Wednesday, 17 June 2015

#ฟิคปลากระเบน 02



From: bambam1a@gmail.com

To: marktuan@gmail.com

Date: Thurs, Apr 30, 2015 at 9.37 PM

Subject: รูป


ตามนั้น



มาร์คเลิกคิ้วเมื่อโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณเตือนด้วยการสั่นว่ามีอีเมลเข้า ตาเรียวอ่านข้อความสั้นๆจากแอดเดรสแปลกหน้าก่อนจะกดเข้าไปในไฟล์ภาพสองสามรูปที่แนบมาด้วย


รูปแรกเป็นตอนที่เขานั่งอยู่บนมานั่ง

รูปที่สองเป็นตอนที่เขาอยู่ในอุโมงค์ใส

ส่วนรูปสุดท้ายทำให้ร่างหนาแปลกใจกว่ารูปก่อนๆ รูปที่เขากำลังยืนหลับตาแนบฝ่ามือเข้ากับกระจกของตู้ปลาในอะควาเรียม


เป็นสามรูปที่แม้จะอยู่ในสถานที่และบรรยากาศเดียวกัน แต่ให้ความรู้สึกต่างกันแปลกๆ สองรูปแรกนั้นเหมือนที่คนทั่วไปเขาถ่ายกันนั่นแหละ เงามืดๆพร้อมแบคกราวนด์สีฟ้าและแสงสะท้อนริ้วน้ำ ส่วนที่แปลกนั้นคือรูปสุดท้ายต่างหาก


ให้ความรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด




อืม... ถ่ายได้ไม่เลว



From: marktuan@gmail.com

To: bambam1a@gmail.com

Date: Thurs, Apr 30, 2015 at 10.39 PM

Subject: RE: รูป


ใช้ olympus om-1 ต่างหาก

แต่นายน่ะ ใช้ nikon fm2 สินะ



แบมแบมไล่ตาผ่านอีเมลแล้วก็หัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ก็จริงที่เขาเป็นคนเดาไม่เก่ง แต่อีกฝ่ายเห็นทีจะเป็นคนเดาเก่งไม่น้อย


Marktuan?

มาร์ค... นามสกุล.... ทวาน?


คนอะไรนามสกุลพิลึก ไม่ใช่คนไทยหรือไงกัน


ร่างบางคิดมาถึงตรงนี้ก็พลันนึกย้อนไปถึงใบหน้าของอีกฝ่ายภายใต้แสงริบหรี่ของอะควาเรียม


รู้แต่ว่าเป็นใบหน้าที่น่าจะขึ้นกล้องเวลากระทบแสงดีๆ

รู้แต่ว่าเป็นคนจมูกโด่ง

และพอจำได้ว่าอีกฝ่ายผมแอบยาว


คิดถึงตอนนั้นนิ้วเรียวก็เคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ก่อนจะกดส่งข้อความที่ไม่คิดว่าจะได้ส่งให้คนแปลกหน้าซึ่งรู้จักกันไม่ถึงวัน




‘ไปถ่ายรูปกันไหม’




...




ตอนที่ตกลงว่าจะไป ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาจริงๆหรอก แล้วก็ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะไปจริงๆด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มาร์คผู้ไม่เคยมีเพื่อนนอกภาคก็ดันมานั่งรอคนชวนที่สถานีรถไฟหัวลำโพงซะแล้ว


มือหนาหมุนเลนส์กล้อง 50mm เพื่อปรับโฟกัสให้รถไฟที่ยังไม่ขยับเขยื้อนชัดเจนในสายตา นิ้วชี้ลงแรงบนปุ่มกดชัตเตอร์ทันทีที่แน่ใจว่ารูปได้ตามต้องการแล้ว แต่เสี้ยววินาทีที่เขากดชัตเตอร์ไปนั้นดันมีมือปริศนายื่นขวดน้ำบังโฟกัสพอยท์ซะงั้น


