Saturday, 2 May 2015

It was April Fool's

When we first met… Bambam was lost


“หนีออกมา”


ประโยคแรกที่ได้ยินจากแบมแบม คือการเล่าเรื่องสาเหตุที่ร้องเพลงเตร็ดเตร่อยู่บนถนนยามวิกาลด้วยเสื้อผ้าลำลองและเหล้าหนึ่งขวดในมือ… ที่เหลือน้อยกว่าหนึ่งส่วนสี่


เมื่อสองปีก่อนในวัน April Fool’s Day หรือวันโกหก เขาเองอายุยี่สิบปี เมื่อเรียนจบไฮสคูลมาร์คตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาเพื่อฟอร์มวงร็อคกับเพื่อนอีกสองสามคน ตระเวนเล่นตามบาร์เล็กๆไปเรื่อยจนกระทั่งนักร้องนำออกจากวงไป


คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด แสงไฟจาก street light ช่วยได้มากแต่ก็ยังไม่มากพอเมื่อระยะห่างระหว่างเสาไฟนั้นมากพอสมควร แถมเสาบางต้นยังไฟติดๆดับๆอีกด้วย ฝีเท้าสามคู่หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องแหบหวานยานคางจากอาการคล้ายเมาดังผ่านหูจนเพื่อนร่วมวงคนหนึ่งเดินเข้าไปถามไถ่และชักชวนร่างบางซึ่งนอนราบบนม้านั่งสีน้ำตาลเข้มเข้าวง


แววตานิ่งเฉยสบกับดวงตาเรียวของมาร์คอย่างนิ่งงัน ราวกับแบมแบมไม่มีความกลัวใดๆ ราวกับความรู้สึกของเขานั้นได้ตายด้านหรือถูกหยุดไว้อยู่ที่ไหนซักแห่ง


“Fine... but under one condition.. I stay with him”


สิ้นเสียงแหบตอบตกลงนิ้วเรียวก็ยกขึ้นชี้มาทางมือกลองซึ่งเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจนิดๆ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุกก่อนจะยักไหล่เป็นเชิงตกลง


เด็กนี่… ใจกล้ากว่าที่คิดเยอะมาก…




*



“จะนอนไหน”


เสียงทุ้มเอ่ยประโยคคำถามกับคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ตรงหน้าปรากฎห้องเล็กแต่ไม่ถึงกับรูหนู มีโซฟาเล็กๆหนึ่งตัวกับเตียงขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งถูกดันชิดมุมห้องข้างหน้าต่าง

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนตัวเล็ก มีเพียงแค่การทิ้งตัวอย่างแรงของร่างบางลงบนเตียงสีขาว ตากลมปิดลงอย่างงัวเงียก่อนจะผงกศีรษะขึ้นลิ้มรสเหล้าหยดสุดท้ายในขวด

ไวกว่าความคิดในใจซึ่งนึกอยากจะดื่มน้ำสีอำพันนั้นเช่นกัน ร่างสูงเดินเข้าประกบปากหนาเข้ากับริมฝีปากสีซีดของแบมแบมแล้วกวาดลิ้มเลียความขมของแอลกอฮอลจนหมด


มีเพียงเสียงหายใจหอบแผ่วของทั้งคู่หลังจากจูบรสขมผ่านไปอย่างเร่าร้อน แบมแบมเหล่ตามองอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นยืนและเดินหันหลังไปทางห้องน้ำอย่างนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ถูก


ดีที่อีกฝ่ายเหมือนจะเป็นคนประเภทเดียวกัน

...และดูเหมือนจะอยู่ด้วยกันได้


เพียงไม่นานหลังเสียงน้ำกระทบพื้นดังให้ได้ยิน กลิ่นสบู่และแชมพูเย็นๆก็ลอยมากระทบจมูกรั้นของร่างเล็กที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนอนคุดคู้อยู่บนเตียงที่ต่ำจนเกือบจะเรียกได้ว่าฟูก


“อาบน้ำ”


เสียงต่ำกระซิบเข้าที่ใบหูเล็ก หยดน้ำเย็นๆหยดลงบนแก้มขาวก่อนที่มาร์คจะใช้นิ้วชี้ไล้เบาๆเพื่อเช็ดมันออก แบมแบมลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับสัมผัสแผ่วเบาบนแก้มของตน ก่อนจะสปริงตัวลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำโดยหยิบแค่ผ้าขนหนูของมาร์คติดตัวเข้าไป


