็กดัดสีขาวยาวเหยียดวางอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี หากแต่ต้นไม้และดอกไม้ในสวนนั้นดูเหี่ยวเฉา จานชามและถ้วยบนโต๊ะนั้นแตกร้าวและใช้งานไม่ได้ แม้แต่เครื่องดื่มและขนมนมเนยก็ดูจะรับประทานไม่ได้เช่นกัน


“คุณทานอะไรกัน นี่มันดูจะหมดอายุไปเสียหมด”


“สิ่งที่เห็นนั้นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้นะอัศวิน”

แบมแบมยังจำรอยยิ้มนั้นได้ดี
รอยยิ้มอันมั่นใจของเพื่อนใหม่อย่างแม๊ดแฮทเทอร์

เขาชอบลุกขึ้นเต้นและร้องเพลงอย่างปุบปับ 
รวมทั้งเพื่อนของเขาด้วย ทุกคนเคาะจานชามเป็นจังหวะให้กับบทเพลงอันไม่มีเสียงร้องที่ตรงคีย์


“พวกคุณดูไม่ปกติเอาเสียเลย”

ครั้งหนึ่งแบมแบมเคยเอ่ยเช่นนั้น


“ทุกคนที่นี่บ้ากันหมดนั่นแหละ แต่นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว”

คำตอบที่ยังจำได้ดีจนถึงวันที่เขาออกมาจากวอนเดอร์แลนด์ ช่วยเตือนให้จำว่าสิ่งที่ดีกับตัวเองอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ปกติสำหรับคนอื่นเสมอไป



ตึก ตึก ตึก ตึก


เสียงฝีเท้าหนักๆของใครบางคนกำลังร่นระยะเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม๊ดแฮทเทอร์รีบหันซ้ายหันขวาและจับยากรอกปากแบมแบมอีกหน

คราวนี้อัศวินหน้าใหม่ตัวหดลงเหลือกระจ้อยร่อย เล็กพอที่จะลงไปอยู่ในกาน้ำชาได้


“สวัสดีเจ้าพวกเสียสติ”

เสียงทุ้มต่ำแต่ไม่น่าฟังของใครบางคนดังขึ้น แบมแบมมั่นใจว่าเขายังไม่ได้เจอคนๆนี้แน่ๆ


“ฮิๆๆ สวัสดีจีดี้”


“บอกกี่ครั้งว่าให้เรียกท่านแม่ทัพ นอกจากบ้าแล้วยังโง่อีก!”


อ่า พูดจาเหมือนพวกตัวร้ายในละครเลย…


“อ้าวโทษทีพี่ชาย กระผมลืมไปเสียสนิท ฮิฮิ มาดื่มน้ำชาด้วยกันไหม”


ไม่ต้องบอกแบมแบมก็เดาได้ว่าฝ่ายตรงข้ามทำสีหน้าอย่างไรอยู่ แน่ล่ะ เสียงรำคาญเสียเต็มประดาแบบนั้นคงอยากจะมาร่วมวงน้ำชาอยู่หรอก


“แกเป็นพี่ฉันต่างหากซึงฮยอน แล้วก็เลิกชวนดื่มน้ำชาไร้สาระนี่เสียที ฉันขี้เกียจจะปฏิเสธแล้ว”


“ก็ฉันชวนจีดี้… เอ่อ.. ท่านแม่ทัพมาร่วมสนุกด้วยกันตั้งหลายปีจนจำไม่ได้แล้วว่ากี่ปี แต่ท่านแม่ทัพจีดี้ก็ไม่ยอมเสียที แม๊ดแฮทเทอร์เสียใจ”

นี่ก็คงจะทำหน้างอคอตกอยู่แน่นอน แบมแบมเริ่มสงสัยแล้วว่าในที่ๆเขาหลุดมานั้นมีใครปกติบ้าง


“บ้าบอสิ้นดี เอาล่ะ ส่งตัวอลิซของปีนี้มาให้ฉันเร็วๆ”


“อลิซไหน ฉันยังไม่เห็นเลยนะพี่ชาย”

เสียงยียวนแต่บอกไม่ได้ว่ากำลังพูดความจริงหรือโกหกถ่วงเวลานั้นทำให้แม่ทัพอย่างควอนจียงชักจะคิ้วกระตุก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดจะเสียแรงไปกับคนอย่างเชวซึงฮยอนให้เปล่าประโยชน์


“ฉันขี้เกียจฟังนายเล่นลิ้นแล้ว ยังไงฉันก็ต้องได้ตัวอลิซเหมือนทุกที พล็อตมันไม่เปลี่ยนหรอกนะจำไว้”

ทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นตาเรียวเล็กแสนคมก็หรี่ลงและจ้องเข้าไปในนัยน์ตาว่างเปล่าแต่ซุกซนของอีกคน ซึงฮยอนยังคงยิ้มกว้างแบบที่เคยทำมาตลอด ร่างเล็กกว่าสะบัดตัวก้าวขาหน้าตาขึงขังออกจากบริเวณสวนพร้อมกับประโยคปิดท้าย

“ฉันหวังว่าปีหน้าพี่จะไม่เพี้ยนไปกว่านี้นะซึงฮยอน”


เท่านี้แบมแบมก็พอเข้าใจแล้วว่าทุกปีเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ตัวละครเซ็ตเดิมลงเล่นบทละครบทเดิม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยเหมือนเดิมคืออลิซ

และครั้งนี้ เขาคืออลิซของวอนเดอร์แลนด์



“เอ้า ออกมาได้แล้วเจ้าหนู”

ฝากาน้ำชาเปิดออกพร้อมกับมือของแม๊ดแฮทเทอร์ยื่นมาหยิบตัวของแบมแบมขึ้นอย่างง่ายดาย ยาวิเศษขยายร่างของเขาอีกครา คราวนี้เป็นขนาดเดิมที่เขาคุ้นเคย


“แล้วเราต้องไปไหน”


ไม่ต้องรอให้ชายอารมณ์ดีเอ่ยตอบ เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง


“ไปกันได้แล้ว ไม่มีเวลาแล้ว”


กระต่ายตัวเดิม หูสองข้างเหมือนเดิม สูทชุดเดิม นาฬิกาเรือนเดิม 

แต่คุณกระต่ายมีหน้าเหมือนคนแล้ว
ผิวสีขาวนวล ตาคมแวววับ คิ้วหนา ปากบาง ผมสีเข้ม

นี่สรุปแล้วเขาเป็นกระต่ายหรือเป็นคน…?


“นี่ คุณชื่ออะไร เราชื่อแบมแบม”

ถามขณะกึ่งวิ่งกึ่งเดินลัดเลาะในเขตป่าตามเจ้าของฝีเท้ารวดเร็วด้านหน้า คุณกระต่ายคนนี้เงียบขรึมมากเสียทีเดียว ต่างจากที่แบมแบมคิดไว้ว่าถ้ากระต่ายเป็นมนุษย์และพูดได้คงพูดเก่งน่าดู


“มาร์ค”


ไม่มีการสนทนาต่อจากจุดนี้เป็นเวลาสักพัก แบมแบมได้แต่เดินและวิ่งตามไปเรื่อยๆ


“เฮ้ย!”


จนกระทั่งมีแมวสีชมพูลายม่วงโผล่มา… และมันกำลังลอยอยู่เสียด้วยสิ


“เชอร์ไชร์นายอย่ามาขวางทางฉันจะได้มั้ย คนกำลังรีบ”

มาร์คตวัดตาและเสียงดุไปทางผู้มาใหม่
แมวตัวอวบไม่มีทีท่าจะสนใจแม้แต่น้อย ฟันขาวเรียงตัวสวยเมื่อมันฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม


“นายคือตัวอะไรกัน”

แบมแบมเผลอพึมพำออกมาจากความคิด


“ฉันหรอ ฉันคือแมวล่องหน แมวที่เป็นคน คนที่ล่องหนเป็นแมว”

เจ้าแมวเอ่ยรูปประโยคงุนงงพร้อมกับตวัดตัวเลื้อยไปในอากาศก่อนจะหายไปและกลับมายืนอยู่บนพื้นหญ้าในร่างคนอย่างที่มันว่า


“อย่ามัวแต่เล่น เวลากำลังจะหมดแล้ว”

มาร์คพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกระตุกข้อมือของแบมแบมให้เจ้าตัวเริ่มออกเดินอีกรอบ ยองแจกระตุกยิ้มมุมปากแลดูมีเลศนัยก่อนจะแปลงร่างกลับเป็นแมวและลอยตามทั้งคู่ไป


“นายคิดว่ามันจะเวิร์คหรอมาร์ค”


“...”


“ที่ผ่านมามันก็เหมือนเดิมตลอด คราวนี้นายจะเปลี่ยนมันทำไมกัน”


“...”