ใบหน้าคมค่อยๆเงยขึ้นมองผู้มาใหม่โดยที่สายตายังทอดผ่านเลนส์กล้องอยู่ ร่างสูงโปร่งแต่ผอมบางของใครบางคน... ไม่สิ... น่าจะเป็น 'แบมแบม' ที่ยืนย้อนทางแสงแดดยามเช้า เส้นผมสีดำซึ่งเรยปรกหน้าปรกหน้าตอนนี้ได้ถูกตัดให้เข้าทรง เผยให้เห็นดวงตากลมโตสีดำขลับ


ทำไมดูคุ้นหน้าจัง


มาร์คคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมาย ยังไงเขาก็เป็นคนจำหน้าคนไม่เก่งอยู่แล้ว อาจจะจำคนนู้นสลับกับคนนี้บ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ขายาวเหยียดตรงเพื่อลุกขึ้นยืนในระดับเดียวกับอีกฝ่าย


"ปะ ไปกัน"


เสียงเล็กเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นตั๋วให้อีกคน แล้วเริ่มออกเดินตรงไปยังรถไฟขบวนที่ระบุไว้ในตั๋ว


ระยอง...


ไปไกลใช่เล่น...


ทั้งสองกระชับเป้บนหลังก่อนที่แบมแบมจะหันมาเอ่ยประโยคที่ทำให้มาร์คหลุดขำเพราะความปุบปับของอีกคน


"เอาเสื้อผ้ามาเผื่อใช่มั้ย"



ดีนะที่เขาเป็นคนเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉิน...



...



หนัก...


นั่นเป็นสิ่งแรกที่แบมแบมรู้สึกหลังจากหลับไปได้ไม่นาน พอลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียก็พบกับหัวทุยของบุคคลที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งเห็นทีจะไถลลงมาซบบ่าลาดอย่างไม่ได้ตั้งใจ


เผลอก้มไปมองใบหน้ายามหลับของร่างสูงแล้วก็เป็นแบมแบมที่ชะงักไปชั่วครู่


เหมือนเคยเจอก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าอะควาเรี่ยม...


รู้แค่ว่าคุ้น แต่ก็ไม่รู้ไปเจอกันที่ไหนมานอกจากที่อะควาเรี่ยมครั้งนั้น ความทรงจำช่วงฤดูไฟนอลมักจะเลือนลางเพราะสมองเอาแต่โฟกัสว่างานจะต้องปริ๊นท์ให้ทัสเดธไลน์

มือบางค่อยๆช้อนศีรษะของมาร์คไปพิงฝั่งกระจกแล้วหยิบกล้องออกมาเก็บภาพระหว่างทางรวมถึงใบหน้ายามหลับของอีกคนด้วย


ปึก


เสียงของแข็งกระทบกันทำให้แบมแบมต้องหันไปมอง ใบหน้าเรียวแต่งแต้มรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเสียงนั้นมาจากการที่ศีรษะของมาร์คไปกระทบกับกระจก


มือบางยื่นไปแตะที่หัวทุยของมาร์คก่อนจะออกแรงผลักเพียงเล็กน้อยให้ศีรษะของอีกฝ่ายกลับมาอยู่บนบ่าของเขา


มันคงอีกสองสามชั่วโมงกว่าจะถึง เป็นเวลาที่ไม่น้อยเลยทีเดียว


นัยน์ตาสีนิลสะท้อนวิวต้นไม้สองข้างทางก่อนเปลือกตาจะปิดลงและเสียงเพลงผ่านหูฟังจะดังขึ้นอีกครั้ง



ก็แค่สงสารเพราะคิดว่าหัวโขกกระจกสามชั่วโมงคงเจ็บน่ะนะ



...