จะมีอะไรอย่างอื่นได้ยังไงล่ะ… ก็หนีออกจากบ้านมานี่นา


มาร์คมองตามภาพที่ไม่คุ้นชินก่อนจะเริ่มเปิดตู้เก่าๆหาเสื้อผ้าที่ดูจะไม่โคร่งไปสำหรับร่างเล็ก สุดท้ายก็มีแค่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีเทาเรียบๆที่พอจะขนาดเล็กกว่าตัวอื่น ...ปกติไม่เคยมีใครมาห้องของเขา ถ้าจะไป hook up กับใครที่ไหน ร่างหนาจะลงเอยที่ห้องของอีกฝ่ายตลอด


Because I like privacy

And I still don’t know why I let you stay


นัยน์ตาสีเข้มเหม่อมองบนเพดานให้เวลาผ่านไปช้าๆอย่างไม่เคร่งเครียด ก่อนที่เพดานสีขาวจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปดวงหน้าหวานและผมเปียกปอนของผู้มาใหม่ในวันนี้ มาร์คสบตากับดวงตากลมโตซึ่งมีรอยช้ำแดงนิดๆก่อนที่แบมแบมจะเป็นฝ่ายลุกผละออกไป


“ฮะๆ”


เสียงหัวเราะเบาๆของร่างบางเรียกรอยยิ้มมุมปากของมาร์คได้อีกรอบ วันนี้เขายิ้มมากกว่าที่ควร แม้ว่าเป็นรอยยิ้มบางๆหรือยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ก็ตาม


ร่างหนาแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนเดิม ก่อนจะต้องขยับศีรษะไปอีกด้านของหมอนเมื่อแบมแบมส่งสัญญาณว่าจะลงมานอนด้วยกันหลังจากเจ้าตัวเป่าผมเสร็จเรียบร้อย จมูกโด่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆซึ่งต่างจากมาร์คแม้ว่าทั้งคู่จะใช้สบู่กลิ่นเดียวกันทันทีที่ร่างบางล้มตัวลงนอนข้างๆ


“So you ran away”


“นั่นใช่คำถามไหม”


ร่างหนาหัวเราะในลำคอกับการย้อนคำของอีกฝ่าย สายตาชำเลืองมองอีกคนที่ตอนนี้กำลังนอนจ้องเพดานเดียวกันอยู่เหมือนกับที่เขาทำ ขอบตาคล้ำบ่งบอกได้ว่าแบมแบมคงนอนน้อย หรือไม่ได้นอน ริมฝีปากที่เคยซีดและแห้งผากมีสีสันและดูอวบอิ่มขึ้นมากหลังจากได้อาบน้ำอุ่นและดื่มน้ำเปล่า


“แล้วแต่จะคิด”


“Because I wanted to. I’ve always wanted to”


“แล้วมาอยู่นี่ คิดว่าจะดีงั้นหรอ”


ร่างบางเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างสูงกว่า ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มมีเล่ห์สนัย ปอยผมสีเข้มปรกตานิดหน่อย บวกกับแผ่นอกนวลซึ่งปรากฎออกมานอกเสื้อยืดคอย้วยสีขาวตัวโคร่งของมาร์ค ทำให้แบมแบมดูเย้ายวนและซุกซนอย่างบอกไม่ถูก


“You tell me”


ร่างหนาได้ยินอย่างนั้นก็พลิกตัวคร่อมอีกฝ่าย พร้อมกันกับที่แบมแบมหยัดตัวขึ้นเผชิญหน้ากับมาร์คอย่างใกล้ชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันสลับกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างนึกสนุก


“It’s gonna be way better”


แขนบางยกขึ้นโอบรอบลำคอของร่างหนาก่อนจะดึงให้มาร์คเข้ามาประชิดตัวยิ่งขึ้น ขาเรียวแยกออกอย่างอัตโนมัติเพื่อให้อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาตรงกลางได้อย่างถนัด นัยน์ตาปรือปรอยช้อนขึ้นมองสบตากับร่างสูงอย่างยั่วยวนพร้อมกับฟันขาวที่ขบเม้มริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆอย่างมีชั่นเชิง


"I like it soft.."


"You sure?"