“ถ้ามันไม่สำเร็จ นายเองที่จะเป็นคนโชคร้าย”


“ฉันจะลองดู จบมั้ย”


“ฉันสงสัยนะมาร์ค ว่าทำไมต้องเป็นคนนี้ ฮึฮึ”


“หุบปากแล้วไสหัวไปได้แล้วยองแจ ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนาย”


บนสนทนาที่แบมแบมไม่ค่อยเข้าใจ แต่จับใจความได้เพียงว่าเขาเหมือนจะเป็นคนแรกที่ไม่ได้เล่นตามบทละครซ้ำๆของอลิซคนก่อนๆ และคนที่หาเขาแหกกฎก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กระต่ายมาร์คตรงหน้านี่เอง


“ระวังตัวล่ะมาร์ค ระวังหัวใจด้วย ฮ่าๆๆๆ”

แมวปริศนาม้วนตัวอีกสามสี่ตลบก่อนจะหายไปกับหมอกสีม่วงแดง


“นี่เรากำลังไปไหนกัน”

ร่างบางอดถามไม่ได้ ขาของเขากำลังจะหมดแรง นี่เราเดินมาไกลเท่าไหร่กันแล้วนะ เหมือนเดินข้ามภูเขาหลายลูกเลย ดวงอาทิตย์ก็เริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้ขอบฟ้าขึ้นเรื่อยๆราวกับจะเร่งเร้าอะไรบางอย่าง


“ทางออก”


“ห๊ะ แต่เราเพิ่งเข้ามานะมาร์ค”


“หรือว่านายอยากจะอยู่เป็นอาหารของมังกร”


“ไม่… แต่ว่า อะไรนะ มีมังกรด้วยหรอ”


“ราชินีกำลังตามหานายอยู่ เราต้องรีบแล้ว”


“แล้วทำไมต้องหนีราชินีด้วย”


“เพราะมังกรคือสัตว์เลี้ยงของยัยนั่น”


โอเค…
แบมแบมได้ข้อสรุปแล้วว่าอลิซส่วนใหญ่จะต้องมีฉากต่อสู้กับเจ้ามังกรดุร้ายพ่นไฟได้ตัวใหญ่มหึมา คือจริงๆตามบทละครอลิซคงรอดไปได้ 

แต่ทีนี่ดูจะมีการเล่นนอกบทไม่น้อยทีเดียว

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอลิซคนก่อนหลายคนได้จบชีวิตในการต่อสู้กับมังกรและลงเอยด้วยการเป็นอาหารจานโปรดของมัน

และมาร์คกำลังช่วยเขาให้รอดจากการประลองนั้น
แต่...


“มีวิธีที่เราจะเจอมังกรโดยไม่เจอราชินีมั้ย”


แบมแบมต่างจากอลิซคนก่อนๆอย่างที่มาร์คคิดไว้ไม่ผิด


“ตรงทางออกนี่ไง ทางออกคือกรงมังกร”

หากมาร์คหันกลับมาเพียงน้อยก็จะเห็นดวงตากลมโตของแบมแบมเป็นประกายวาววับ รอยยิ้มบางจุดขึ้นบนมุมปากของคนตัวเล็กกว่า 


เดินอีกซักพักทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าถ้ำขนาดใหญ่ ความมืดอันดูไร้ขอบเขตและความเวิ้งว้างซึ่งไร้จุดสิ้นสุดทำให้แบมแบมเผลอบีบมือเจ้ากระต่ายอย่างไม่รู้ตัว เขาแค่ตื่นเต้นที่จะได้เจอมังกร


“ไหนอะ”


“...”


“ถ้ำนี่ลึกแค่ไหน”


“...”


“มังกรตัวใหญ่มากมั้ย”


“...”


“นี่ มาร์ค..”


“ชู่!”


สุดท้ายเจ้ากระต่ายทนความฉงนของอลิซไม่ไหว ต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดปากบวมๆนั่นให้เจ้าของมันเงียเสียงลงบ้างก่อนที่เจ้ามังกรขี้เซาจะตื่นมาโวยวาย


“ขอโทษ… ก็แค่สงสัย…”


“นั่น…”


นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตามนิ้วของมาร์คไปยังสุดถ้ำ ผิวหนังมีเกล็ดสีดำขลับสะท้อนแสงสีส้มทอง ดวงตาโตเท่าใบหน้าของแบมแบมค่อยๆเปิดขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินสดดูแปลกใหม่กว่าที่จินตนาการไว้


“สวัสดี เราชื่อแบมแบม”

ไม่รู้อะไรทำให้แบมแบมคิดว่าต้องแนะนำตัวเสียก่อน


“........”