[มึงอยู่ไหนวะ]


"ระยอง"


เพียงเอ่ยชื่อสถานที่ที่เพิ่งเหยียบฝ่าเท้าลงมาถึงก็ทำให้เพื่อนสนิทของเขาอย่างแอนดริวผงะไปก่อนจะโวยวายขึ้นมาว่าอยากไปด้วย


[ห่า ละไม่ชวนเลยนะ]


"มีคนชวนกูมา พวกมึงไม่รู้จัก"


เหลือบมองคนที่ถูกพาดพิงซึ่งกำลังบิดขี้เกียจอยู่ไม่ไกล มือบางเสยเส้นผมสีเข้มให้พลิ้วเข้าทรงก่อนจะหยิบกล้องออกมาจากเป้คู่กาย


[ใครวะ]


"แบมแบม"


[แบมแบมไหนวะ นี่มึงมีเพื่อนนอกจากพวกกูแล้วหรอ ว้าย]


คาดว่าแอนดริวน่าจะอยู่กับแพทเป็นแน่ แล้วตอนนี้พวกมันก็น่าจะเปิดสปีคเกอร์โฟนเพราะเสียงวี้ดว้ายล้อเลียนการมี 'เพื่อนนอกภาค' ของเขานั้นดังขึ้นเรื่อยๆ


"ก็แค่แบมแบมนั่นแหละ"


ที่ไม่ตอบว่าแบมแบมเรียนอะไร มาจากที่ไหน หรืออะไรอีกมากมายที่ควรรู้นั้นไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบ แต่เป็นเพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน


[อย่าบอกนะว่ามึงก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร]


"ถ้ารู้ว่ากูไม่รู้แล้วมึงจะถามกูทำไม"


[เชี่ยมาร์ค มึงแม่ง...]


"บาย"


ตัดสายอย่างไร้เยื่อใยแม้ว่าเพื่อนทั้งสองสามคนยังบ่นไม่จบเสียด้วยซ้ำไป มาร์คหันไปมองคนที่ง่วนอยู่กับการปรับโฟกัสในเลนส์แล้วก็อดจะคิดสงสัยไม่ได้


นั่นสิ แล้วทำไมกูมากับเขาได้วะ...


ความสงสัยในการมาครั้งนี้ของตนเองหยุดอยู่แค่นั้นและถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระบอกใหม่เมื่อร่างเล็กกว่าโบกมือเรียกให้เดินไปทางขึ้นรถซึ่งระบุว่าไปท่าเรือ


"ตกลงเราไปไหน?"


ร่างบางยักไหล่สบายๆเป็นคำตอบ สายตาจับจ้องไปที่ๆยังเส้นขอบฟ้าประจบกับขอบน้ำทะเลสีคราม


"Somewhere"


"ชอบ Sofia Coppola หรอ"


แบมแบมคลี่ยิ้มบางกับมุขที่เหมือนจะไม่ใช่มุขแต่ก็คงจะเป็นมุขที่อีกฝ่ายไม่ค่อยถนัดจะเล่น


"เสม็ดแทนอเมริกาไปก่อนละกัน"


"No problem"


ทั้งคู่พาตนเองเดินขึ้นเรือไม้สีสดที่จะนำผู้โดยสารไปยังเกาะเสม็ด ไม่รู้ว่าความรู้สึกตื่นเต้นนี่เกิดขึ้นเพราะเป็นครั้งแรกที่มากับคนที่เพิ่งรู้จักไม่ถึงสองวัน หรือเป็นเพราะตื่นเต้นที่รู้ว่าจากนี้ไปคงได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้



แต่เห็นทีทะเลเสม็ดจะสวยกว่าทะเลอเมริกาแล้วล่ะมั้ง



...



So I say a little prayer

I hope my dreams can take me there

Where the skies are blue

See you once again, my love


เสียงเพลงซึ่งในวัยเด็ก (ซึ่งอีกไม่นานคนรุ่นใหม่กว่าคงขนานนามว่าเป็นเพลงวินเทจ) ดังก้องอยู่ในโสตประสาทแม้ว่าหูฟังจะถูกถอดออกไปแล้วก็ตาม

เท้าเปล่าสองคู่เดินลากบนผืนทรายขาวละเอียดของหาดทรายแก้วอย่างเงียบๆ ไม่มีเสียงของบทสนทนา มีแค่เสียงคลื่นและนักท่องเที่ยวรอบข้างเท่านั้น