"Happy April Fool's"


สิ้นเสียงของแบมแบม มาร์คจับเอาข้อมือบางรวบขึ้นเหนือศรีษะก่อนจะดันติดราบไปกับเตียง เรียวปากหยักโน้มลงจูบคนใต้ร่างอย่างหนักหน่วงก่อนลิ้นร้อนจะตวัดเอาความหวานในโพรงปากสวยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ร่างโปร่งแอ่นแผ่นอกบางเมื่อมาร์คไล้ริมฝีปากไปขบเม้มใบหู ก่อนจะดูดดุนเล็กน้อยบริเวณตุ้มหูสีเงินรูปไม้กางเขน แล้วไล้ลงไปที่ลำคอระหงส์ เรียกเสียงครางหวานหูจากแบมแบมได้เป็นอย่างดี


“ปล่อย… มือ อืมมม”


ร่างบางครางปนออกคำสั่งให้มาร์คปล่อยมือซึ่งรัดกุมอิสระของแขนสองข้าง ร่างหนาไม่ทำตามง่ายๆแต่กลับก้มลงลิ้มลองยอดอกสีสวยผ่านเนื้อผ้าบางทำให้แบมแบมเผลอครางออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้

ฟันขาวไล่ขึ้นดูดเม้มบริเวณไหปลาร้าซึ่งมีรอยสักเล็กๆจนขึ้นสีแดงช้ำ จนแบมแบมได้แต่บิดข้อมือไปมาอย่างเสียวซ่านและต้องการอิสระในการขยับเขยื้อน


ทันใดนั้นมาร์คก็ปล่อยข้อมือของคนตัวเล็กออกก่อนจะพลิกให้อีกฝ่ายขึ้นมาอยู่ด้านบน แบมแบมรั้งใบหน้าของคนตัวสูงขึ้นมาในระดับนั่ง ริมฝีปากสีสดประกบจูบอีกครั้งอย่างโหยหา


I don’t normally feel this way

But your presence has something different


“อา.. อ๊ะ”


แบมแบมครางขึ้นเมื่อมือร้อนบีบเฟ้นที่ผิวอ่อนบริเวณเอวก่อนจะไล้ใต้เสื้อยืดบางขึ้นเรื่อยๆจนถึงยอดอกซึ่งเริ่มชันขึ้นตามแรงอารมณ์


Now we are lost

In each other


สองร่างบดเบียนกันท่ามกลางแสงไฟจากด้านนอก เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกมากมาย ทั้งบ้านช่องและห้างสรรพสินค้า ไฟจากป้ายโฆษณาสว่างพอที่เมื่อกระทบลงบนใบหน้าหวานของร่างบางแล้วเผยเสน่ห์ในแบบที่มาร์คไม่เคยเจอมาก่อน


He was mysterious

He seemed fragile somehow

He was carefree

It felt like here with me is where he should have always been


แบมแบมเชิดหน้าขึ้นเมื่อร่างสูงสอดแก่นกายเข้ามาหลังจากไล้นิ้ววนเปิดช่องทางได้สักพัก


"อื้ออ! อ๊ะ"


จริงๆแบมแบมเป็นคนความรู้สึกไว

ร่างโปร่งแทบจะครางไม่เป็นศัพท์เมื่อจังหวะรักเร่งขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคนตรงหน้าซึ่งปรนเปรอไม่หยุดหย่อน จูบรสแอลกอฮอล อ้อมแขนแกร่งซึ่งตวัดโอบรอบกระชับแน่น มือใหญ่ที่ไล้ผ่านผิวบางใต้ร่มผ้าอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยอารมณ์นั้นทำให้แบมแบมรู้สึกรุ่มร้อนอย่างบอกไม่ถูก


เขาแค่รู้สึกว่าถ้าเป็นคนๆนี้

ถ้าเป็นมาร์ค... ทุกอย่างจะโอเค


เสียงหอบดังขึ้นท่ามกลางห้องที่จัดว่าไม่หรูหรา มาร์ครั้งคนตัวเล็กกว่าให้ลงมานอนในอ้อมกอดอุ่นเมื่อบทรักได้สิ้นสุดลง และจู่ๆเสียงทุ้มต่ำติดแหบก็ดังขึ้นกระทบโสตประสาทของแบมแบม


"You can't stay"


"..."


ร่างบางเลิกคิ้วอย่างสงสัยปนหงุดหงิดพร้อมช้อนตามองคนที่กอดเขาไว้ แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นรอยยิ้มโชว์เขี้ยวและฟันเรียงตัวสวยก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน


"Happy April Fool's"

No comments:

Post a Comment