คุณมังกรเงียบไปสักพักใหญ่แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาระลอกเบ้อเริ่ม แบมแบมยืนมองตัวแข็งอย่างงงงวยต่างจากมาร์คที่เดินไปนั่งบนหางของมังกรตัวใหญ่อย่างผ่อนคลาย


“ขำอะไร”


“เราชื่อมิโน เจ้านี่ต่างจากอลิซคนก่อนๆอย่างที่ไอ้หมอนี่คาดการณ์ไว้จริงๆ”


“ยังไง”


“อลิซผู้ไม่ฆ่า อลิซผู้ไม่รู้ อลิซผู้ไม่ถูกจับ และอีกหลายอย่างที่ทั้งเจ้าเอง และไอ้กระต่ายใบ้นี่พาเล่นนอกบท”

รอยยิ้มมุมปากปรากฎขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อบนใบหน้าของมังกรที่มีชื่อว่ามิโน


“แล้วยังไง เราจะออกไปได้หรือยัง”

แบมแบมต้องรีบกลับและได้แต่หวังว่าถ้าเขากลับไปสายแม่จะไม่บ่นจนถึงสัปดาห์หน้า


“ฮ่าๆๆ ตรงดีนี่ งั้นข้าขอถามเจ้าอย่างนึง”


“..?”

ชายหนุ่มในรูปมนุษย์เต็มตัวคนเดียวในพื้นที่เอียงคออย่างสงสัยอีกครั้ง มาที่นี่ปริศนาเต็มไปหมดจริงๆ


“ถ้าเจ้าก้าวออกไปจากที่นี่แล้วเจอความจริง เจ้าคิดว่าที่นี่ในวอนเดอร์แลนด์คืออะไร”


มาร์คมองใบหน้าด้านข้างของอลิซผู้ทำสถิติการมาหามังกรได้เร็วที่สุดในรอบยี่สิบปี แน่นอนในแต่ละรอบของการเล่นละครบทเดิมๆนี่เขาจะต้องเป็นคนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับตัวละครหลักอย่างอลิซ และแน่นอนเป็นเขาเองที่เลือกว่าอลิซคนไหนจะลงมาเล่นในวอนเดอร์แลนด์

คราวนี้แบมแบมถูกเลือกล้วนด้วยความเซ่อซ่า ซุ่มซ่าม เงอะงะ ดูไม่เอาไหน แต่จริงๆมาร์ครู้อะไรมากกว่านั้น แบมแบมผู้มีอุดมคติและทัศนคติที่ดี เขาเฝ้ามองอลิซคนนี้ในทุกๆก้าวของวัน แม้แต่ในความฝันของแบมแบมเขาก็มองเห็น

แบมแบมมีบางอย่างที่อลิซคนก่อนๆไม่มี
… ความตรงตัวและความจริง …



“วอนเดอร์แลนด์ก็คือความจริง เพราะจริงๆแล้วความจริงไม่ได้มีเพียงด้านเดียวเสมอไป”


มาร์คได้ยินเสียงใสตอบก็กระตุกยิ้มมุมปากเป็นครั้งแรกให้แบมแบมได้เห็น



“แกเลือกคนไม่ผิดจริงๆด้วย ขอให้โชคดีนะหนุ่มน้อย”

เมื่อมิโนเป่าลมเย็นใส่ ชุดอันหลุดรุ่ยและเลอะเทอะของร่างบางก็พลันสะอาดและดูใหม่ดังเดิม ประตูทางปลายถ้ำเปิดออกเผยให้เห็นต้นไม้ที่แบมแบมนั่งเล่นประจำ 

มาร์คเดินนำออกไปจากประตูถ้ำ ทันทีที่ขายาวก้าวพ้นเขตวอนเดอร์แลนด์ หูกระต่ายของมาร์คก็หายไป เหลือเพียงแค่รูปลักษณ์แบบมนุษย์ธรรมดาใส่สูทและสวมหมวกตรงหน้าแบมแบม


“ขอบคุณมากนะมาร์ค วันนี้สนุกมาก เราหวัง…”

พูดยังไม่จบประโยคเสียงใสก็ชะงักกลางทางเมื่อรู้สึกถึงความชื้นจากริมฝีปากของอีกฝ่ายบนหลังมือของตน

ก็ไม่รู้ทำไมใบหน้าถึงแอบเห่อร้อน
อาจเป็นเพราะแดดยามโพล้เพล้ ต้องใช่แน่ๆ


“ยินดีที่ได้รับใช้ อลิซ”


เสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างของมาร์คจะกลับเข้าสู่เขตวอนเดอร์แลนด์



ลาก่อนอลิซผู้แปลกใหม่
อลิซผู้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแม๊ดแฮทเทอร์กับแม่ทัพของราชินี
อลิซผู้ไม่ได้เข้าสนามประลอง
อลิซผู้ดื่มยาวิเศษมากกว่าสิบครั้ง
อลิซผู้ไม่ถูกแมวสะกดจิต
อลิซผู้ไม่เจอราชินี
อลิซผู้เป็นมิตรกับมังกร



อลิซผู้ … ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง
อลิซผู้ … แตกต่าง



แบมแบมเป็นแบบนั้น
อย่างน้อยมาร์คก็รู้สึกเช่นนั้น. 



No comments:

Post a Comment