แบมแบมเดินลงไปในส่วนที่ผืนน้ำพบปะกับเม็ดทราย เท้าเรียวแทรกตัวลงไปในน้ำเย็นก่อนที่ขาสองข้างจะพาตนเองเดินลงไปในน้ำลึกระดับครึ่งแข้ง


"มาร์ค"


คนถูกเรียกชื่อเป็นครั้งแรกเลิกคิ้วก่อนจะหันไปมองต้นตอของเสียงซึ่งตอนนี้ยืนนิ่งจ้องมองขอบฟ้าสุดลิบตา


"..."


"ชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน"


"ชอบทั้งสองอย่าง ชอบเวลามันอยู่ด้วยกัน"


สิ้นเสียงทุ้มต่ำแบมแบมรู้สึกเหมือนลมหายใจของตนเองชะงักไปชั่วขณะ เป็นครั้งแรกที่เจอคนที่ตอบคำถามนี้เหมือนเขา ดวงหน้าหวานหันไปมองอีกฝ่ายที่ตอนนี้เบือนหน้าไปทางทะเลกว้าง


"เราชอบทะเลฤดูหนาว"


แบมแบมคิดว่าคนส่วนใหญ่เวลาถูกถามถึงทะเลและภูเขามักจะคิดไปถึงอากาศร้อนของทะเล และอากาศซึ่งเย็นกว่าของภูเขา ครั้งแรกที่ถูกถามให้เลือกเขาเองก็ตอบไปโดยไม่ได้เลือก มันไม่ผิดนี่นาที่อยากจะให้สิ่งที่ชอบทั้งสองอย่างมาอยู่ด้วยกัน


อีกอย่างภูเขาข้างทะเลก็มีอยู่ถมไป


"ถ่ายออกมาสวยดี โทนเย็น"


มาร์คเอ่ยพร้อมกับนึกไปถึงรูปจากกล้องฟิล์มซึ่งเขาได้มาจากการไปเที่ยวทะเลในฤดูหนาวที่ต่างประเทศ เขาเป็นคนเดินทางค่อนข้างบ่อย เดินทางไม่ใช่เพื่อค้นหาตัวเอง แต่เดินทางเพื่อจะอยู่กับตัวเองที่รู้จักดีให้มากขึ้น


แบมแบมสางและเสยผมสลวยขึ้นพร้อมคว้าข้อมือร่างสูงข้างกายและก้าวขาลงแตะความเย็นของน้ำเค็มหลังจากทั้งคู่นำกระเป๋าไปวางไว้ในห้องแล้ว


"ไปเล่นน้ำกัน"


ทุกคนอาจจะจินตนาการไปถึงการสาดน้ำอย่างเมามันส์เหมือนที่วัยรุ่นทั่วไปเขาทำกัน แต่สำหรับเด็กสายศิลป์สองคนซึ่งเพิ่งจะผ่านสมรภูมิส่งงานมานั้น มาร์คและแบมแบมทำได้แค่นั่งขัดสมาธิให้คลื่นซัดกระเด็นไปกระดอนมาเท่านั้นแหละ


แบมแบมเหลือบมองอีกฝ่ายซึ่งเขยิบขึ้นไปนั่งในที่ๆมีผืนทรายเยอะกว่าและน้ำตื้นกว่า ร่างบางพาตนเองและเสื้อยืดย้วยน้ำหนักน้ำทะเลขึ้นไปนั่งข้างๆผู้ร่วมเดินทางคนล่าสุด


มาร์คหลับตานิ่งฟังเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งไม่นานก็รู้สึกถึงสัมผัสบนปลายผมซึ่งถูกมัดอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะไว้ผมหรอก เพียงแต่ก่อนหน้านี้เวลาจะนอนยังหาไม่ได้ จะเอาอะไรกับการไปตัดผมที่ร้าน ตอนนี้ผมสีเข้มของเขาเลยยาวลงมาคลอเคลียกับต้นคอ และเพื่อเป็นการกำจัดความรำคาญเจ้าตัวเลยตัดสินใจรวบไปด้านหลังก่อนที่จะลงเล่นน้ำ


แบมแบมกระตุกยางมัดผมให้หลุดออกก็พบว่ามาร์คมีใบหน้าที่คุ้นมากเสียจนบอกไม่ถูก


เคยเจอกันแน่ๆ


ร่างเล็กเริ่มจะมั่นใจขึ้นอีกระดับแม้ยังจำไม่ได้ว่าเคยพบกันที่ไหน


"มีอะไรหรอ"

เสียงติดแหบเอ่ยพร้อมส่งสายตาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอ่อนโยนและสงสัย


สายตาอ่อนโยนหรอ...

ไม่ได้เห็นมานานแค่ไหนเชียว


แบมแบมยิ้มมุมปากตอบก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้คนสูงกว่าจนเข่ากระทบกัน


"หันหน้าไป จะมัดผมใหม่ให้"


คนถูกสั่งทำตามอย่างว่าง่าย มาร์คแอบยิ้มบางๆเมื่อรู้สึกได้ถึงนิ้วเรียวซึ่งสางผมที่น่าจะเป็นสังกะตังไม่น้อยของเขา แค่ไอทะเลยังทำให้ผมเหนียว นับประสาอะไรกับน้ำทะเลที่นั่งแช่มาจะชั่วโมงนึงแล้ว


ดีนะวันนี้แดดไม่แรง ไม่งั้นเกรียมแน่ๆ


การมาทะเลแบบนี้ทำให้มาร์คนึกถึงตอนเด็กๆที่เขามักจะมาเล่นน้ำกับเพื่อนและญาติเป็นประจำเกือบทุกปี ตอนนั้นไม่ว่าอะไรก็สนุกไปหมดแม้แต่การเดินคุยกับปูเสฉวน


ความทรงจำสีสันสดใสโลดแล่นอยู่ได้ไม่นานก็สลายหายไปราวฟองสบู่เมื่อร่างสูงรู้สึกถึงแรงดึงจากด้านหลัง




ตุบ





แผ่นหลังกว้างกระทบลงบนหาดทรายละเอียด ภาพคลื่นซัดเข้าฝั่งเปลี่ยนเป็นภาพใบหน้าของผู้ร่วมทริป นัยน์ตาสีเข้มฉายแววซุกซนและสนุกจนปิดไม่มิด หยดน้ำจากปลายผมของแบมแบมไหลลงมากระทบกับใบหน้าคมทำเอามาร์คต้องเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อน้ำบางส่วนหยดเข้าตา


"เล่นน้ำกัน"


ประโยคที่เหมือนเคยได้ยินดังขึ้นให้คนฟังได้ยินอีกครั้ง มาร์คหัวเราะก่อนจะแกล้งลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนคนตัวเล็กกว่าผงะและล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างไม่ตั้งตัว ซ้ำยังถูกกวักน้ำเค็มปี๋ใส่หน้าอีกด้วย


แบมแบมเบ้หน้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปฏิบัติการเอาคืนเหมือนเด็กๆ น้ำสีครามกระเซ็นไปทั่วเมื่อต่างฝ่ายต่างผลัดกันล็อคคอและกระโดดขี่คอเหมือรู้จักกันมานานนับสิบปี


รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไม่ได้มีให้คนอื่นง่ายขนาดนั้นปรากฎขึ้นอย่างง่ายดาย




รู้สึกสนิทหรอ...ไม่น่าใช่

รู้สึกเหมือนจะผูกพันธ์...ก็ไม่อาจรู้ได้


สิ่งเดียวที่น่าจะเป็นไปได้คือ... รู้สึกสบายใจ






อ่า... เรี่ยวแรงที่หมดไปจากการปั่นงานส่งตอนนั้นเหมือนจะกลับมาแล้วสินะ

No comments:

Post a Comment